รัฐบาลทหารพม่า กดดันบีบบังคับให้ผู้พลัดถิ่นภายในประเทศที่ภาคมัณฑะเลย์และสะกายให้ต้องไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ในการเลือกตั้งล่วงหน้าที่รัฐบาลทหารเป็นผู้จัด โดยการขู่ว่าจะตัดความข่วยเหลือและไม่ให้ใช้พื้นที่พักพิง ถ้าหากพวกเขาไม่ยอมลงนามในสัญญาว่าจะไปเลือกตั้งล่วงหน้า

ภาพจาก: The Irrawaddy
ผู้พลัดถิ่นภายในประเทศหรือ IDPs ที่หนีตายจากสงครามกลางเมืองภายในพม่า เปิดเผยว่า รัฐบาลทหารพม่า SSPC ใช้มาตรการบีบเค้นให้พวกเขาต้องไปเลือกตั้งล่วงหน้าในการเลือกตั้ง ธันวาคม-มกราคม นี้ ไม่เช่นนั้นจะถูกยกเลิกการให้ความช่วยเหลือ และถูกถอนชื่อออกจากสถานะผู้พำนัก ทำให้สูญเสียสิทธิในการพักพิงในพื้นที่
รัฐบาลเผด็จการทหารพม่าผู้ที่มาจากการรัฐประหารโค่นล้มรัฐบาลพลเรือนในปี 2564 มีแผนการจัดการเลือกตั้งสองเฟสภายในเดือน ธันวาคม-มกราคม ที่จะถึงนี้ โดยเป็นการเลือกตั้งที่ผู้สังเกตการณ์นานาชาติมองว่าไม่บริสุทธ์ยุติธรรม และมองว่าเป็นการเลือกตั้ง "ลวงโลก" ที่จะเป็นการสร้างความชอบธรรมให้กับกองทัพพม่าได้ดำรงอำนาจต่อไปเท่านั้น อีกทั้งกลุ่มต่อต้านเผด็จการทหารภายในประเทศก็พากันคว่ำบาตรการเลือกตั้งนี้
หลังจากที่พม่าเกิดสงครามหลังรัฐประหารครั้งล่าสุดก็ส่งผลให้มีผู้พลัดถิ่นจำนวนมาก ทางสำนักงานผู้ลี้ภัยของสหประชาขาติได้ประเมินตัวเลขของผู้พลัดถิ่นภายในประเทศของพม่า พบว่ามีผู้พลัดถิ่นที่พักพิงอยู่ในพื้นที่ภาคมัณฑะเลย์ และภาคสะกาย มากกว่า 1.4 ล้านคน
รัฐบาลทหารพม่าอ้างว่าพวกเขามีมาตรการให้ผู้พลัดถิ่นไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้งเพราะมีเป้าหมายต้องการให้ "ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่สูญเสียสิทธิของตัวเอง"
คณะกรรมการการเลือกตั้งของเผด็จการทหารได้สั่งให้ผู้พลัดถิ่นจากเขตเลือกตั้งเดิมต้องไปลงคะแนนเสียงล่วงหน้าในช่วงระหว่างวันที่ 25-29 พฤศจิกายน คนในท้องถิ่นบอกว่าทั้งรัฐบาลท้องถิ่นและกลุ่มติดอาวุธที่อยู่ฝ่ายเดียวกับรัฐบาลทหารต่างก็เข้ามาขับดันให้ผู้พลัดถิ่นต้องไปลงคะแนนเสียงและในบางรายถึงขั้นมีการจ่ายเงินให้ออกไปลงคะคะแนนด้วย
มีกรณีเมื่อวันที่ 27 กันยายนที่ผ่านมา ที่ผู้พลัดถิ่นในภาคสะกายได้รับเงิน 60,000 จ๊าด (ราว 900 บาท) พร้อมทั้งถูกสั่งให้ลงนามในเอกสารสัญญาว่าจะไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง นอกจากนี้ยังมีการจัดพิธีแจกเงินที่วัดโดยมีกลุ่ม อส.ติดอาวุธฝ่ายรัฐบาลทหารพม่า “ผิ่วซอที” คอยคุ้มกันในงาน ซึ่งทางการอ้างว่าเงินที่แจกให้นี้เป็นเงินช่วยเหลือผู้ลี้ภัยในช่วงระยะเวลา 3 เดือน
นอกจากนี้ครอบครัวผู้พลัดถิ่นยังเปิดเผยอีกว่า รัฐบาลทหารของพม่าได้นำกฎหมายสมัยอาณานิคมอังกฤษกลับมาใช้อีกครั้ง คือกฎหมายว่าด้วยการปกครองท้องที่ (The Ward or Village Tract Administration Law) ที่กำหนดให้ผู้พลัดถิ่นต้องไปรายงานตัวกับทางการทุกสัปดาห์หรือสองครั้งต่อเดือน รวมถึงต้องรายงานให้เจ้าหน้าที่รัฐทราบเวลามีแขกมาหาในยามวิกาล ในขณะเดียวกันกฎหมายก็อนุญาตให้เจ้าหน้าที่ทางการเข้าไปในอาคารได้โดยไม่มีหมายรวมถึงมีอำนาจในการจับกุมทั้งเจ้าบ้านและแขกผู้มาเยือนได้
มีอดีตนักโทษการเมืองรายหนึ่งจากภาคสะกายเปิดเผยว่า รัฐบาลทหารได้อ้างใช้กฎหมายเพื่อบีบบังคับให้ผู้พลัดถิ่นต้องไปเลือกตั้งล่วงหน้า ไม่เช่นนั้นจะยกเลิกการให้ที่พักพิงแก่พวกเขา
ในภาคสะกายมีผู้พลัดถิ่นที่ต้องอาศัยอยู่ตามที่พักพิงต่างๆ ทั้งในวัด, อารามชี และบ้านเช่าต่างๆ นับหมื่นนับแสนรายหลังจากที่รัฐบาลทหารใช้กำลังถล่มบ้านเรือนประชาชนเป็นเหตุให้หมู่บ้านมากกว่า 50 แห่งถูกทำลาย
ที่ภาคมัณฑะเลย์ ก็มีการสร้างเงื่อนไขบีบบังคับจากรัฐบาลทหารในแบบเดียวกัน คือการอ้างว่าจะตัดความช่วยเหลือผู้พลัดถิ่นถ้าหากพวกเขาไม่ไปเลือกตั้ง โดยอ้างใช้กฎหมายปกครองท้องที่ เช่นกัน เพื่อยกเลิกสถานะผู้พำนักกับผู้พลัดถิ่นที่ต้องอาศัยพักพิงในสถานที่ต่างๆ
ส่วนคนที่ไม่มีบัตรประจำตัวประชาชนก็ถูกบีบบังคับให้ต้องไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้งเช่นกัน โดยให้ใช้เอกสารที่ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่เทศบาลออกให้ชั่วคราว ส่วนนักศึกษา ผู้สูงอายุ และคนพิการที่ไม่สามารถเดินทางได้ก็ถูกบอกให้ไปเลือกตั้งล่วงหน้าเช่นกัน โดยเจ้าหน้าที่จะทำการเดินเร่เก็บใบลงคะแนนเสียงตามบ้าน
คนทำงานให้ความช่วยเหลือประเมินว่าในภาคมัณฑะเลย์มีผู้พลัดถิ่นอยู่ราว 250,000 ราย ซึ่งมีจำนวนมากที่หนีการสู้รบจากทางตอนเหนือของรัฐฉาน, รัฐกะฉิ่น, ภาคสะกาย และภาคมัณฑะเลย์ มาตั้งแต่ปี 2565 ทั้งนี้มีผู้อาศัยในพื้นที่บอกว่า ความช่วยเหลือที่ให้แก่ผู้พลัดถิ่นนั้นมาจากชาวบ้านในพื้นที่กับองค์กรการกุศลในท้องถิ่นเท่านั้น
เรียบเรียงจาก
No Vote, No Shelter: Junta Forces Myanmar IDPs to Cast Early Ballots, The Irrawaddy, 01-12-2025
