Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

"แพทองธาร" ตอบเรื่องซื้อพลังงานหมุนเวียน 3,600 เมกะวัตต์ยังมาไม่ถึง กพช.และ รมว.พลังงานก็ได้ตอบในสภาไปแล้ว หลังธนาธรขอให้ทบทวนและยุติรับซื้อเพราะแพงเกินไปและอาจเป็นการเอื้อกลุ่มทุน 

29 ต.ค.2567 หลังจากธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าคณะก้าวหน้า เผยแพร่จดหมายเปิดผนึกถึงแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ หรือ กพช. ขอให้ทบทวนและยุติการรับซื้อพลังงานหมุนเวียน 3,600 เมกะวัตต์

แพทองธารระบุว่าเรื่องดังกล่าวยังมาไม่ถึง กพช. แต่ได้สอบถาม พูดคุยกับทางด้าน พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ก่อนที่ธนาธรจะมีการออกมาพูดนั้น มีการตอบคำถามในเรื่องดังกล่าวในสภาฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

นายกฯ กล่าวด้วยว่า แน่นอนว่าเรื่องนี้จะต้องโปร่งใส เป็นไปตามกระบวนการ ประชาชนต้องรับรู้และเข้าใจได้อย่างแน่นอน เพราะคือความมั่นคงขอรัฐบาล

โฆษณา - Advertising

ธนาธรท้วงการรับซื้อครั้งนี้จะแพงกว่าถ้ามีการแข่งขันถึง 6.6 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้เนื้อหาจดหมายของ ธนาธร ที่แสดงความไม่เห็นด้วยกรณีคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน หรือ กกพ. ประกาศรับซื้อพลังงานหมุนเวียน 3,600 เมกะวัตต์ ซึ่งได้รับความเห็นชอบจาก กพช. และขอให้นายกฯ ทบทวนการซื้อครั้งนี้ใหม่

ธนาธรระบุเหตุผลที่ไม่เห็นด้วยว่าการรับซื้อพลังงานครั้งนี้ในราคาที่แพงเกินไป ไม่มีการเปิดประมูลเพื่อให้มีการแข่งขัน ซึ่งหากดำเนินการต่อไป อาจจะเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนผู้ผลิตพลังงานไฟฟ้า ส่งผลให้รัฐต้องจ่ายค่าไฟแพงกว่าที่ควรจะเป็นถึง 66,000 ล้านบาทและประชาชนต้องจ่ายค่าไฟแพงเกินไปโดยไม่จำเป็น

ธนาธรระบุว่าการจัดซื้อพลังงานหมุนเวียน 3,600 เมกะวัตต์ครั้งนี้ ใช้ราคาและหลักการเดียวกับการจัดซื้อพลังงานหมุนเวียน 5,200 เมกกะวัตต์ในปี 2565 สมัยที่รัฐบาลประยุทธ์ที่มีเอกชนเสนอขายมากกว่าจำนวนที่รัฐบาลต้องการซื้อถึง 3.3 เท่าตัว (ต้องการซื้อ 5,200 เมกะวัตต์ เอกชนเสนอขาย 17,400 เมกะวัตต์) ซึ่งแสดงให้เห็นว่าราคารับซื้อสูงเกินกว่าราคาตลาด จึงมีเอกชนสนใจเสนอขายจำนวนมาก

ในการตอบกระทู้สดของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเมื่อสัปดาห์ที่แล้วในสภาผู้แทนราษฎร พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ตอบณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ผู้ตั้งกระทู้ ว่าท่านเห็นด้วยว่าเงื่อนไขมีข้อบกพร่อง และรับปากกับสภาว่าจะทบทวนการซื้อพลังงานครั้งนี้เช่นกัน

โฆษณา - Advertising

ธนาธรเห็นว่าอำนาจในการหยุดยั้งการซื้อครั้งนี้อยู่ที่นายกรัฐมนตรีในฐานะประธาน กพช. ไม่ใช่รมว.กระทรวงพลังงาน และเสนอให้เอกชนแข่งขันกันในการประมูล ไม่ใช่กำหนดราคาตายตัวแบบเงื่อนไขปัจจุบันหรือเงื่อนไขแบบ 5,200 เมกะวัตต์ของปี 2565 หรือใช้กลไก Direct PPA ที่มีอยู่ ที่เปิดให้ผู้ผลิตซื้อขายกับผู้ใช้ได้โดยตรง

