Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

“ประยุทธ์” เพื่อไทยเสนอร่างแก้ พ.ร.บ.จัดระเบียบกระทรวงกลาโหม ตั้งนายพลใหม่ให้ผ่าน ครม.เห็นชอบก่อน เปลี่ยนสัดส่วนสมาชิกสภากลาโหม รวมถึงเพิ่มอำนาจให้เจ้าหน้าที่ทหารขัดคำสั่งนายได้ถ้าถูกสั่งให้รัฐประหารล้มการปกครองหรือทำผิดกฎหมาย

6 ธ.ค.2567 เว็บไซต์รัฐสภาเปิดรับฟังความเห็นร่างพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่เสนอโดยประยุทธ ศิริพานิชย์ สส.พรรคเพื่อไทย กับคณะ ตั้งแต่วันที่ 2 ธ.ค.2567 – 1 ม.ค.2568 โดยล่าสุดมีผู้ร่วมแสดงความเห็นแล้ว 16 คน มีผู้เห็นด้วย 68.75 % และไม่เห็นด้วย 31.25%

ทั้งนี้ส่วนสาระสำคัญของร่างกฎหมายที่เสนอครั้งนี้เป็นการแก้ไข พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. 2551 ในส่วนที่เกี่ยวกับการแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพลต้องผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อน และเพิ่มปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเข้าไปเป็นกรรมการในคณะกรรมการพิจารณาแต่งตั้งด้วย

อีกทั้งยังกำหนดสัดส่วนของสมาชิกสภากลาโหมให้มี นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และมีข้าราชการพลเรือเพิ่มเข้ามา 2 ตำแหน่งคือปลัดกระทรวงการคลัง อธิบดีกรมบัญชีกลาง และลดจำนวนสมาชิกตามตำแหน่งลงเหลือ 14 ตำแหน่ง และตั้งสมาชิกผู้ทรงคุณวุฒิไม่เกิน 3 คน รวม 17 ตำแหน่ง แต่คณะรัฐมนตรีต้องเป็นผู้ให้ความเห็นชอบสมาชิกผู้ทรงคุณวุฒิ 3 คนที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเลือกมา

นอกจากนั้นยังขยายเนื้อหาในมาตรา 35 เดิม โดยกำหนดเป็นข้อห้ามการใช้กำลังทหารหรือข้าราชการทหารเพื่อยึดอำนาจจากรัฐบาลหรือก่อกบฏ ไปจนถึงการทำผิดกฎหมายอื่นๆ โดยให้อำนาจแก่ข้าราชการทหารที่ได้รับคำสั่งให้กระทำการเหล่านี้มีสิทธิไม่ปฏิบัติตามคำสั่งได้ โดยให้ถือว่าการขัดคำสั่งไม่ถือว่าทำผิดวินัยทหารหรือกฎหมายอาญาทหาร แต่ยังคงให้การจะใช้กำลังทหารปราบจลาจลอยู่ที่กระทรวงกลาโหมกำหนดโดยผ่านความเห็นชอบของ ครม.เช่นเดิม

ทั้งนี้ยังกำหนดให้ นายกฯ และครม. สั่งให้นายทหารที่มีการกระทำเข้าข่ายจะเป็นการยึดอำนาจหรือก่อกบฏหยุดปฏิบัติหน้าที่ไว้ชั่วคราวระหว่างรอการสอบสวนโดยการสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ไม่ต้องทำตามขั้นตอนสั่งพักราชการตามที่กฎหมายกำหนดไว้ด้วย

ในส่วนหลักการและเหตุผลของการเสนอแก้ไขครั้งนี้ระบุไว้ว่า ครม.ที่มีอำนาจสูงสุดในฝ่ายบริหาร กลับไม่มีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาและให้ความเห็นชอบการแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพล เพราะตามกฎหมายฉบับปี 2551 แต่งตั้งสมาชิกโดยคณะกรรมการที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและผู้บัญชาการเหล่าทัพเป็นกรรมการเท่านั้นทำให้การแต่งตั้งนายพลมาจากพวกพ้องของผู้บัยชาการเหล่าทัพ ไม่เป็นธรรมกับนายทหารที่มีความรู้ความสามารถได้มีโอกาสก้าวหน้าในอาชีพการงาน รวมถึงควรตัดสมาชิกสภากลาโหมที่มาจากเหล่าทัพที่เกินความจำเป็นและให้นายกรัฐมนตรีเป็นประธานสภาด้วย และเพื่อป้องกันการใช้กำลังทหารยึดอำนาจเป็นปฏิปักษ์ต่อระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จึงควรกำหนดข้อห้ามไว้และให้อำนาจแก่ ครม.สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่นายทหารที่มีการกระทำดังกล่าวได้

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง