Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

หลังจากที่ทางการยูเครนได้ทำการบุกโจมตีภูมิภาคเคิร์สก์ของรัสเซียอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 3 สัปดาห์แล้ว พลเรือนในพื้นที่ต่างก็แสดงความโกรธเคืองทั้งต่อยูเครนและต่อรัฐบาลของตัวเอง พวกเขารู้สึกว่าถูกรัฐบาลทอดทิ้ง โดยมองว่ารัฐบาลรัสเซียพยายามลดทอนปัญหาของการโจมตีทำให้ดูไม่สำคัญ

ประชาชนในภูมิภาคเคิร์สก์ของรัสเซียกล่าวให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมอสโกไทม์ แสดงความไม่พอใจกับสิ่งที่พวกเขามองว่าเป็นความเฉื่อยชาของรัฐบาลและกลัวว่าสงครามจะคืบคลานเข้ามาถึงตัวพวกเขา ในการสัมภาษณ์ของมอสโกไทม์ได้มีการเปลี่ยนชื่อของผู้ให้สัมภาษณ์เพื่อรับรองความปลอดภัยของพวกเขา

แอนนา อายุ 28 ปี ประชาชนที่อาศัยในภูมิภาคเคิร์สก์กล่าววิจารณ์ปฏิกิริยาของรัสเซียต่อเหตุการณ์ที่ยูเครนโจมตีโดยบอกว่าดูเหมือนว่าไม่มีใครเลยในรัฐบาลที่จะสนใจประชาชน

"สำหรับรัสเซียแล้ว พวกเราก็เป็นแค่ชิ้นส่วนหนึ่งบนแผนที่ สำหรับชาวยูเครนแล้ว พวกเราคือศัตรูที่สนับสนุนรัฐบาลปูติน พวกเราทุกคนที่นี่ทำได้แค่พึ่งตัวเอง" แอนนากล่าว

ในขณะที่รัฐบาลกลางประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในเมืองเคิร์สก์ และมีองค์กรการกุศลที่มีชื่อเสียงกับหน่วยงานต่างๆ ของทางการรัสเซียได้เริ่มทำแคมเปญเพื่อระดมความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม แต่เจ้าหน้าที่รัฐกลับทำราวกับว่าเหตุโจมตีจากยูเครนเป็นแค่เชิงอรรถเล็กน้อยที่เอาไว้อ้างใช้ในการถกเถียงระดับชาติเท่านั้น

ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน เองก็ยังไม่ได้แถลงอะไรต่อประชาชนเกี่ยวกับเหตุโจมตีในครั้งนี้ ความเคลื่อนไหวของเขาสัปดาห์ที่แล้ว คือการที่เขาเดินทางไปชิมแอปเปิลท้องถิ่นของสาธารณรัฐคาบาร์ดิโน-บัลกาเรีย ที่เป็นส่วนหนึ่งของประเทศรัสเซีย แล้วก็ไปพบปะกับประธานาธิบดีประเทศอาเซอร์ไบจานที่กรุงบากู ซึ่งเป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุด

สื่อรัฐบาลรัสเซียบางแห่งยังได้อ้างใช้เหตุการณ์โจมตีจากยูเครนมาเป็นสิ่งที่ให้ความชอบธรรมกับวาทกรรมสนับสนุนสงครามของตัวเอง มีการรายงานว่ามีผู้คนอาสาที่จะสู้รบในสงครามและอ้างว่าเหตุโจมตีจากยูเครนดูเหมือนจะเป็นการทำให้ประเทศรัสเซียหันมาสามัคคีร่วมมือกัน

ในขณะที่กองทัพยูเครนอ้างว่าพวกเขาสามารถยึดพื้นที่ชุมชนได้อย่างน้อย 92 แห่งในภูมิภาค และจับเชลยศึกได้หลายร้อยรายซึ่งส่วนมากเป็นทหารเกณฑ์รัสเซีย

