ตัวแทนนายจ้างรายกลาง-ย่อย เข้าหารือกระทรวงแรงงาน ค้านมติ ครม.เมื่อ 24 กันยา 67 ต่ออายุแรงงานพม่าทั้งยุ่งยาก ซับซ้อน และแสนแพง เปิดช่อง ‘คิวผี’ สร้างภาระค่าใช้จ่ายหนัก พร้อมเสนอตัดขั้นตอนจากประเทศต้นทาง ลดราคาดำเนินการ ด้านกระทรวงฯ ยังไม่รับปากแก้ปัญหา โยนเป็นเรื่องของประเทศพม่า ให้นายจ้างส่งข้อเสนอมาอีกครั้ง
15 ธ.ค. 2567 ผู้สื่อข่าวสัมภาษณ์ นิลุบล พงษ์พยอม กลุ่มนายจ้างสีขาว ซึ่งเป็นตัวแทนจากผู้ประกอบการรายย่อยและรายกลางในประเทศไทย (SME) หลังเข้าหารือกับ พิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.ที่ผ่านมา เพื่อชี้แจงปัญหาการต่ออายุแรงงานข้ามชาติตามมติ ครม. 24 ก.ย. 2567 และเรียกร้องให้มีการแก้ไขโดยตัดขั้นตอนจากประเทศต้นทาง ลดภาระค่าใช้จ่าย และขั้นตอนการดำเนินการ
สำหรับมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่ออายุแรงงานข้ามชาติ เมื่อ 24 กันยายน 2567 หรือเรียกชื่อเล่นว่า 'Pre-MOU' คือขั้นตอนขึ้นทะเบียนหรือต่ออายุแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย โดยไม่ต้องให้แรงงานเดินทางกลับประเทศต้นทาง แล้วกลับเข้ามาไทยอีกรอบ โดยการต่อขึ้นทะเบียนใบอนุญาตทำงานมีอายุ 2 ปี และต่ออายุได้ 2 ปี
อย่างไรก็ตาม ข้อเสียที่ถูกวิจารณ์หนักคือขั้นตอนดำเนินการที่เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในส่วนที่ต้องยื่นเอกสาร และค่าธรรมเนียมหรือภาษีที่ต้องจ่ายให้ให้สถานทูตประเทศต้นทาง ซึ่งจะกลายเป็นภาระให้กับฝั่งนายจ้างรายย่อย และรายกลาง
สำหรับมติต่ออายุแรงงานข้ามชาติตามมติ ครม. 24 ก.ย. 2567 รอบนี้ แรงงานที่จะต้องต่ออายุส่วนใหญ่เป็นแรงงานสัญชาติเมียนมา โดยมีจำนวนสูงถึง 2 ล้านกว่าคน แต่ต้องดำเนินการในระยะเวลาที่กระชั้น คือ ต้องดำเนินการภายใน 13 ก.พ. 2568 หรือเหลืออีกอย่างน้อย 43 วันทำการ ไม่เช่นนั้นแรงงานข้ามชาติจะต้องหลุดออกจากระบบกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย
ภาพประกอบ จำนวนแรงงานพม่า ข้อมูลจากกลุ่มนายจ้างสีขาว
นิลุบล กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นจากมติ ครม. 24 ก.ย. 2567 คือ มีการเพิ่มในส่วนการดำเนินการขอใบอนุญาตทำงานกับสถานทูตเมียนมาเพิ่มเข้ามา จึงทำให้มีขั้นตอนและค่าใช้จ่ายที่แพง และยุ่งยากมากยิ่งขึ้น
ข้อมูลจากงานเสวนา "ชำแหละมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 24 กันยายน 2567 การบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติ" เมื่อ 4 ธ.ค.ที่ผ่านมา ระบุว่าขั้นตอนการต่อใบอนุญาตทำงานของแรงงานพม่า มีด้วยกันมากถึง 9 ขั้นตอน โดยมีรายละเอียดดังนี้
- นายจ้างต้องส่งบัญชีรายชื่อ หรือที่เรียกชื่อเล่นว่า 'namelist' ให้กับกรมจัดหางานของแต่ละจังหวัด ผ่านระบบออนไลน์ เว็บไซต์ http://mou2024.doe.go.th
- จากนั้น สำนักงานจัดหางานจังหวัดแต่ละท้องที่อนุมัติบัญชีรายชื่อ
- นายจ้างเอาเอกสาร namelist ไปยื่นที่สถานทูตประเทศต้นทาง สำหรับสำนักงานส่วนขยายของสถานทูตพม่า มีอยู่ 3 จังหวัด ได้แก่ ระนอง กรุงเทพฯ และเชียงใหม่ เท่านั้น
- สถานทูตพม่าจะเป็นคนอนุมัติ namelist และตรวจสอบเอกสาร
- นายจ้างเอาเอกสารจากประเทศต้นทางไปยื่นขอใบอนุญาตทำงาน และตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลรัฐ
- สำนักงานจัดหางานจังหวัด (สจจ.) / สำนักงานจัดหางานกรุงเทพฯ (สจก.) รับชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตทำงาน และออกหนังสืออนุมัติจัดทำวีซา (Calling VISA)
- ตรวจลงตราวีซ่าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.)
- นายหน้า หรือ บนจ. นำเอกสารสำเนาพาสสปอร์ต และสำเนาหน้าวีซา ให้สำนักงานจัดหางานจังหวัด (สจจ.)/สำนักงานจัดหางานกรุงเทพฯ (สจก.) 1-10
- สจจ. / สจก. ออกเอกสารใบอนุญาตทำงาน
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
เน็ตล่ม เสร็จคิวผี
ตัวแทนสมาชิกนายจ้างสีขาว กล่าวว่า นายจ้างมักประสบปัญหาเซิร์ฟเวอร์ล่มเวลาดำเนินการทางออนไลน์ ทำให้นายจ้างต้องเดินทางไปดำเนินการด้วยตัวเองที่สำนักจัดหางานในแต่ละพื้นที่ แต่ดูเหมือนว่าปัญหายังไม่จบแค่นั้น เพราะเมื่อนายจ้างเดินทางไปถึง กลับไม่มีคิวให้บริการ เนื่องจากคิวเต็ม ถ้าจะอยากได้คิวเพื่อใช้บริการ ต้องไปซื้อกับนายหน้าที่จองคิวไว้ (ฝ่ายนายจ้างจะเรียกชื่อเล่นว่า ‘คิวผี’)
ตัวนายจ้าง ระบุว่า ราคาคิวผีจะแตกต่างกัน อย่างคิวผีสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพื่อทำ VISA อาจอยู่ที่ประมาณ 800 บาท หรือคิวผีทำหนังสือ CI จะอยู่ประมาณ 2,000 บาท
นิลุบล พงษ์พยอม (ที่มา: กลุ่มนายจ้างสีขาว)
อีกปัญหาคือเรื่องการเดินทาง เนื่องจากสำนักงานของสถานทูตพม่ามีอยู่เพียง 3 จังหวัด (กทม. เชียงใหม่ และระนอง) ถ้านายจ้างไม่ได้อยู่ในพื้นที่ดังกล่าว ก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมากเพื่อเดินทางไกล หรือนายจ้างที่อยู่ในพื้นที่น้ำท่วมหรือดินถล่ม เช่น เชียงราย เชียงใหม่ หรือในภาคใต้ตอนล่าง การเดินทางก็จะยิ่งยากขึ้นไปอีก
“คุณสร้างความยุ่งยากเพื่ออะไร พอยุ่งยากแล้วมันทำให้เกิดปัญหาคอร์รัปชันไหม แล้วคุณทำให้ยุ่งยากทุกขั้นตอนเลย คุณต้องทำให้ไม่มีบุคคลภายนอกหรือนายหน้ามาเกี่ยว แต่ตอนนี้มีนายหน้าพม่าที่มาขายคิวสถานทูตฯ มีคิวผีเกิดขึ้นเต็มเลย ตอนนี้เราไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรเพื่อหยุดปัญหาตรงนี้ได้ มีการจ่ายคิวผีเข้ามาอีกนอกจากค่าใช้จ่ายที่แพงอยู่แล้ว” นิลุบล กล่าว
ค่าต่ออายุแพงขึ้น
นิลุบล ฉายภาพค่าทำใบอนุญาตทำงานเมื่อเปรียบเทียบกับสมัยก่อน แค่จ่ายค่าดำเนินการออกบัตรชมพู ค่าใบอนุญาตทำงาน ค่าตรวจโรค และค่าวีซ่า ก็จบแล้ว แต่ตอนนี้มีการเพิ่มในส่วนของค่าดำเนินการและค่าภาษีของสถานทูตพม่าเข้ามา ทำให้ค่าใช้จ่ายแพงขึ้นและต้องใช้เวลาหลายวันในการดำเนินการ
ค่าดำเนินการตามมติ ครม. 24 ก.ย. 2567 โดยคร่าว มีรายละเอียดดังนี้
- ค่าใบอนุญาตทำงาน 1,900 บาท
- ซื้อประกันโรงพยาบาลเอกชน 990 บาท / ซื้อประกันโรงพยาบาลรัฐ 500 บาท มีอายุ 3 เดือน /คนที่ทำงานหน้าร้านหาบเร่แผงลอย หรือทำงานบ้าน จะจ่ายค่าประกัน 2,400 บาท มีอายุ 2 ปี
- ค่าใบอนุญาตทำงาน 500 บาท
- ค่า VISA ราคา 500 บาท
- ค่าตรวจโรค 500 บาท
- ค่าภาษีสถานทูต ราคา 2,400 บาท (ส่วนที่เพิ่ม)
- ค่า namelist ราคา 2,500 บาท (ส่วนที่เพิ่ม)
- ค่าบัตรชมพู ราคา 80 บาท
ราคาประมาณ 9,370-10,280 บาทโดยยังไม่รวมค่าพาสสปอร์ต หรือเล่มเขียว CI ค่าคิวผีที่มีแทบทุกขั้นตอน และค่าเดินทาง ซึ่งทางนายจ้างระบุว่าอาจสูงถึง 10,000 บาท
กังวลเรื่องความปลอดภัย
นายจ้างยังมีความกังวลเรื่องความปลอดภัย เพราะทางพม่าขอภาครัฐช่วยส่งข้อมูลของนายจ้างและลูกจ้างให้ ซึ่งพวกเธอไม่ทราบว่าทางการพม่าจะเอาข้อมูลไปทำอะไร และกังวลด้วยว่าข้อมูลเหล่านี้อาจถูกนำไปขายให้กลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติอย่างคอลเซ็นเตอร์ หรือแก๊งสแกมเมอร์
"มันเสี่ยงอันตรายกับนายจ้างเราไหม ถ้าเกิดเขา (รัฐบาลพม่า) หมายหัวเรามาทำยังไง ตัวแรงงานเองก็ไม่อยากให้รายชื่อ เพราะสุดท้ายมันก็เป็นปัญหาว่าครอบครัวเขาที่พม่าจะมีคนไปทำร้าย พวกนี้เขาเผาบ้านเผาช่องเลยนะ ข่มขืนพ่อแม่พี่น้องของพวกเขา คนที่ติดตามเรื่องพม่าจะทราบ" ตัวแทนนายจ้าง ระบุ
ที่มา: กลุ่มนายจ้างสีขาว
กระทรวงแรงงานว่าไง
นิลุบล ในฐานะตัวแทนฝั่งนายจ้าง เสนอให้ตัดขั้นตอนทที่เกี่ยวกับประเทศต้นทางออกไป เพื่อลดขั้นตอนและค่าใช้จ่ายที่นายจ้างต้องแบกรับ อีกเรื่องหนึ่งคือนายจ้างไม่ต้องการให้มีการส่งข้อมูลนายจ้างและแรงงานข้ามชาติให้ทางการพม่า เหตุจากข้อกังวลเรื่องความปลอดภัย
สมาชิกกลุ่มนายจ้างสีขาว กล่าวว่า ตัวแทนกระทรวงแรงงานตอบเธอว่าเรื่องนี้ต้องคุยกับประเทศต้นทาง ซึ่งตรงนี้เธอไม่เถียงอะไร แต่อยากให้ภาครัฐช่วยรักษาผลประโยชน์ของนายจ้าง เพราะว่าตอนนี้ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเก็บเงินเต็มเพดาน สร้างภาระให้นายจ้างเยอะมาก
เธอกล่าวด้วยว่า กระทรวงแรงงานแจ้งว่าให้นายจ้างทำข้อเสนอส่งมาอีกครั้ง ว่าต้องการอะไรบ้าง แต่กระทรวงฯ ยังไม่รับปากว่าจะแก้ไข ส่วนกรณีที่นายจ้างต่ออายุแรงงานไม่ทันกำหนด 13 ก.พ. 2568 กระทรวงแรงงานระบุว่าจะมีการขยายเวลาให้
ตัวแทนกลุ่มนายจ้างสีขาว ระบุว่า แผนต่อจากนี้พวกเธอจะเดินทางไปคุยกับสภาหอการค้า เพื่อชี้แจงปัญหา และก็จะมีไปให้ข้อมูลในสภาผู้แทนราษฎร ประมาณวันที่ 16 ธ.ค.นี้
นอกจากนี้ เธอมีแผนส่งเรื่องไปที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) เพื่อตรวจสอบว่าการที่นายจ้างต้องจ่ายเงินให้กับทางการพม่าสูงขนาดนี้มันมีความจำเป็นหรือไม่ และจะทำเรื่องส่งไปยังสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อสอบถามว่าทราบเรื่องนี้หรือไม่ และทำไมถึงปล่อยให้เงินออกนอกประเทศเยอะขนาดนี้เป็นหมื่นล้านบาท ท่ามกลางสภาวะที่เศรษฐกิจไทยไม่ค่อยสู้ดีนัก
