วันที่ 8 พ.ย. 67 ที่ผ่านมา ประชาไทจัดเสวนา ‘งาน การเดินทาง อิสรภาพ: อุปสรรคและมายาคติที่คนพิการเจอ’ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของซีรีส์เสวนา ‘ประเทศไทยในรอบ 20 ปี’ ในวาระครบรอบ 20 ปี ก่อตั้งสำนักข่าวประชาไท ร่วมเสวนาโดย ผศ.ดร. ลลิล ก่อวุฒิกุลรังษี คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ , เสาวลักษณ์ ทองก๊วย นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิสตรีพิการ , และอรรถพล ศรีชิษนุวรานนท์ นักเคลื่อนไหวด้านประชาธิปไตยและการมีส่วนร่วมของคนพิการ ที่ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
เสาวลักษณ์ ทองก๊วย นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิสตรีพิการ กล่าวถึงประเด็น พ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการที่ได้รับการรับรอง พ.ศ. 2550 จุดประสงค์มีเพื่อส่งเสริมรับรองคุณภาพชีวิตคนพิการ และยังคงใช้ พ.ร.บ.นี้มาจนปัจจุบัน ผ่านมา 17 ปี พ.ร.บ.ฉบับนี้มีการพัฒนาปรับเปลี่ยนแล้วหรือไม่ ซึ่งในทางฝ่ายนิติบัญญัติกล่าวไว้ว่าได้มีการปรับปรุงแก้ไขแล้ว ตนมองว่าการแก้ พ.ร.บ. เป็นการแก้ในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ไม่ได้แก้รายละเอียดที่เป็นหัวใจหลัก
เสาวลักษณ์ ได้ยกตัวอย่าง มาตรา 1 ของ พ.ร.บ. ที่นิยามความพิการ แต่ไม่ได้พูดถึงในแง่มิติของ เพศ อายุ ศาสนา อัตลักษณ์ ฯลฯ พ.ร.บ. นี้ไม่มีมิติของความเป็นมนุษย์อยู่ เพราะกีดกั้นจำกัดสิทธิคนพิกาที่มีอัตลักษณ์อื่นๆ ออกไป เช่น มาตรา 15 (การเลือกปฎิบัติ) มาตรา 33 , มาตรา 34 และมาตรา 35 ในสัดส่วนของการจ้างงานคนพิการที่รัฐรายงานโดยเฉพาะกรมส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) มีอัตราการจ้างงานต่ำกว่าจำนวนคนพิการที่อยู่ในสถิติรายงานโดยสํานักงานสถิติแห่งชาติ ซึ่งในรายงานของกรมส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนพิการนับจำนวนคนพิการที่มีบัตรคนพิการเท่านั้นไม่นับรวมคนพิการที่ยังไม่ได้ทำบัตร ทำให้รายงานการเก็บข้อมูลของคนพิการที่มีงานทำของทั้งสองหน่วยงานแตกต่างกัน
"พ.ร.บ. ให้คำนิยามไว้เพียงแค่ความพิการ ไม่ได้มีในมิติเรื่อง เพศ อายุ ชาติพันธุ์ ศาสนา อื่นๆ ทำให้คนพิการอัตลักษณ์อื่นๆ ไม่สามารถเข้าถึงสิทธิที่จะได้รับ ดังนั้น พ.ร.บ. 2550 จนถึงปัจจุบันนี้ จึงปราศจากมิติความเป็นมนุษย์"
ดังนั้น การพิสูจน์ดูจำนวนสถิติไม่สามารถที่จะวัดได้ และส่งผลทำให้ไม่สามารถออกแบบวางแผนแก้ไขปัญหาส่งเสริมการจ้างงาน ส่งเสริมการเข้ารับการศึกษาได้ นอกจากนี้กรณีของคนพิการที่ได้ทำบัตรต้องแสดงเจตจำนงที่จะรับเบี้ยคนพิการ จะเห็นได้ว่าสิทธิประโยชน์นั้นมีเงื่อนไข นอกจากเรื่องกฎหมายกีดกันจำกัดสิทธิทแล้ว อีกปัญหาหนึ่งที่ไม่ได้พูดถึง คือการแสวงหาผลประโยชน์กันเองในคนพิการไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม เช่น การแสวงหาผลประโยชน์จากการจ้างงาน การรับเงินสวัสดิการต่างๆ ซึ่งคนพิการอาจจะไม่ได้รับเงินนี้โดยตรง ยังขาดกลไกในการตตรวจสอบปัญหาเหล่านี้อยู่
ความคาดหวังของคนพิการที่มีงานทำ เสาวลักษณ์กล่าว อยากเห็น 3 ประเด็น 1. กฎหมาย ต้องปรับให้ทันสมัย แผนการดำเนินงานที่สามารถทำได้จริงเรียงลำดับความสำคัญ 2. ส่งเสริมความเข้มแข็งของคนพิการ การมีส่วนร่วมของหน่วยงานรัฐ ภาคีที่เกี่ยวข้อง และ 3. การศึกษา ให้ความรู้เรื่องสิทธิมนุษยชน ลดการทำลายมายาคติ
ในช่วงสุดท้าย พูดถึงการมีส่วนร่วมขับเคลื่อนประเด็นการจ้างงานของคนพิการ ไม่ว่าจะแง่ประเด็น ปัญหาหรือแง่กฎหมาย ซึ่งเธอมองว่าการมีวงเสวนาเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น จะทำให้ได้รับข้อมูล และการสร้างความรู้ชุดใหม่ๆ ขึ้น

