Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

'UNESCO' ประณามเหตุสังหารนักข่าวสิ่งแวดล้อมกัมพูชา ‘เฌือง ฌึง’ พร้อมเรียกร้องให้มีการสอบสวนอย่างละเอียด แม้ว่าตัวผู้ต้องสงสัยถูกจับกุมแล้ว 

 

12 ธ.ค. 2567 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งวันนี้ (12 ธ.ค.) ออเดรย์ อาซูเลย์ ผู้อำนวยการองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ออกแถลงการณ์ประณามเหตุสังหารนักข่าวสิ่งแวดล้อม ‘เฌือง ฌึง’ (Chhoeung Chhoeng) พร้อมเรียกร้องให้มีการสอบสวนอย่างละเอียดถี่ถ้วน แม้ผู้ต้องสงสัยจะถูกควบคุมตัวแล้วก็ตาม

สืบเนื่องจาก เฌือง ฌึง นักข่าวสิ่งแวดล้อม อายุ 63 ปี จากสำนักข่าวท้องถิ่น 'กัมพูเจียอภิวัฒน์' (Kampuchea Aphiwat) ถูก 'สีเลือย' (Sy Loeuy) ช่างไม้และผู้ต้องสงสัยลักลอบขนไม้ผิดกฎหมาย ใช้ปืนประดิษฐ์ยิง ขณะที่เฌือง ฌึง กำลังสืบสวนอาชญากรรมขนไม้ผิดกฎหมายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าบึงแพร (Boeung Per) ตะวันตกเฉียงเหนือของเขตเสียมเรียบ เมื่อ 4 ธ.ค.ที่ผ่านมา ก่อนที่ 3 วันถัดมา เฌือง ฌึง เสียชีวิตจากอาการบาดเจ็บในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดเสียมเรียบ และสีเลือย ถูกควบคุมตัว

โฆษณา - Advertising

“‘ดิฉันขอประณามการสังหารเฌือง ฌึง และขอเรียกร้องให้มีการสืบสวนอย่างละเอียดถี่ถ้วน เพื่อให้แน่ใจว่าผู้กระทำความผิดจะถูกนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย นักข่าวสิ่งแวดล้อมมีความสำคัญอย่างยิ่งในการให้ข้อมูลแก่ชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมอื่นๆ พวกเขาต้องได้รับการปกป้อง” ออเดรย์ กล่าว

สีเลือย ให้การรับสารภาพว่าเขาเป็นคนยิงเฌือง ฌึง เนื่องจากเฌือง ฌึง พยายามขู่ให้เขาจ่ายเงินเพื่อแลกกับการไม่ตีพิมพ์หรือเผยแพร่ภาพข่าวที่ทำให้เขาเสียหาย

ถือเป็นการสังหารนักข่าวครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2557 โดยนักข่าวสืบสวน ‘ตั้งตรี’ (Taing Try) ถูกฆาตกรรมระหว่างรายงานข่าวการลักลอบตัดไม้ผิดกฎหมาย

ด้านสมาคมพันธมิตรนักข่าวกัมพูชา (CamboJA) รายงานว่า กลุ่มสื่อพยายามกำลังเรียกร้องความยุติธรรมที่รวดเร็วต่อกรณีที่เฌือง ฌึง ถูกสังหาร และสอบสวนขั้นตอนการผ่าตัดช่วยชีวิตที่ล่าช้า

“การฆาตกรรมอันน่าหวาดหวั่นเกิดขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมาของการใส่ร้าย คุกคาม และถูกคุมขัง นักข่าว ขณะที่การลอยนวลพ้นผิดของอาชญากรรมที่กระทำต่อนักข่าวกลับเพิ่มสูงขึ้น” กลุ่มสื่อท้องถิ่นกัมพูชา กลุ่มสื่อสากล รวมถึงสมาคมพันธมิตรนักข่าวแห่งกัมพูชา (CamboJA) และสโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศของกัมพูชา ออกแถลงการณ์ร่วม
รายงานของศูนย์กัมพูชาเพื่อสิทธิมนุษยชน ระบุว่าตั้งแต่ปี 2537 เป็นต้นมา มีนักข่าวอย่างน้อย 15 คน ที่ถูกสังหาร ในจำนวนนี้มี 12 คนที่ถูกฆาตกรรมระหว่างรายงานข่าวที่มีความอ่อนไหว

“กรณีที่มีการบันทึกไว้เกี่ยวกับการคุกคามนักข่าวได้เพิ่มขึ้นอย่างมากในปี 2567 เมื่อเทียบกับปี 2566 และเราขอเรียกร้องให้รัฐบาลกัมพูชาต้องทำให้มั่นใจว่าสื่อมวลชนจะได้รับการปกป้อง” แถลงการณ์ร่วมของกลุ่มเสรีภาพสื่อระบุ

อ้างอิงจากรายงานประจำไตรมาส ‘CamboJA’ ระบุว่า การคุกคามเพิ่มขึ้นโดยพุ่งเป้าไปที่นักข่าวที่รายงานประเด็นสิ่งแวดล้อม อาชญากรรม ทุจริตคอร์รัปชัน และการค้ามนุษย์ มีนักข่าวอย่างน้อย 17 คนที่ต้องเผชิญการข่มขู่ทางกฎหมาย และการคุกคามทางด้านร่างกายตั้งแต่ ก.ค.- ก.ย. 2567

