“ขุนแผน แสนสะท้าน” ผู้ต้องขังคดี ม.112 มีอาการร่างกายซีกซ้ายอ่อนแรง ควบคุมกล้ามเนื้อซีกซ้ายไม่ได้ กล้ามเนื้อมือและตาด้านซ้ายตกลง มีอาการลิ้นแข็งเคี้ยวอาหารไม่ได้ กินข้าวเคี้ยวไม่ถนัด พูดไม่ชัด ทนายส่งหนังสือถึงเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ขอให้ส่งตัวไปรักษาที่ รพ. ราชทัณฑ์ ทันที
6 พ.ย. 2567 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงาน “ขุนแผน แสนสะท้าน” ผู้ต้องขังในคดีทางการเมืองในคดี ม.112 มีอาการร่างกายซีกซ้ายอ่อนแรง ควบคุมกล้ามเนื้อซีกซ้ายไม่ได้ มื้อซ้ายไม่มีเรี่ยวแรง กล้ามเนื้อมือและตาด้านซ้ายตกลง มีอาการลิ้นแข็งเคี้ยวอาหารไม่ได้ กินข้าวเคี้ยวไม่ถนัด พูดไม่ชัด
ศูนย์ทนายฯ ได้รับรายงานว่า ขุนแผนเริ่มมีอาการเมื่อวันศุกร์ที่ 1 พ.ย. 2567 ในตอนเช้า โดยมีอาการชาครึ่งซีกซ้าย เป็นทั้งซีก ทั้งหัว ตัว แขน ขา ได้ไปตรวจที่แดนพยาบาลเท่านั้น เมื่อวันจันทร์และอังคารที่ผ่านมา (4 - 5 พ.ย. 2567) เจ้าหน้าที่ถามอาการเบื้องต้น ทดสอบกล้ามเนื้อโดยให้หยิบ ให้ยกขา ให้ออกแรงงัดข้อ วัดความดัน เจ้าตัวบอกว่าไม่เจออะไรผิดปกติและขอเจาะเลือดไป แพทย์ได้ถามว่าต้องการตรวจละเอียดที่ รพ.ราชทัณฑ์ หรือไม่ ขุนแผนได้ตอบว่าอยากไปตรวจแต่ปัจจุบันยังไม่ได้ส่งตัวไปยัง รพ.ราชทัณฑ์
ศูนย์ทนายความฯ รายงานเพิ่มเติมด้วยว่า จากคำบอกเล่าของขุนแผน เมื่อเช้าวันศุกร์ที่ผ่านมา (1 พ.ย. 2567) เขารู้สึกไม่มีแรง หยิบขวดน้ำมาจะดื่มก็ทำหล่น ไม่รู้สึกตัวหลายครั้ง และมีอาการชาครึ่งซีกซ้ายทั้งหมด ทั้งหัว ตัว และแขนขา พอผ่านวันแรกไป อาการไม่มีแรงก็เริ่ม ๆ ดีขึ้น แต่อาการชายังคงอยู่เหมือนเดิม ไม่น้อยลงเลย และรู้สึกว่าจะมีอาการมากขึ้นเรื่อย ๆ
วันนี้ เขาสังเกตตัวเองและเห็นชัดว่าตาข้างซ้ายเริ่มตกและมุมปากด้านซ้ายก็ตก ยังคงเดินได้ แต่ก็ไม่ปกติ เวลาเดินรู้สึกชาที่เท้า ก้าวแต่ละทีก็จะสะเทือนมาถึงที่ท้องจนต้องเกร็งตัว
อาการที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันศุกร์ ทำให้ขุนแผนมีปัญหาในการใช้ชีวิตประจำวัน เคี้ยวข้าวได้ไม่ถนัด บางทีก็เผลอกัดปากตัวเอง กินข้าวได้น้อยลงแต่ยังคงดื่มน้ำได้ บางทีก็พูดไม่ชัด ต้องตั้งใจจดจ่อกับการพูดมากขึ้นเพราะลิ้นแข็งควบคุมไม่ได้ ซึ่งขณะที่คุยกับทนายก็ยังเป็นอยู่ นอกจากนี้ยังต้องระวังเรื่องการเข้าส้วม และเข้าห้องอาบน้ำมากขึ้นอีก เพราะเดินได้ไม่ปกติ
นอกจากนั้นพี่สาวของขุนแผนที่เป็นพยาบาลได้มาเยี่ยมและรับทราบอาการก็เป็นห่วง เพราะของของพวกเขาเคยเป็นอัมพฤกษ์ ตอนอายุประมาณ 50-60 ปี สืบกันทางพันธุกรรมได้ พ่อมีอาการเส้นประสาทเส้นที่ 7 อักเสบ ตอนนั้นก็เริ่มต้นด้วยการมีอาการเหมือนที่เขาเป็นอยู่ พ่อก็รู้ตัวและไปรักษาตามอาการต่อเนื่อง จึงไม่ได้ถึงกับป่วยติดเตียง แต่ก็ไม่ได้หายขาด เดินได้ ใช้ชีวิตได้ แต่ไม่ปกติ
ล่าสุดวันนี้ (6 พ.ย. 2567) ทนายที่ได้ไปเยี่ยมแจ้งว่า ขุนแผนเล่าว่าอาการเห็นชัดว่าตาข้างซ้ายเริ่มตก และมุมปากด้านซ้ายก็ตก เดินได้แต่ไม่ปกติ เวลาเดินมีอาการเท้าชา สะเทือนมาถึงที่ท้องรู้สึกเกร็ง ตอนนี้ศูนย์ทนายฯ ส่งหนังสือ ขอให้เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เร่งส่งตัวผู้ต้องหาไปรักษาที่ รพ. ราชทัณฑ์ ทันที เพื่อมิให้อาการกำเริบร้ายแรง แต่วันนี้ยังไม่มีคำสั่งจากเรือนจำ ในวันพรุ่งนี้ต้องติดตามความคืบหน้าต่อไป
