นายกรัฐมนตรียืนยันเพื่อไทยไม่มีเจตนาแทรกแซงกองทัพ การเสนอร่างแก้ไข พ.ร.บ.จัดระเบียบกระทรวงกลาโหมเป็นเรื่องส่วนบุคคลของ สส. ภายในพรรค ซึ่งมีสิทธิเสนอได้อยู่แล้ว แต่ยังไม่ใช่มติพรรค ด้านณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ ระบุ ส่วนตัวเห็นด้วยกับร่างกฎหมายดังกล่าวที่จะทำให้กองทัพทำงานสอดคล้องกับรัฐบาลจากการเลือกตั้งมากขึ้น แต่ไม่คาดหวังว่าการแก้กฎหมายกลาโหมจะสกัดกั้นการรัฐประหารได้
12 ธ.ค. 2567 วานนี้ (11 ธ.ค. 2567) แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถึง การเสนอร่างแก้ไข พ.ร.บ.จัดระเบียบกระทรวงกลาโหม เป็นเรื่องส่วนบุคคลที่ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เป็นผู้เสนอ ยังไม่ใช่มติพรรค ยืนยันทางพรรคเพื่อไทยไม่มีเจตนาแทรกแซงกองทัพ
ส่วนการที่ สส.ประยุทธ์ ถอนร่างพ.ร.บ.กลาโหม นายกฯ กล่าวว่า เป็นสิทธิของ สส. อยู่แล้วที่ยื่น แต่ไม่ใช่มติของพรรค
ด้านณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กระบุ ส่วนตัวตนเองเห็นด้วยกับร่างแก้ไข พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหมของ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ไม่ใช่เพราะเชื่อหรือคาดหวังว่าจะสกัดการรัฐประหารได้ แต่เห็นว่าเป็นความพยายามทำให้กองทัพทำงานสอดคล้องกับรัฐบาลจากการเลือกตั้งมากขึ้น พอมีข้อคัดค้านจากหลายฝ่าย และประเมินจากข้อเท็จจริงว่าโอกาสสำเร็จมีน้อย ระหว่างจะได้กฎหมายที่ฝ่ายการเมืองกำกับกองทัพ กับเกิดสถานการณ์ให้กองทัพมีปฏิกริยาต่อการทำงานของรัฐบาล อะไรจะเกิดขึ้นก่อนยังคิดยาก
เมื่อผู้เสนอร่างจะถอนก็ยังมีร่างอีกฉบับซึ่งกระทรวงกลาโหมเป็นผู้เสนอ หากนำเข้าสภาก็ยังมีโอกาสทำเรื่องนี้ ในชั้นกรรมาธิการยังพูดคุยกันได้ แม้จะไปไม่ไกลมากแต่คงขยับได้เป็นบางก้าว และใช่ว่าจะไม่มีโอกาสอีกหลายก้าวในอนาคต
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ณัฐวุฒิระบุว่า ไม่เชื่อว่ากฎหมายจะห้ามรัฐประหารได้ เพราะคนจะทำย่อมมองข้ามทุกกฎหมาย และตนเองก็ไม่ยอมรับว่าในระบอบประชาธิปไตยมีเงื่อนไขใดๆ ให้รัฐประหาร ที่เกิดขึ้น 2 ครั้งล่าสุดชัดเจนว่าเป็นทฤษฎีสมคบคิดของคนบางกลุ่มที่จะล้มรัฐบาลเลือกตั้ง เส้นทางตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงยึดอำนาจถอดออกมาจากพิมพ์เดียวกัน
ถ้าจะมีพลังที่คาดหวังว่าต้านรัฐประหารได้ สิ่งนั้นคืออำนาจอธิปไตยของประชาชน แต่ที่ผ่านมาประชาชนฝ่ายที่ต้องการรัฐประหารก็มีจำนวนหนึ่ง แม้ไม่ใช่เสียงส่วนใหญ่แต่ก็มากพอให้ฝ่ายก่อการอ้างความชอบธรรม ถ้านักการเมืองโกง กลไกตรวจสอบยังทำหน้าที่ได้ แต่ถ้าประชาชนขัดแย้งและส่วนหนึ่งสนับสนุน ก็ไม่มีกฎหมายอะไรป้องกันรัฐประหารได้
ตนคิดแบบนี้คงไม่มีใครเหมาว่าพูดกับชนชั้นนำเจ้าของใบอนุญาตที่ไหน ตนขอพูดกับประชาชนซึ่งมีสิทธิ์เห็นด้วยหรือเห็นต่าง ถ้าการพูดอะไรแบบนี้เป็นการพูดกับชนชั้นนำเสียหมด พรรคการเมืองหนึ่งที่ต้องคดีแก้ไข ม.112 ซึ่งเคยแสดงจุดยืนไปแล้วว่าไม่เห็นด้วยทั้งการยุบพรรคและเล่นงานกันด้วยข้อหานี้ แต่พรรคนั้นลบนโยบายเรื่องนี้ออกจากเว็บไซต์และไม่มีการนำกลับมาอีกเลย ไม่รู้เป็นการพูดกับประชาชนหรือสื่อสารกับใคร
ส่วนการใช้อำนาจก็เห็นว่าพรรคการเมืองที่ยืนอยู่ในสนามทุกวันนี้แทบไม่ต่างกัน ที่ตั้งรัฐบาลได้ก็ทำงาน ที่ตั้งไม่ได้ก็ทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ที่ถูกร้องก็แก้คดี ที่ถูกยุบก็ตั้งพรรคใหม่ แล้วต่างฝ่ายก็เดินหน้าไปสู่การเลือกตั้งครั้งต่อไป