แม้ว่าผู้ต้องสงสัยยิงเฌือง ฌึง ยังคงถูกควบคุมตัวในข้อหาฆาตกรรม หลังเขารับสารภาพเองว่าเป็นผู้ลงมือ แต่กลุ่มด้านเสรีภาพสื่อ ยืนกรานให้รัฐบังคับใช้กฎหมายบนหลักนิติธรรม และมาตรการที่เข้มแข็ง เพื่อป้องกันความรุนแรงต่อนักข่าวที่เพิ่มมากขึ้น  

ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ดัชนีเสรีภาพสื่อโลกจัดทำโดยกลุ่ม ‘Reporters Without Borders’ เผยว่าเสรีภาพสื่อประเทศกัมพูชา อยู่ที่อันดับ 151 จากทั้งหมด 180 อันดับ โดยตกลงมา 9 อันดับ

เทพ อิทธิฤทธิ์ (Tep Asnarith) โฆษกกระทรวงข้อมูล รัฐบาลกัมพูชา กล่าวชื่นชมการทำงานของท้องถิ่นที่จับกุมผู้ต้องสงสัยได้อย่างรวดเร็ว และเรียกการจากไปของ เฌือง ฌึง ว่า ‘เป็นข่าวที่สะเทือนใจ’ แต่อย่างไรก็ตาม เทพไม่ได้ตอบคำถามเกี่ยวกับขั้นตอนของกระทรวงที่กำลังดำเนินการ เพื่อให้แน่ใจว่าการสอบสวนจะละเอียดถี่ถ้วนและโปร่งใส

ญาติสงสัยเหตุรักษาช้า

ขณะที่ทั่วโลกให้ความสนใจกับการจากไปของเฌือง ฌึง ครอบครัวของผู้เสียชีวิตได้ตั้งคำถามกับการดำเนินการผ่าตัดเพื่อรักษาชีวิตที่ล่าช้า

เฌือง ฌึง ถูกยิงเข้าที่ท้อง ได้พยายามติดต่อภรรยาให้ช่วยพาเขาไปรักษาที่ศูนย์รักษาสุขภาพชุมชนหลังชั่วโมงหลังถูกยิง ที่นั่นเขาได้รับน้ำเกลือ ก่อนถูกส่งตัวไปโรงพยาบาลเขต ‘โสตนิคม’ (Soutr Nikum) และจากนั้น จึงถูกส่งต่อไปที่โรงพยาบาลรับ-ส่งต่อผู้ป่วยจังหวัดเสียมเรียบ โดยมาถึงเวลา 23.00 น. และต้องรอจนกระทั่งช่วงบ่ายของ 5 ธ.ค. เฌือง ฌึง ถึงได้รับการผ่าตัด

"เรารอนานมาก ถ้าการผ่าตัดเกิดขึ้นเร็วกว่านี้ เขาอาจรอดชีวิต" ภรรยาของเฌือง ฌึง กล่าว

เพ็ญ พักตร์กุล (Pen Phalkun) ผู้อำนวยการของโรงพยาบาลรับผู้ป่วยส่งต่อ จังหวัดเสียมเรียบ ให้สัมภาษณ์กับ CamboJA ระบุว่า แพทย์ต้องติดตามอาการของ เฌือง ฌึง อย่างใกล้ชิด ก่อนใช้เวลากว่า 5 ชั่วโมงในการผ่าตัด แต่ไม่สำเร็จ และกล่าวด้วยว่า เฌือง ฌึง เสียชีวิตด้วยอาการบาดเจ็บที่อวัยวะภายในอย่างรุนแรง

"ไม่มีความล่าช้าเกิดขึ้น เราต้องชัดเจนเกี่ยวกับขั้นตอน เพราะว่าการผ่าตัดไม่ใช่สิ่งที่ทำได้อย่างรวดเร็ว เราต้องวินิจฉัยอาการอย่างระมัดระวัง" เพ็ญ กล่าว

ทั้งนี้ ยังไม่สามารถติดต่อ ริน ซาเรต เพื่อนร่วมงานของ เฌือง ฌึง และเป็นผู้ตีพิมพ์ออนไลน์ของ กัมพูเจียอภิวัฒน์ เพื่อขอความเห็นต่อกรณีการทำร้ายร่างกายนักข่าว  

การสอบสวน และกระบวนการทางกฎหมายยังคงดำเนินต่อไป หลังเฌือง ฌึง เสียชีวิต ทางการจะเผชิญแรงกดดันจากกลุ่มรณรงค์ด้านเสรีภาพสื่อเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้แน่ใจว่าอาชญากรรมจะถูกดำเนินคดีอย่างเต็มที่ ขณะเดียวกัน ความกังวลเรื่องการคุกคามต่อเสรีภาพสื่อในกัมพูชาที่เพิ่มขึ้นยังคงต้องมีการจับตาดูอย่างใกล้ชิด

“เราเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น และมันส่งผลกระทบทางลบให้นักข่าวทุกคนโดยเฉพาะนักข่าวสืบสวนสอบสวน" นุบ วี (Nop Vy) กรรมการบริหาร CamboJA กล่าว

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising