Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

องค์กรสื่อ-องค์กรภาคประชาสังคม 16 แห่ง ออกแถลงการณ์ร่วม เรียกร้องให้รัฐบาลกัมพูชาปล่อยตัวและยกเลิกข้อหา 2 นักข่าวกัมพูชา ที่ถูกสั่งจำคุก 14 ปี หลังทั้งคู่โพสต์ภาพถ่ายคู่กับทหารที่ปราสาทตาควาย และปรากฏภาพทุ่นระเบิดเป็นพื้นหลัง เมื่อ ก.ค. 2568 

 

2 เม.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งเมื่อ 31 มี.ค. 2569 องค์กรสื่อและองค์กรภาคประชาสังคมจำนวน 16 แห่ง ได้ออกแถลงการณ์ร่วม เรียกร้องให้รัฐบาลกัมพูชาปล่อยตัวและยกเลิกข้อกล่าวหาต่อผู้สื่อข่าว 2 ราย ได้แก่ ผน สุเภียพ และเภียพ เภียรา ซึ่งถูกตัดสินจำคุก 14 ปี ในข้อหาส่งมอบข้อมูลที่เป็นภัยต่อความมั่นคงแห่งชาติให้กับรัฐต่างชาติ

กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากผู้สื่อข่าวทั้งสองเดินทางไปยังบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาเมื่อ ก.ค. 2568 เพื่อให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและรายงานสถานการณ์ในพื้นที่พิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา ก่อนทั้งสองถูกจับกุมหลังโพสต์ภาพถ่ายบนโซเชียลมีเดียที่ถ่ายร่วมกับทหารกัมพูชาที่ปราสาทตาควาย ใกล้ชายแดนไทย ต่อมา สื่อไทยได้นำภาพดังกล่าวไปเผยแพร่ซ้ำ โดยระบุว่ามีภาพทุ่นระเบิดสังหารบุคคลปรากฏอยู่ในพื้นหลัง

หลังการพิจารณาคดีเพียง 1 วันเมื่อ ธ.ค. 2568 ศาลจังหวัดเสียมเรียบสั่งจำคุกทั้งสองเป็นเวลา 14 ปี ต่อมา 26 มี.ค. 2569 ศาลอุทธรณ์จังหวัดพระตะบองได้มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น

รายละเอียดแถลงการณ์

พวกเรา องค์กรสื่อท้องถิ่นและนานาชาติ รวมถึงองค์กรภาคประชาสังคมที่ทำงานเพื่อส่งเสริมเสรีภาพสื่อ และเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นที่ลงชื่ออยู่ด้านล่างนี้ ขอแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อการเอาผิดและการสั่งจำคุกที่ไม่อาจยอมรับได้ต่อผู้สื่อข่าวสองราย ได้แก่ ผน สุเภียพ และเภียพ เภียรา เป็นเวลา 14 ปี เราเรียกร้องให้รัฐบาลกัมพูชาถอนคำร้อง และขอให้ศาลปล่อยตัวผู้สื่อข่าวทั้งสอง เพื่อให้ผู้สื่อข่าวทั้งสองได้กลับไปอยู่กับครอบครัว

เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2026 ศาลอุทธรณ์จังหวัดพระตะบองได้ยืนตามคำตัดสินของศาลจังหวัดเสียมเรียบ ที่พิพากษาจำคุกสุเภียพและเภียรา เป็นเวลา 14 ปี ในข้อหาส่งมอบข้อมูลที่เป็นภัยต่อความมั่นคงแห่งชาติให้กับรัฐต่างชาติ

ระหว่างการพิจารณาอุทธรณ์เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2026 ผู้สื่อข่าวทั้งสองได้ขอให้ศาลยกเลิกข้อกล่าวหาต่อจำเลย โดยระบุว่าจำเลยไม่มีเจตนาจะส่งข้อมูลให้รัฐต่างชาติ จำเลยอธิบายว่าก่อนจะเข้าไปยังพื้นที่ใกล้บริเวณแนวหน้า ระหว่างการเดินทางยังไปชายแดนในช่วงก่อนถูกจับกุมนั้น จำเลยได้รับอนุญาตแล้ว ทั้งยังปฏิเสธว่าไม่ได้ติดตั้งอุปกรณ์ติดตาม GPS บนโทรศัพท์มือถือ และโพสต์บนโซเชียลมีเดียของจำเลยมีจุดประสงค์เพื่อแจ้งให้สาธารณชนทราบว่าทหารกัมพูชายังคงยืนหยัด นอกจากนี้ยังยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาจะส่งข้อมูลให้รัฐต่างชาติ และไม่ได้รับเงินจากประเทศไทยแต่อย่างใด

