'สันติ ลุนเผ่' ศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะการแสดง และเป็นนักร้องเสียงทรงพลังตำนานเพลงรักชาติ เสียชีวิตในวัย 88 ปี

'สันติ ลุนเผ่' ศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะการแสดง | ที่มาภาพ: Wikimedia
10 ธ.ค. 2567 Thai PBS รายงานว่า ร.ต.สันติ ลุนเผ่ ศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีสากล-ขับร้อง) ประจำปี 2558 ถึงแก่กรรมในวัย 88 ปี
ร.ต.สันติ เป็นนักร้องเสียงเทเนอร์ หรือเสียงโทนสูงของนักร้องชายระดับตำนานของไทย ฝากผลงานเพลงแนวรักชาติ เพลงคลาสสิกและเพลงประกอบภาพยนตร์ไว้มากมาย เช่น เพลง "หนักแผ่นดิน", "ทหารพระนเรศวร", "ดุจบิดามารดร", "เกิดเป็นไทยตายเพื่อไทย" รวมถึงบทเพลงพระราชนิพนธ์ "ความฝันอันสูงสุด" ที่นับเป็นความภาคภูมิใจในชีวิตศิลปิน
แม้คนส่วนใหญ่จะนึกถึงเพลงรักชาติ เมื่อเอ่ยชื่อ "สันติ ลุนเผ่" แต่น้อยคนจะรู้ว่าทางถนัดจริง ๆ กลับเป็นเพลงคลาสสิกและเพลงโอเปร่า และเป็นที่มาของเสียงร้องทรงพลังอย่างทุกวันนี้
สันติ เคยเล่าว่า ตั้งแต่อายุ 5 ขวบได้ฝึกฝนด้วยตัวเองจากการเลียนเสียงนักร้องจากแผ่นเสียง "เอ็นริโก้ คารูโซ" นักร้องโอเปร่าชื่อดังชาวอิตาเลียน จากนั้นได้สั่งสมประสบการณ์ดนตรี จากการเข้ารับราชการทหารเรือ ประจำวงดุริยางค์ทหารเรือ มีหน้าที่สอนขับร้อง ก่อนลาออกจากราชการ มาประกอบอาชีพร้องเพลง สอนขับร้องดนตรีคลาสสิก ผลงานได้รับการยกย่องจนได้เป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีสากล-ขับร้อง) ประจำปี พ.ศ.2558
อนึ่ง ข้อมูลจากวิกิพีเดีย ระบุว่าสันติ ลุนเผ่ เกิดที่บ้านในย่านวัดราชบพิธ จังหวัดพระนคร เป็นบุตรของหม่องลุนเผ่ ซึ่งเป็นนักร้องละครชาวพม่า ที่อพยพมาอยู่ ณ จังหวัดลำปาง แล้วนำชื่อ ลุนเผ่ มาใช้เป็นชื่อสกุล ก่อนย้ายรกรากมายังกรุงเทพมหานคร และได้เข้าศึกษาที่โรงเรียนอัสสัมชัญ (อสช 15713) จนสำเร็จชั้นมัธยมศึกษาในปี พ.ศ. 2496 และศึกษาต่อที่คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
สันติ ชื่นชอบดนตรีคลาสสิกมาตั้งแต่วัยเยาว์บิดาซึ่งชอบฟังคารูโซเป็นผู้สอนร้องเพลงให้ นอกจากนี้ขณะเรียนที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้เป็นลูกศิษย์ของครู สังข์ อสัตถวาสี ครูดนตรีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ร่วมวงดนตรีวายุบุตร ของ เชาว์ แคล่วคล่อง และสอบชิงทุนยูธ ลีดเดอร์ชิป (Youth Leadership) ไปศึกษาด้านการเรียบเรียงเสียงประสานที่ประเทศอิสราเอลเป็นผลสำเร็จ จากนั้นจึงกลับมาร่วมวงดนตรีวายุบุตรในตำแหน่งนักกีตาร์ โดยเล่นประจำที่โรงแรมเอราวัณ
สันติ ได้รับการฝึกฝนดนตรีคลาสสิกจากการร้องเพลงในโบสถ์คริสต์ ฝึกสอนโดยแมรี คลิฟฟอร์ด เจฟฟรีย์ มิชชันนารีชาวอเมริกัน จากการฝากฝังโดยหม่อมดุษฎี บริพัตร ณ อยุธยา และได้ร่วมเป็นนักร้องเสียงเทเนอร์ในวงดนตรี The Bangkok Combined Choir (BBC) เป็นคนไทยเพียงคนเดียวในวง
ช่วงสงครามเวียดนาม สันติ ได้สอบหลักสูตร ทรีนิตี้ คอรัส ออฟ ลอนดอน ซึ่งเปิดสอบที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จบเกรด 8 เทียบเท่าอนุปริญญา ต่อมาได้ร่วมวงดนตรีโดมิงโกกับนักดนตรีชาวฟิลิปปินส์ ตระเวนเล่นดนตรีตามค่ายทหารอเมริกัน ต่อมาได้ตั้งวงดนตรีร่วมกับพันจ่าเอกธวัช ไพโรจน์ ประจำที่ภัตตาคารสวนกุหลาบ ซอยอารีย์สัมพันธ์
ในปี พ.ศ. 2518 สันติ มีโอกาสได้ขับร้องเพลงคารูโซถวายต่อหน้าพระพักตร์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในงานเลี้ยงพระราชทานพระกะยาหารเหล่ากาชาดนานาชาติ ร่วมกับวงดุริยางค์กองทัพเรือ โปรดเกล้าฯ ให้นายไพศาลเข้าเฝ้า และรับสั่งให้ร่วมขับร้องเพลงบันทึกแผ่นเสียงเพลงพระราชนิพนธ์ เพลงรักชาติ (สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โปรดให้เรียกเพลงปลุกใจ ว่า "เพลงรักชาติ" เนื่องจากคำว่า "เพลงปลุกใจ" สื่อความหมายไปในด้านความรุนแรง) ในครั้งนั้นพระพันปีหลวงทรงรับสั่งเรียกชื่อ "สันติ ลุนเผ่" ชื่อ "สันติ" เป็นชื่อในการร้องเพลงบันทึกแผ่นเสียง เขาจึงใช้ชื่อ "สันติ ลุนเผ่" เป็นชื่อจริงมาตั้งแต่นั้นเพื่อความเป็นศิริมงคล
สันติ มีชื่อเสียงจากการขับร้องเพลงประกอบภาพยนตร์ เพลงพระราชนิพนธ์ และเพลงรักชาติ เป็นจำนวนมากเช่น ความฝันอันสูงสุด ทหารพระนเรศวร ดุจบิดามารดร เกิดเป็นไทยตายเพื่อไทย แด่ทหารหาญในสมรภูมิ มาร์ชทหารไทย หนักแผ่นดิน ถามคนไทย ได้เข้ารับราชการทหารเรือ ประจำวงดุริยางค์ทหารเรือ มีหน้าที่สอนขับร้อง และเรียบเรียงเสียงประสาน จนกระทั่งนาวาเอกสำเร็จ นิยมเดช อดีตผู้บังคับกองดุริยางค์ทหารเรือ[6] เสียชีวิต จึงลาออกจากราชการ
ช่วงบั้นปลายชีวิต เรือตรี สันติ ประกอบอาชีพร้องเพลง สอนขับร้องดนตรีคลาสสิก และเป็นที่ปรึกษาคณบดี วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล
