ยูเนสโกเรียกร้องเพิ่มการลงทุนด้านการเตรียมพร้อมรับมือภัยสึนามิ ในวาระครบรอบ 20 ปีเหตุการณ์สึนามิมหาสมุทรอินเดีย
เมื่อวันที่ 15 พ.ย. 2567 ที่เมืองบันดาอาเจะฮ์ ประเทศอินโดนีเซีย องค์การยูเนสโก (UNESCO) ได้จัดการประชุมนานาชาติเป็นเวลา 4 วัน โดยรวบรวมผู้เชี่ยวชาญด้านคลื่นสึนามิและผู้กำหนดนโยบายชั้นนำจากทั่วโลก เพื่อรำลึกถึงวาระครบรอบ 20 ปีเหตุการณ์สึนามิในมหาสมุทรอินเดียเมื่อปี 2547
นางออเดรย์ อาซูเลย์ ผู้อำนวยการใหญ่ยูเนสโก กล่าวว่าแม้โลกจะมีความพร้อมรับมือกับภัยสึนามิมากขึ้นผ่านระบบเตือนภัยล่วงหน้าและโครงการ Tsunami Ready ที่ได้ฝึกอบรมประชากรใน 30 ประเทศ แต่ยังจำเป็นต้องมีการลงทุนเพิ่มเติมเพื่อให้ชุมชนชายฝั่งสามารถตอบสนองต่อภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ผลสำคัญจากการประชุมคือการรับรอง "ถ้อยแถลงบันดาอาเจะฮ์" ซึ่งกำหนดเป้าหมายให้ทุกชุมชนชายฝั่งทั่วโลกพร้อมรับมือกับคลื่นสึนามิภายในปี 2573 โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคำนึงว่ามีประชากรกว่า 700 ล้านคนอาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย
ในระหว่างการประชุม มีการรับรองความพร้อมรับมือสึนามิอย่างเป็นทางการให้กับ 26 ชุมชนในอินเดียและ 12 ชุมชนในอินโดนีเซีย นอกจากนี้ยังมีการจัดการฝึกซ้อมแบบเรียลไทม์ในหมู่บ้านชายฝั่งทะเล 2 แห่งใกล้เมืองบันดาอาเจะฮ์ เพื่อทดสอบประสิทธิผลของการฝึกอบรม
ในด้านโครงสร้างพื้นฐาน ยูเนสโกได้พัฒนาระบบเตือนภัยและบรรเทาภัยพิบัติสึนามิในมหาสมุทรอินเดีย (IOTWMS) อย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีการติดตั้งเครื่องตรวจวัดแผ่นดินไหวหลายหมื่นเครื่อง รวมถึงสถานีวัดระดับน้ำทะเล หอสังเกตการณ์ใต้น้ำ และทุ่นตรวจวัดคลื่นสึนามิใต้มหาสมุทรรวมประมาณ 1,200 แห่ง
เครือข่ายอุปกรณ์เหล่านี้ช่วยให้สามารถตรวจจับและวัดคลื่นสึนามิขนาดใหญ่ได้ทันเวลา เพื่อแจ้งเตือนชุมชนชายฝั่งที่อยู่ห่างไกลให้อพยพได้ทัน สะท้อนให้เห็นถึงความก้าวหน้าอย่างมีนัยสำคัญในการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติสึนามิในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ ยูเนสโกยังคงเรียกร้องให้ประเทศสมาชิกทุกประเทศลงทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อให้แน่ใจว่าชุมชนชายฝั่งจะสามารถตอบสนองต่อภัยพิบัติได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