ชาวเมืองเคิร์สก์ที่ให้สัมภาษณ์ต่อมอสโกไทม์ก็บอกว่า เจ้าหน้าที่ทางการรัสเซียไม่ได้ตอบสนองต่อสถานการณ์หรือไม่ก็ทำงานอย่างไร้ประสิทธิภาพ ถึงกระนั้นก็ยังหลีกเลี่ยงการกล่าวโทษปูตินโดยตรง

สเวตลานา วัย 32 ปี บอกว่า ในขณะที่คนในพื้นที่กล่าวโทษยูเครนเรื่องการโจมตีในครั้งนี้ พวกเขาก็กังขาต่อสมรรถภาพของกองทัพรัสเซียเช่นกัน

สเวตลานา กล่าวต่อมอสโกไทม์ว่า "พวกเขา(รัสเซีย)พลาดไปได้อย่างไรที่จะไม่เห็นว่ามีการสั่งสมกำลังกองทัพยูเครนที่ชายแดน" เธอบอกอีกว่าคนในพื้นที่เคิร์สก์ "ไม่ได้ต่อว่าทางการโดยตรงในเรื่องที่ทางการละทิ้งพวกเขา"

แต่ประชาชนคนอื่นๆ ก็ดูจะมีความไม่พอใจต่อเจ้าหน้าที่ทางการมากกว่า แอนนา อายุ 28 ปี กล่าวว่า ทางการไม่ได้แก้ไขปัญหาให้ประชาชนเลย พวกเขาเอาแต่โกหก คอยแต่ประกาศเตือนว่าอย่าตื่นตระหนก

"ในหมู่คนที่ฉันรู้จักที่ได้รับผลกระทบไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ทุกคนอึ้งกับท่าทีของเจ้าหน้าที่รัฐ คนพวกนี้ไม่สนใจประชาชนเลย" แอนนากล่าว

นอกเหนือจากความไม่พอใจรัฐบาลรัสเซียแล้ว ยังมีความไม่พอใจต่อกองทัพยูเครนเพิ่มมากขึ้นด้วย

ในขณะที่ มิไคโล โปโดลยัก ที่ปรึกษาประธานาธิบดียูเครนกล่าวว่า การโจมตีเคิร์สก์อาจจะทำให้ชาวรัสเซียได้พิจารณามุมมองของตัวเองต่อสงครามใหม่อีกครั้งและจุดประเด็นให้มีการถกเถียงเกี่ยวกับผลกระทบที่ตามมาในเรื่องนี้ แต่ความเป็นจริงอยู่เหมือนจะตรงกันข้าม

สเวตลานา ผู้อาศัยในเคิร์สก์กล่าวว่า "ทัศนคติต่อยูเครนแย่ลงกว่าเดิมมาก สำหรับคนที่ก่อนหน้านี้มีความเห็นหัวอกยูเครนหรือมีความคิดกลางๆ กับยูเครน ในตอนนี้พวกเขาก็เปลี่ยนมาเป็นความโกรธแค้นอย่างแรงกล้าแทนแล้ว"

สื่อรัฐบาลรัสเซีย TASS รายงานเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ผู้คนอย่างน้อย 31 รายถูกสังหาร และ 143 รายได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีของยูเครน มีประชาชนมากกว่า 130,000 รายที่ต้องอพยพจากเขตชายแดน ทิ้งบ้านและทรัพย์สินของพวกเขา องค์กรสิทธิมนุษยชนประเมินว่ามีประชาชนอย่างน้อย 2,000 รายหายสาบสูญ

วิกเตอเรีย อาสาสมัครองค์กรกาชาดเคิร์สก์กล่าวว่าเธอไม่รู้สึกโกรธยูเครน บอกว่าชาวยูเครนก็เป็น "ตัวประกันในสถานการณ์นี้เช่นเดียวกัน"