ธนาธรรกล่าวต่อว่าจะต้องปฏิรูปอุตสาหกรรมการผลิตและการขายพลังงาน ให้เกิดการแข่งขันอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม สอดคล้องต่อการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคพลังงานสะอาด  และพรรคเพื่อไทยก็มีนโยบายที่ต้องการจะลดราคาพลังงาน และปรับเปลี่ยนโครงสร้างและการบริหารจัดการพลังงานเช่นกัน แต่การรับซื้อพลังงาน 3,600 เมกะวัตต์ครั้งนี้ขัดแย้งโดยสิ้นเชิงต่อแนวนโยบายของพรรคเพื่อไทยเอง

“ค่าไฟแพงไม่ใช่ความบังเอิญ และไม่ใช่ผลจากการแข่งขัน แต่มาจากนโยบายรัฐ 20 ปีที่ผ่านมา เราปล่อยให้นโยบายพลังงานสร้างกลุ่มทุนพลังงานที่รวยเป็นแสนล้านขึ้นในประเทศไทย ช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนห่างขึ้นมหาศาล รัฐออกนโยบายเอื้อกลุ่มทุนผูกขาด ส่วนประชาชนต้องแบกรับผลกระทบในฐานะเป็นคนจ่ายค่าไฟ” ธนาธรระบุ

แล้ว รมว.พลังงานตอบอะไรไว้ในสภา?

พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พูดถึงประเด็นนี้ในการตอบกระทู้ถามสดระหว่างประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อสัปดาห์ก่อน (24 ต.ค.) ว่าโครงการรับซื้อไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน รูปแบบ Feed-in Tariff(FiT) จำนวนประมาณ 3,600 เมกะวัตต์นั้น เป็นโครงการต่อเนื่องจากโครงการรับซื้อไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน จำนวนประมาณ 5,200 เมกะวัตต์ โดยในโครงการรับซื้อจำนวน 3,600 เมกะวัตต์นี้ กกพ. จะแบ่งการรับซื้อหรือการประมูลออกเป็น 2 โครงการย่อย คือ โครงการรับซื้อไฟฟ้าขนาดประมาณ 2,100 เมกะวัตต์ 1 โครงการ และรับซื้อขนาด 1,500 เมกะวัตต์เป็นอีก 1 โครงการ

โฆษณา - Advertising

สำหรับโครงการรับซื้อไฟฟ้าขนาดประมาณ 2,100 เมกะวัตต์ กกพ.จะให้ผู้ที่เคยแพ้การประมูลในโครงการ 5,200 เมกะวัตต์มีสิทธิ์ยื่นประมูลก่อน โครงการนี้ยังอยู่ในขั้นตอนเตรียมการยังไม่มีการประมูลเกิดขึ้น แต่พีระพันธ์ระบุว่าเขาและกระทรวงไม่เห็นด้วยและเคยนำเรื่องนี้เข้าที่ประชุม คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงานหรือ กบง. แล้ว แต่น่าจะเกิดความผิดพลาดจึงทำให้การกำหนดหลักเกณฑ์ต่างออกไปจากนโยบาย และเขาได้สั่งแก้ไขไปแล้วและกำลังจะมีการประชุม กบง.เพื่อแก้ไขเรื่องนี้ด้วย แต่เนื่องจากกระทรวงพลังงานไม่สามารถสั่ง กกพ.ที่เป็นองค์กรอิสระเหมือนกับ กสทช.ได้ จึงได้ใช้อำนาจที่มีอยู่ทำหนังสือถึง กกพ.เพื่อทักท้วงและขอให้ทบทวนโครงการ

พีระพันธ์ระบุว่าได้รับคำตอบจาก กกพ.แล้วว่าเกิดจากความผิดพลาดในการทำมติที่ประชุมจะดำเนินการแก้ไขต่อไป

พีระพันธ์ กล่าวถึงกรณีที่มีการกล่าวว่ารับซื้อไฟฟ้าแพงเกินไปว่า การรับซื้อไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนดังกล่าว แบ่งออกเป็น 2 ประเภทตามแหล่งผลิต ประเภทแรกคือส่วนที่ผลิตจากแสงแดดมีการรับซื้อที่ 2.16 บาทต่อหน่วย และประเภทที่ผลิตจากพลังงานลมมีการรับซื้อที่ 3.10 บาทต่อหน่วย ซึ่งทั้ง 2 ส่วนไม่ได้มีราคาสูงกว่าราคารับซื้อเดิม ดังนั้น ตนจึงขอยืนยันว่าการรับซื้อไฟฟ้าในครั้งนี้ไม่ได้แพงเกินจริงแต่อย่างใด

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising