ภาพปก: แฟ้มภาพ ค่าย IDP ตรงตะเข็บชายแดนรัฐฉาน-กะเรนนี
องค์กรสตรีแห่งชาติกะเรนนี KNWO เผยผลสำรวจตลอดช่วงปี'67 พบปัญหาความรุนแรงในครอบครัวผู้พลัดถิ่นภายใน (IDPs) เพิ่มขึ้น 2 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงก่อนรัฐประหารพม่าปี'64 พร้อมเผย 2 ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ปัญหานี้รุนแรงขึ้น
องค์กรสตรีแห่งชาติกะเรนนี หรือ KNWO ประเมินตัวเลขความรุนแรงในครอบครัวที่เกิดขึ้นในรัฐกะเรนนี พบว่าช่วงตลอด 12 เดือนของปี 2567 มีกรณีความรุนแรงในครอบครัว 101 กรณี เพิ่มขึ้นถึง 2 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงก่อนรัฐประหารครั้งล่าสุด
องค์กรสตรีแห่งชาติกะเรนนี KNWO ที่มีพันธกิจคือการส่งเสริมให้เกิดสิทธิความเท่าเทียมระหว่างเพศ ระบุว่า ความรุนแรงในครอบครัวที่เกิดขึ้นมีทั้งการทำร้ายร่างกาย, การทำร้ายทางจิตใจ, และการล่วงละเมิดทางเพศ
หม่อบญาหม่าอู รองประธาน KNWO มองว่า ปัจจัยที่ทำให้ความรุนแรงในครอบครัวพุ่งสูงขึ้นหลังการทำรัฐประหาร เนื่องจากความยากลำบากทางเศรษฐกิจที่ครอบครัวผู้พลัดถิ่นต้องเผชิญ ทำให้เกิดความเครียดในครัวเรือนเพิ่มสูงขึ้น และนำมาสู่ความรุนแรง
พลเมืองครึ่งหนึ่งของประชากรรัฐกะเรนนี ราว 200,000 คน ต้องกลายเป็นผู้พลัดถิ่นภายใน และต้องอพยพออกจากบ้านตัวเอง เนื่องจากสงครามกลางเมืองในพม่า พวกเขาต้องอาศัยอยู่ในค่ายผู้พลัดถื่นภายใน (IDPs Camp)
ผู้พลัดถิ่นหญิงรายหนึ่ง กล่าวว่า "ฉันเห็นเด็กๆ ถูกใช้ความรุนแรงถึงแม้ว่าพวกเขาจะยังไร้เดียงสา คู่แต่งงานทะเลาะกันเพราะพวกเขาไม่สามารถหาเงินเลี้ยงชีพได้ พวกเราไม่มีงานทำเลยที่นี่ พวกเราจำนวนมากไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่การเกษตรของตัวเองได้แบบเมื่อก่อน พวกเราไม่มีที่ดินทำกิน ไม่มีพืชผลการผลิต ไม่มีอะไรเลย"
นอกจากปัจจัยทางเศรษฐกิจ อีกปัจจัยที่กลุ่มให้ความช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรม และกลุ่มสิทธิสตรีเอ่ยถึง คือความเครียดที่ต้องเผชิญการถูกทิ้งระเบิดทางอากาศที่ค่ายฯ ส่งผลให้ความรุนแรงในครอบครัวเพิ่มขึ้นด้วย
ก่อนหน้านี้ เมื่อประมาณ 31 ธ.ค. 2567 ที่ผ่านมา กองทัพอากาศของเผด็จการพม่าได้ทิ้งระเบิดเทศกาลปีใหม่ในรัฐกะเรนนี รอบค่ายผู้พลัดถิ่นภายใน 'Sin Sakhan' เมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. ส่งผลให้พลเรือนเสียชีวิตจำนวน 3 ราย เป็นเด็กอายุ 3 ขวบ 1 ราย และเป็นหญิงอายุ 38 ปี และ 52 ปี
โฆษกของกลุ่มให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในพื้นที่ชื่อกลุ่ม "จ็อบฟอร์กะยา" กล่าวว่า กลุ่มกองทัพเผด็จการจงใจทิ้งระเบิดใส่เป้าหมายเป็นค่ายผู้พลัดถิ่นภายใน
สถาบันเพื่อยุทธศาสตร์และนโยบายพม่า ISP-Myanmar ซึ่งเป็นกลุ่มอิสระที่คอยติดตามเรื่องความขัดแย้งในพม่า ระบุว่า กองทัพพม่าได้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศมากกว่า 7,000 ครั้งต่อ 150 เมืองในพม่านับตั้งแต่ที่มีการรัฐประหารปี 2564 เป็นต้นมา และมีพลเรือนที่เสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศราว 2,000 ราย
ในปี 2567 ประธานของ KNWO ก็เคยแถลงว่า ก่อนหน้าที่จะมีการรัฐประหาร มีกรณีความรุนแรงในครอบครัวเกิดขึ้นในพื้นที่ 20-30 กรณีต่อปี แต่หลังรัฐประหารก็มีกรณีความรุนแรงในครอบครัวก็เกิดมากขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ การขาดกระบวนการยุติธรรมที่ครอบคลุม ทำให้กลายเป็นการส่งเสริมผู้ก่อเหตุรุนแรงในครอบครัว ซึ่งทาง KNWO ได้เป็นผู้คอยให้ความช่วยเหลือเยียวยาจิตใจให้กับผู้เผชิญความรุนแรงในครอบครัว
"กรณีทำร้ายร่างกายส่วนใหญ่มักจะเป็นความรุนแรงในครอบครัว เหยื่อบางรายก็บาดเจ็บสาหัส เช่น ตามองไม่เห็นส่วนหนึ่งเพราะถูกทุบตี หรือขาหัก แขนหัก หรือมีบางคนที่ได้รับความเสียหายต่อร่างกายในระดับไม่สามารถฟื้นคืนให้กลับมาเป็นแบบเดิมได้" หม่อบญาหม่าอู รองประธาน KNWO กล่าว
เรียบเรียงจาก
Women in Karenni State face increasing levels of violence, DVB, 02-01-2025
https://english.dvb.no/women-in-karenni-state-face-increasing-levels-of-violence/
KNWO Reports Doubled Cases of Physical Violence Against Women During Post-Coup Conflict, Kantarawaddy Times, 26-06-2024
https://ktnews.org/knwo-reports-doubled-cases-of-physical-violence-against-women-during-post-coup-conflict/