แต่คนอื่นๆ กลับมีความเห็นอกเห็นใจน้อยกว่าเธอ โดยแอนนากล่าวว่า "ชาวยูเครนในตอนนี้ไม่นับเป็นเพื่อนของพวกเราอย่างแน่นอน" มันมีโวหารที่สุดโต่งจากอีกฝั่งอย่างเช่น "พวกเราหลบอยู่ใต้ดินมาก่อน ตอนนี้ถึงตาพวกคุณบ้าง" โวหารแบบนี้ทำให้แอนนามองว่าพวกที่สนับสนุนยูเครนพวกนี้ไม่ได้ดีไปกว่าพวกที่สนับสนุนรัสเซียเลย เธอมองว่าเหยื่อก็สามารถกลายมาเป็นผู้รุกรานได้เหมือนกัน

นักการเมืองฝ่ายค้านของรัสเซียผู้ที่เดินทางไปยังเคิร์กส์เพื่อช่วยเหลือผู้อพยพจากเขตชายแดนบอกว่า "มันกลายเป็นเรื่องที่คนจำนวนมากมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าสงครามได้คืบคลานเข้ามาถึงพรมแดนของพวกเราแล้ว"

นักการเมืองฝ่ายค้านผู้ไม่ประสงค์ออกนามบอกว่า ผู้คนในศูนย์พักพิงชั่วคราวที่เคิร์สก์พูดกับเขาว่า สงครามเริ่มต้นเมื่อวันที่ 6 ส.ค. ที่ผ่านมาสำหรับพวกเขา ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่เกิดเหตุการณ์โจมตี

ในขณะที่ผู้คนเริ่มสนใจสงครามน้อยลงก่อนหน้าที่จะมีการโจมตีเคิร์สก์ ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ความไม่พอใจต่อการที่ทางการรัสเซียตอบสนองต่อเหตุโจมตีส่วนใหญ่แล้วจะมาจากแค่กลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรงเท่านั้น และมันก็ถูกมองว่า "เป็นเรื่องในพื้นที่เฉพาะเกินว่าที่จะมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อความรู้สึกของผู้คนในระดับประเทศ"

ทาเทียนา สตาโนวายา นักรัฐศาสตร์รัสเซียระบุในเอกซ์ (ชื่อเดิมทวิตเตอร์) ว่า "ถึงแม้จะมีความไม่พอใจต่อทางการรัสเซียพุ่งสูงขึ้นในกลุ่มแคบๆ (เช่น ความไม่พอใจจากปัญหาเกี่ยวกับการอพยพและเรื่องอื่นๆ) โดยรวมแล้วคนทั่วประเทศรัสเซียก็ยังคงชื่นชอบรัฐบาลอยู่"

ในขณะเดียวกันที่เมืองเคิร์สก์ สถานการณ์ก็ยังคงตึงเครียดสำหรับพลเรือนทั่วไปที่ตกอยู่ท่ามกลางความขัดแย้ง

วัลเลอรี ชายวัย 50 ปีเล่าถึงเรื่องที่ญาติของเขาต้องหนีจากเขตพื้นที่ชายแดน "ท่ามกลางเสียงระเบิด"

แอนนา บอกว่า "ทุกคนเงียบหมด และคนที่ไม่เงียบก็พูดแต่อะไรไร้สาระ ถ้ามาจากฝั่งยูเครนก็จะพูดว่า 'พวกเรายึดเคิร์สก์ไว้หมดแล้ว พวกคุณจบเห่แล้ว' ถ้าเป็นฝั่งสนับสนุนรัฐบาลรัสเซียก็จะพูดว่า 'พวกเราจะแขวนคอเจ้าพวกยูโครนาซีให้หมด!'"

ซึ่งคำว่า "ยูโครนาซี" นี้เป็นคำที่รัฐบาลรัสเซียใช้เรียกยูเครน จากการอ้างแบบไม่มีหลักฐานว่ารัฐบาลยูเครนเป็น "พวกนีโอนาซี"

"คุณรู้สึกไหม รู้สึกถึงความเดือดแค้น ที่มาจากความอับจนหนทางของฉันเอง" แอนนากล่าว

เรียบเรียงจาก

‘Everyone Is On Their Own’: In Battlefield Kursk Region, Civilians Feel Forgotten By Their Own Country, The Moscow Times, 22-08-2024

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง