สิ้นสุด 20 ปีคดีตากใบ ไม่มีใครมามอบตัว และตำรวจไม่สามารถจับกุมผู้ต้องหามาดำเนินคดีได้เลยทั้ง 14 ราย
26 ต.ค. 2567 สื่อ ทูเดย์ The matter และ The reporters รายงานวันนี้ (26 ต.ค.) เวลาประมาณ 00.01 น. ไม่มีจำเลยมามอบตัวและตำรวจไม่สามารถจับกุมจำเลยทั้ง 14 คนมาดำเนินคดี เหตุการณ์สลายการชุมนุมหน้า สภ.ตากใบ จ.นราธิวาส และนำมาสู่การเสียชีวิตระหว่างควบคุมนำตัวไปสอบสวนที่ค่ายทหาร อิงคยุทธบริหาร รวมทั้งสิ้น 85 ราย เมื่อ 25 ต.ค. 2567 และตอนนี้คดีได้สิ้นอายุความแล้ว หลังผ่านมา 2 ทศวรรษ
สำหรับกระบวนการหลังจากนี้ รัษฎา มนูรัษฎา หนึ่งในทีมทนายความฝ่ายโจทก์ของคดีตากใบ เคยให้สัมภาษณ์สื่อเมื่อ 15 ต.ค.ที่ผ่านมาว่า หากไม่มีจำเลยมามอบตัวหรือถูกจับกุมนำตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมของศาล ก่อนหมดอายุความ (เวลา 23.59 น. ของวันที่ 25 ต.ค. 2567) คดีก็จะสิ้นสุดไป
ก่อนหน้านี้ได้มีแคมเปญรณรงค์ออนไลน์ change.org เมื่อ 21 ต.ค.เป็นต้นมา โดยเรียกร้องให้ต่ออายุคดีตากใบ แต่เมื่อวานนี้ (24 ต.ค.) แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้แถลงต่อสื่อมวลชน ระบุว่า หลังจากปรึกษากับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว ไม่สามารถต่ออายุความได้ และได้แสดงความรู้สึกเสียใจทั้งต่อเหตุการณ์และต่อผู้ได้รับผลกระทบ
“ตัวดิฉันเองในฐานะนายกรัฐมนตรีวันนี้ก็รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก แล้วก็ต้องขอโทษในนามของรัฐบาลด้วย จะทำให้ดีที่สุด และไม่ทำให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก” แพทองธาร กล่าว
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
จุดเริ่มต้นคดีตากใบ ย้อนไปเมื่อ 25 ต.ค. 2547 ประชาชนนับพันคนได้มาชุมนุมที่หน้า สภ.ตากใบ เพื่อเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวเจ้าหน้าที่ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน หรือ ชรบ. ที่ถูกตำรวจจับกุม เนื่องจากถูกกล่าวหาว่าทำปืนของราชการสูญหาย ซึ่งต่อมา ได้มีการสลายการชุมนุม และปะทะกัน จนทำให้ประชาชนเสียชีวิตเบื้องต้น 7 ราย
เหตุการณ์หลังจากนั้น ผู้ชุมนุมที่เหลือได้ถูกจับกุมโดยเอามือไพล่หลัง และเท้า ก่อนถูกเรียงซ้อนกันแออัดบนรถบรรทุกทหาร จำนวน 25 คัน เพื่อนำตัวไปสอบสวนที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร จ.ปัตตานี ซึ่งห่างออกไป 150 กม. ทำให้มีผู้เสียชีวิตระหว่างการเดินทางอีก 78 ราย และบาดเจ็บจำนวนมาก บางรายกลายเป็นผู้พิการ ส่งผลให้มีจำนวนผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์นี้ทั้งหมด 85 ราย
ทั้งนี้ ผลการชันสูตรพลิกศพในปี 2552 ระบุว่าผู้ชุมนุมเสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจ ถูกกดทับ ขาดอาหาร-น้ำ และไตวายเฉียบพลันที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร
จำเลย 14 คนคดีตากใบ แบ่งเป็น 2 คดี คือคดีที่ญาติผู้เสียชีวิตฟ้องศาล และคดีที่อัยการเป็นผู้สั่งฟ้อง ประกอบด้วย
คดีที่ญาติผู้เสียชีวิตฟ้องศาล 9 คน แต่ศาลไม่รับฟ้อง 2 คน ข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่น
จำเลยที่ 1 พล.อ.พิศาล วัฒนวงษ์คีรี อดีตแม่ทัพภาคที่ 4
จำเลยที่ 2 พล.ท.สินชัย นุตสถิตย์ อดีตรองแม่ทัพภาคที่ 4 (ศาลไม่รับฟ้อง)
จำเลยที่ 3 พล.ต.เฉลิมชัย วิรุฬห์เพชร อดีตผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 5
จำเลยที่ 4 พล.ต.อ.วงกต มณีรินทร์ อดีตผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า
จำเลยที่ 5 พล.ต.ท.มาโนช ไกรวงศ์ ยศขณะนั้นในฐานะอดีตผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9
จำเลยที่ 6 พล.ต.ต.ศักดิ์สมหมาย พุทธกุล อดีตผู้กำกับการ สภ.ตากใบ
จำเลยที่ 7 พ.ต.อ.ภักดี ปรีชาชน อดีตรองผู้กำกับการ สภ.ตากใบ
จำเลยที่ 8 นายศิวะ แสงมณี อดีตรองผู้อำนวยการกองอำนวยการเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ และเป็นรองปลัดกระทรวงมหาดไทย
จำเลยที่ 9 นายวิชม ทองสงค์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส (ศาลไม่รับฟ้อง)
ศาลไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่าจำเลยที่ 1, 3 – 6, และ 8 – 9 มีมูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่น (มาตรา 288 ประกอบมาตรา 83) ข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น (มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 และมาตรา 83) และข้อหาร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย (มาตรา 310 วรรคสองประกอบมาตรา 290 และมาตรา 83)
คดีที่อัยการสั่งฟ้อง 8 คน ข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่น
ผู้ต้องหาที่ 1 พล.อ. เฉลิมชัย วิรุฬห์เพชร ในฐานะผู้สั่งการ
ผู้ต้องหาที่ 2 ร.ต. ณัฐวุฒิ เลื่อมใส พลขับ
ผู้ต้องหาที่ 3 วิษณุ เลิศสงคราม พลขับ
ผู้ต้องหาที่ 4 ร.ท. วิสนุการณ์ ชัยสาร ร.น. พลขับ
ผู้ต้องหาที่ 5 ปิติ ญาณแก้ว พลขับ
ผู้ต้องหาที่ 6 พ.จ.ต. รัชเดช หรือพิทักษ์ ศรีสุวรรณ พลขับ
ผู้ต้องหาที่ 7 พ.ท. ประเสริฐ มัทมิฬ ผู้ควบคุมขบวนรถ
ผู้ต้องหาที่ 8 ร.ท. ฤทธิรงค์ พรหมฤทธิ์ พลขับ