ทนายความของจำเลยได้ยื่นคำร้องให้ศาลเปลี่ยนข้อหาจากมาตรา 445 (ส่งมอบข้อมูลที่เป็นภัยต่อความมั่นคงแห่งชาติให้รัฐต่างชาติ) เป็นมาตรา 479 (การเปิดเผยความลับด้านความมั่นคงโดยเจตนาหรือไม่เจตนา) ซึ่งมีโทษเบากว่า อย่างไรก็ตาม วันที่ 26 มีนาคม 2569 ศาลอุทธรณ์ได้ปฏิเสธคำร้องดังกล่าวและยืนตามคำพิพากษาเดิม

วันที่ 29 กรกฎาคม 2025 ผู้สื่อข่าวทั้งสองเดินทางไปยังพื้นที่ชายแดนเพื่อให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและรายงานสถานการณ์ในพื้นที่ รัฐบาลกล่าวหาว่าผู้สื่อข่าวทั้งสองได้เผยแพร่ภาพถ่ายที่ประสาทตาควาย (วัดตากระเบย) ซึ่งต่อมาถูกสื่อไทยนำไปเผยแพร่อย่างกว้างขวาง โดยระบุว่ามีทุ่นระเบิดสังหารบุคคลปรากฏอยู่ในพื้นหลัง

วันที่ 10 กันยายน 2025 ศาลจังหวัดเสียมเรียบ (เสียมราฐ) ระบุว่า ผู้สื่อข่าวทั้งสองถูกจับกุมในข้อหาเก็บข้อมูลและถ่ายภาพในเขตหวงห้ามทางทหารใกล้พื้นที่สู้รบ เป็นการกระทำที่ศาลเห็นว่าอาจบ่อนทำลายความมั่นคงแห่งชาติ

การใช้ข้อหาด้านความมั่นคงแห่งชาติที่ถูกนิยามอย่างกว้างขวางในบริบทนี้ ก่อให้เกิดความกังวลต่อผลกระทบต่อเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และสร้างบรรยากาศความหวาดกลัวที่ส่งผลต่อเสรีภาพสื่อ อีกทั้งยังก่อให้เกิดคำถามเกี่ยวกับความได้สัดส่วนของโทษ และความสอดคล้องกับมาตรฐานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ รวมถึงสิทธิในเสรีภาพในการแสดงออก

ความรุนแรงของโทษดังกล่าวมีแนวโน้มจะยิ่งทำให้ผู้สื่อข่าวลังเลที่จะปฏิบัติงานอันชอบธรรมเพื่อประโยชน์สาธารณะ ปัจจุบันมีผู้สื่อข่าวอย่างน้อย 4 คนที่ถูกตั้งข้อหาและควบคุมตัวจากการรายงานข่าว รวมถึง 2 คนที่ถูกจับกุมเมื่อกุมภาพันธ์ 2569 ในจำนวนนี้ 3 คนอยู่ในจังหวัดบันเตียเมียนเจย (บันทายมีชัย) และ 1 คนอยู่ในจังหวัดอุดดอร์เมียนเจย (อุดรมีชัย) เราเรียกร้องให้รัฐบาลกัมพูชายกเลิกข้อกล่าวหาต่อผู้สื่อข่าวที่ถูกคุมขังทั้งหมด และให้คำมั่นว่าเสรีภาพสื่อและเสรีภาพในการแสดงออกจะได้รับการคุ้มครองอย่างเต็มที่ในประเทศ

ผู้ร่วมลงนาม:

  1. Cambodian Journalists Alliance Association (CamboJA)
  2. Communication and Media Promotion Organization (CMPO)
  3. Cambodian Center for Independent Media (CCIM)
  4. Cambodian League for the Promotion and Defense for Human Rights (LICADHO)
  5. Cambodian Human Rights and Development Association (ADHOC)
  6. Cambodian Center for Human Rights (CCHR)
  7. Cambodian Institution for Democracy (CID)
  8. Overseas Press Club of Cambodia (OPCC)
  9. National Union of Journalists of the Philippines (NUJP), ฟิลิปปินส์
  10. Alliance of Independent Journalists (AJI), อินโดนีเซีย
  11. Association Journalists Timor-Leste (AJTL), ติมอร์-เลสเต
  12. Prachatai, ไทย
  13. Centre for Independent Journalism (CIJ), มาเลเซีย
  14. Gerakan Media Merdeka (Geramm), มาเลเซีย
  15. International Federation of Journalists (IFJ)
  16. The Committee to Protect Journalists (CPJ) 

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง