ผลนับคะแนนไม่เป็นทางการ 'ศราวุธ เพชรพนมพร' จากพรรคเพื่อไทย ชนะเลือกตั้งนายก อบจ.อุดรธานี ด้านพรรคประชาชนยอมรับผลแพ้ แต่ระบุไม่ล้มเหลวเลือกท้องถิ่น

ศราวุธ เพชรพนมพร จากพรรคเพื่อไทย ว่าที่นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) อุดรธานี
24 พ.ย. 2567 การเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) อุดรธานี แทนตำแหน่งที่ว่าง หลังจากนายวิเชียร ขาวขำ ลาออกจากตำแหน่ง
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
เวลา 23.10 น. นับคะแนน 100% มีคะแนนอย่างไม่เป็นทางการดังนี้
1. นายศราวุธ เพชรพนมพร พรรคเพื่อไทย หมายเลข 2 ได้ 327,487 คะแนน
2. นายคณิศร ขุริรัง พรรคประชาชน หมายเลข 1 ได้ 268,675 คะแนน
3. นายดนุช ตันเทิดทิตย์ กลุ่มวิถีใหม่ หมายเลข 3 ได้ 17,224 คะแนน
เพื่อไทยประกาศชัยชนะเลือกนายก อบจ.อุดรธานี
ผู้จัดการออนไลน์ รายงานว่าผลการนับคะแนนเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานีอย่างไม่เป็นทางการเมื่อเวลา 20:00 น. ซึ่งนับไปแล้วร้อยละ 54.5 นายศราวุธ เพชรพนมพร ผู้สมัครหมายเลข 2 จากพรรคเพื่อไทยได้คะแนน 212,168 คะแนน ส่วนนายคณิศร ขุริรัง ผู้สมัครหมายเลข 1 จากพรรคประชาชนได้คะแนน 172,994 คะแนน
ทั้งนี้ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง แกนนำพรรคเพื่อไทย และนายศราวุธได้ร่วมกันแถลงข่าวขอบคุณชาวอุดรธานีทุกคนที่ลงคะแนนให้กับพรรคเพื่อไทย ถึงแม้ว่าตอนนี้มีการนับคะแนนไปแล้ว 50% แต่คะแนนของพรรคเพื่อไทยนำคู่แข่งอยู่ในช่องว่างที่พอสมควร จึงคาดการณ์ว่าเมื่อนับคะแนนครบ 100% น่าจะส่งผลให้ได้รับชัยชนะ
"จังหวัดอุดรธานีเป็นเมืองหลวงเป็นฐานที่มั่นของพรรคเพื่อไทย และผู้สมัครของเราก็มีความรู้ความสามารถและทำงานในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง อีกประเด็นสำคัญที่ทำให้เราได้รับชัยชนะ คือนโยบายของพรรคเพื่อไทยเป็นที่ถูกอกถูกใจประชาชนเป็นอย่างมาก ซึ่งก็หวังว่าการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัดทั่วประเทศที่จะมาถึงนี้ บุคลากรของพรรคเพื่อไทยจะสามารถเอาชนะได้
ส่วนอดีตนายกทักษิณ ชินวัตร ที่ได้มาปราศรัยที่จังหวัดอุดรธานี ถือว่ามีส่วนสำคัญอย่างมากในฐานะผู้ช่วยหาเสียง แสดงให้เห็นว่ายังมีความผูกพันระหว่างพี่น้องประชาชนคนอุดรธานีและนายทักษิณอยู่" นายประเสริฐกล่าว
พรรคประชาชน ยอมรับผลแพ้ นายก อบจ.อุดร แต่ไม่ล้มเหลวเลือกท้องถิ่น
เว็บไซต์ประชาชาติธุรกิจ รายงานว่าที่โรงแรม 9D อ.เมืองอุดรธานี พรรคประชาชนอ แถลงหลังทราบผลการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี (นายก อบจ.อุดรธานี) อย่างไม่เป็นทางการ โดยนายศราวุธ เพชรพนมพร ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย ประกาศชัยชนะไปก่อนหน้านี้นั้น
นายคณิศรกล่าวว่า ขอบคุณประชาชนชาวอุดรธานีทุกท่านที่มอบคะแนนให้กับพวกเราพรรค ปชน. ถือว่าได้คะแนนมาก แต่ทั้งนี้ก็ยังไม่ถึงกับชนะ ต้องกราบขอบคุณทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจพวกเรา ต่อมาขอแสดงความยินดีกับผู้สมัครเบอร์ 2 คุณศราวุธที่ได้รับคะแนนเสียงสูงสุดในการเลือกตั้งวันนี้ ได้คะแนนเป็นอันดับ 1
“สำหรับผมถือว่าไม่ได้เสียใจอะไร เป็นงานที่สนุก มีการรณรงค์หาเสียง ขอคะแนนกับพี่น้องชาวอุดรฯ มีความสุขกับการทำงาน ได้เห็นแววตาพี่น้องชาวอุดรฯ มีประกายที่มีความหวังกับนโยบายที่เราได้นำเสนอ เราก็ดีใจ คงทำงานหนักต่อไป ทำงานให้หนักและทำงานกับพรรค ปชน.ต่อไป” นายคณิศร กล่าว
ด้านนายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีกับนายศราวุธที่ได้รับชัยชนะเป็นนายก อบจ.อุดรธานีคนต่อไป เราเชื่อว่าการเลือกตั้งทุกสนามคือโอกาสในการเปลี่ยนแปลงและการรณรงค์ทางความคิด ตนสนุกที่ได้มาทำงานร่วมกับคณิศรและทีมงานทุกคน
จากนี้ตนและนายคณิศรจะเดินหน้ารับใช้ชาวอุดรธานีต่อไป ทุกนโยบายที่นำเสนอเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นนโยบายน้ำประปาดื่มได้ ขนส่งสาธารณะ สาธารณสุข ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ฯลฯ แม้วันนี้จะยังไม่มีโอกาสเข้าไปบริหารแต่ก็ได้ผลักดันวาระเหล่านี้ ตนถือว่าประสบความสำเร็จแล้วในการผลักดันวาระของสังคมและรณรงค์ทางความคิดกับประชาชน ในฐานะตัวแทนประชาชนเรายังคงสามารถรับใช้ประชาชนได้ต่อไปในการร่วมทำงานกับคนที่เข้าไปบริหาร หากมีนโยบายอะไรที่พรรคประชาชนสามารถให้ความร่วมมือได้ ไม่ว่าจะเป็นองค์ความรู้หรือด้านอื่นๆ
ทั้งนี้ ตนอยากให้ทุกคนร่วมกันติดตามพรรคประชาชนในการเลือกตั้งนายก อบจ.สนามอื่นๆ ที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต โดยพรรคประชาชนจะเดินหน้าอย่างเต็มที่แน่นอน ทั้งในสนามต่อไปที่อุบลราชธานี และอีก 12 สนามที่ได้มีการเปิดตัวผู้สมัครไปแล้ว” หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าว
ด้านนายศรายุทธิ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรคประชาชน ระบุว่า ต้องยอมรับว่าวันนี้เรายังทำไม่สำเร็จในสนามอุดรธานี แต่เราก็ไม่เคยล้มเหลวในการทำงานการเมืองท้องถิ่น คะแนนของพรรคประชาชนเติบโตอย่างมีนัยสำคัญทุกครั้งในสนามอุดรธานี ซึ่งเป็นการบ่งบอกว่าประชาชนให้การยอมรับเรามากขึ้นเรื่อยๆ จากปี 2563 ที่ 26% มาสู่ปี 2566 ที่ 36% และครั้งนี้เรามั่นใจว่าเกิน 40% แน่นอน
ทั้งนี้ ปัจจัยที่นำไปสู่ผลการเลือกตั้งมีมากมาย สิ่งที่พรรคประชาชนเรียนรู้ซึ่งมีความสำคัญก็คือการบริหารกองอำนวยการเลือกตั้งและการทำงานร่วมกับทีมงานกว่าร้อยคน ซึ่งเป็นความท้าทายใหญ่ และเราก็ทำได้ดีในระดับที่น่าพึงพอใจ แม้จะยังไม่ดีพอที่จะทำให้ชนะได้ แต่จากประสบการณ์ครั้งนี้ถือเป็นการเรียนรู้ที่พรรคประชาชนจะสามารถนำไปใช้ในสนามอื่นๆ ได้ต่อไป เช่นในวันที่ 22 ธันวาคมนี้ที่อุบลราชธานี และอีกไม่น้อยกว่า 12 จังหวัด รวมทั้งที่คาดว่าจะส่งเพิ่มอีก 35 จังหวัด ซึ่งจะทำให้การทำงานของพรรคประชาชนคึกคักมากขึ้น
