Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

รายงานของยูเนสโกเผยเด็กและเยาวชน 18 ล้านคนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อยู่นอกระบบการศึกษา


ที่มาภาพ: กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)

10 กรกฎาคม 2568 ข้อมูลประมาณการเมื่อเร็ว ๆ นี้ขององค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ชี้ว่า ปัจจุบันมีเด็กและเยาวชนที่อยู่นอกระบบการศึกษาทั่วโลกจำนวน 272 ล้านคน ซึ่งในจำนวนนี้มี 18 ล้านคนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ข้อมูลดังกล่าวได้รับการบรรจุไว้ในผลสรุปรายงานการติดตามผลการศึกษาทั่วโลก (Global Education Monitoring Report – GEM Report) ของยูเนสโก ประจำปี 2567/2568 ฉบับภาษาไทย ว่าด้วย 'การเป็นผู้นำทางการศึกษานำสู่การเรียนรู้' ซึ่งได้รับการเผยแพร่เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2568

รายงานฉบับนี้กล่าวถึงความท้าทายของภาคการศึกษา รวมถึงการขาดการลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในประเทศที่มีรายได้น้อย และความจำเป็นในการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ เช่น การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เพื่อการเปลี่ยนแปลง

ในงานเปิดตัวรายงาน ซึ่งจัดโดยสำนักงานยูเนสโกส่วนภูมิภาค ณ กรุงเทพฯ และสำนักงานเพื่อการประสานงานสหประชาชาติในเอเชียและแปซิฟิก (ยูเนสโก กรุงเทพฯ) ร่วมกับคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย และสำนักเลขาธิการซีมีโอ ผู้เชี่ยวชาญได้ร่วมกันอภิปรายถึงความจำเป็นของภาวะผู้นำทางการศึกษาที่เข้มแข็งในการรับมือกับความท้าทายเหล่านี้และปิดช่องว่างให้กับผู้เรียนที่ยังคงถูกทอดทิ้งไว้ข้างหลัง ผู้เชี่ยวชาญเรียกร้องให้มีการลงทุนในภาวะผู้นำด้านการศึกษาทั้งในระดับโรงเรียนและระดับระบบ เพื่อฟื้นฟูการดำเนินงานให้คืบหน้าไปสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนเป้าหมายที่ 4 (Sustainable Development Goal 4 – SDG 4) ว่าด้วยการศึกษาที่มีคุณภาพ

'รายงานฉบับภาษาไทยนี้ได้รับการจัดทำในช่วงเวลาสำคัญ' นางมาริน่า ปาทริเย รองผู้อำนวยการและหัวหน้าฝ่ายการศึกษาของยูเนสโก กรุงเทพฯ กล่าว 'จากการผลักดันนโยบาย Zero Dropout (มาตรการขับเคลื่อนประเทศไทยเพื่อแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์) ไปจนถึงการบูรณาการปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ในโรงเรียน ประเทศไทยกำลังดำเนินการปฏิรูปการศึกษาอย่างมุ่งมั่น รายงานฉบับนี้นำเสนอแนวทางที่ทันต่อสถานการณ์ว่า ภาวะผู้นำที่เข้มแข็งและคำนึงถึงทุกคนจะช่วยผลักดันให้ความพยายามเหล่านี้นำไปสู่ความก้าวหน้าได้อย่างแท้จริง โดยตั้งอยู่บนหลักของความเสมอภาค หลักฐาน และความสำคัญระดับชาติ'

รายงานประจำปี 2567/2568 ยังคาดการณ์ว่า ความช่วยเหลือด้านการศึกษาทั่วโลกจะลดลงมากกว่าร้อยละ 25 ภายในปี 2570 เนื่องจากการลดลงของความช่วยเหลือโดยรวมและการที่การศึกษาได้รับความสำคัญน้อยลง ขณะเดียวกัน รัฐบาลหลายประเทศยังลดสัดส่วนงบประมาณด้านการศึกษาในประเทศลงอีกด้วย การขาดแคลนงบประมาณกำลังส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน

ในประเทศไทย นักเรียนอายุ 15 ปีที่มีทักษะพื้นฐานขั้นต่ำด้านการอ่านมีสัดส่วนลดลงจากร้อยละ 50 ในปี 2558 เหลือร้อยละ 35 ในปี 2565 ขณะที่ผลด้านคณิตศาสตร์ลดลงจากร้อยละ 46 เหลือเพียงร้อยละ 32 ในช่วงเวลาเดียวกัน ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ยูเนสโกและกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาได้ร่วมมือกันผ่านโครงการ Learning Coin (โครงการเปลี่ยนการอ่านเป็นทุนการศึกษา) เพื่อสนับสนุนเด็กและเยาวชนด้อยโอกาสในการสร้างพฤติกรรมรักการอ่านตลอดชีวิตโดยอาศัยการเรียนรู้ผ่านสื่อพกพา เด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาได้รับประโยชน์จากโครงการนี้แล้วกว่า 1,000 คน การเดินหน้าเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษายังคงเป็นเส้นทางสำคัญเพื่อพัฒนาให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนดีขึ้น

ภายในงานเดียวกัน ยังมีการเปิดตัวผลสรุปรายงานการติดตามผลการศึกษาทั่วโลกประจำปี 2567 ฉบับภาษาไทยในหัวข้อ 'เทคโนโลยีกับการศึกษา: เครื่องมือโดยเงื่อนไขของใคร?' ซึ่งศึกษาว่าเทคโนโลยีสามารถช่วยยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ส่งเสริมความเสมอภาค และขยายโอกาสทางการศึกษาได้อย่างไร พร้อมทั้งเตือนว่า หากไม่มีการออกแบบที่คิดมารอบด้าน การกำกับดูแล และภาวะผู้นำที่เหมาะสม เทคโนโลยีใหม่ ๆ อาจยิ่งเพิ่มช่องว่างทางดิจิทัล และเบี่ยงเบนทรัพยากรจากเรื่องสำคัญพื้นฐานในระบบการศึกษา แม้กระทั่งในประเทศรายได้ปานกลางระดับบนอย่างประเทศไทย ต้นทุนในการเชื่อมต่อโรงเรียนทั้งหมดกับอินเทอร์เน็ตก็สูงถึงประมาณ 8,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี โดยยังไม่รวมต้นทุนการติดตั้ง

รายงานยังชี้ว่า เมื่อปี 2564 มีเพียงร้อยละ 43 ของโรงเรียนระดับประถมศึกษาในประเทศไทยที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ตเพื่อการเรียนการสอน และมีเพียงร้อยละ 27 ที่มีสื่อการเรียนรู้ดิจิทัลอย่างเพียงพอ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความจำเป็นในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ

ด้านความพร้อมของครูก็ยังเป็นอีกความท้าทายและมีความแตกต่างหลากหลายมากในภูมิภาค ประเทศไทยได้มีความก้าวหน้าอย่างมากในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เพื่อการเปลี่ยนแปลงในการศึกษา โดยมุ่งเน้นยิ่งในการบูรณาการปัญญาประดิษฐ์เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและส่งเสริมความเสมอภาค ด้วยการสนับสนุนจากหัวเว่ยและยูเนสโก ประเทศไทยได้เปิดตัวโครงการโรงเรียนแบบเปิดที่อาศัยเทคโนโลยีเพื่อทุกคน (Technology-enabled Open Schools for All initiative) เพื่อส่งเสริมทักษะทางดิจิทัลและสมรรถนะด้านเอไอให้กับครูและนักเรียน ยูเนสโกยังให้การสนับสนุนศูนย์การเรียนรู้สำหรับนักเรียนข้ามชาติ 63 แห่งในจังหวัดตาก เพื่อช่วยลดช่องว่างการเข้าถึงการเรียนรู้ผ่านระบบดิจิทัลสำหรับผู้เรียนที่เปราะบางที่สุด

นายมาโนส แอนโทนินิส ผู้อำนวยการ GEM Report ของยูเนสโก กล่าวว่า 'หลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเผชิญความท้าทายสองด้านพร้อมกัน ทั้งการขยายโอกาสทางดิจิทัลและการแก้ไขความเหลื่อมล้ำเชิงระบบ ด้วยทรัพยากรที่มีจำกัดมากขึ้น การจัดลำดับความสำคัญด้านการใช้จ่ายยิ่งเป็นสิ่งจำเป็น ภาวะผู้นำที่เข้มแข็งคือกุญแจสำคัญในการผลักดันให้ระบบการศึกษามุ่งเน้นไปที่สิ่งที่จะรับประกันได้ว่า เราจะมีการศึกษาที่มีคุณภาพและครอบคลุมสำหรับทุกคน ไม่ถูกเบี่ยงเบนด้วยเครื่องมือใหม่เพียงเพราะความแปลกใหม่'

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง