น้ำท่วมหลายพื้นที่ภาคใต้ ศปช. เตือนหลายอำเภอใน จ.นครศรีธรรมราช อพยพกลุ่มเปราะบางไปในพื้นที่ปลอดภัย หวั่นระดับน้ำสูงกว่าปี 2563 พร้อมสั่งศูนย์ ศปช.ส่วนหน้า ระดมกำลังตรึงพื้นที่ - สุราษฎร์ธานี ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติเพิ่มเป็น 8 อำเภอ ชาวบ้านเดือดร้อนหนัก - พบร่าง 2 แรงงานพม่าถูกดินสไลด์ทับที่สมุย - อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง ประกาศปิดต่ออีก 2 วัน หลังมีคลื่นสูงร่วม 3 เมตร ฝนตกหนักตลอดวัน มีน้ำป่าไหลหลาก มีขยะทะเลถูกซัดเข้าฝั่งจำนวนมาก

ที่มาภาพ: NBT Connext
16 ธ.ค. 2567 สถานการณ์อุทกภัยที่ใน จ.นครศรีธรรมราช เข้าสู่วิกฤติ หลังฝนตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่เมื่อวานนี้ ส่งผลให้หลายพื้นที่เกิดน้ำท่วมขัง ถนนหลายสายถูกตัดขาด ระดมทุกหน่วยเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้รายงานสรุปพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณณ์น้ำท่วม ระหว่างวันที่ 21 พ.ย. – 14 ธ.ค. 2567 มีพื้นที่ประสบภัย จำนวน 21อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอทุ่งสง เมืองฯ จุฬาภรณ์ สิชล เชียรใหญ่ ชะอวด เฉลิมพระเกียรติ พระพรหม พรหมคีรี ปากพนัง หัวไทร ร่อนพิบูลย์ นบพิตำ พิปูน นาบอน บางขัน ฉวาง ขนอม ท่าศาลา ช้างกลาง และอำเภอลานสกา รวม 130 ตำบล 1,056 หมู่บ้าน 59 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบทั้งหมด จำนวน 107,937 ครัวเรือน 311,226 คน และมีผู้เสียชีวิต จำนวน 3 ราย
ขณะที่พื้นที่ต้นน้ำโซน อำเภอลานสกา พรหมคีรี และนบพิตำ ยังคงมีฝนตกหนักต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดมวลน้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ และคาดการณ์ว่ามวลน้ำก้อนดังกล่าว จะไหลมาสมทบลงสู่อำเภอพระพรหม ท่าศาลา และเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำ ในเวลาประมาณ 16.00 น.ของวันนี้ (16 ธ.ค.67)
ขณะที่ระดับน้ำในคลองสายหลักทั้ง 8 สายที่ไหลผ่านเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราชได้เพิ่มระดับสูงขึ้นและ เอ้อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชน ในตรอกซอยต่างๆ บางจุดมีน้ำท่วมสูงรถไม่สามารถสัญจรไปมาได้ ชาวบ้านต้องเดินเท้า และใช้เรือในการเข้าออกบ้าน โดยเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ได้ประกาศแจ้งเตือนพี่น้องประชาชนตั้งแต่เมื่อคืน ให้ขนย้ายข้าวของและอพยพมาอยู่ในที่ปลอดภัย ซึ่งเทศบาลใช้อาคารของโรงเรียนในสังกัดเทศบาลนครทุกแห่งเป็นจุดพักพิงชั่วคราวแก่ประชาชน
ส่วนการระบายน้ำภายในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ดร.กณพ เกตุชาติ นายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช พร้อมทีมงาน ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมประสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ แต่ทั้งนี้เนื่องจากปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก และมวลน้ำจากเทือกเขาหลวงมีจำนวนมากกว่า ประสิทธิภาพการระบายน้ำจึงต้องใช้เวลาเพิ่มมากขึ้น
โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช อีกหนึ่งจุดที่ต้องเฝ้าระวัง ได้มีการนำกระสอบทรายมากั้นประตูด้านหน้าของโรงพยาบาลเนื่องจากเป็นพื้นที่ราบต่ำ เกรงว่าหากมวลน้ำทะลักเข้าท่วมอาจจะส่งผลกระทบต่อการให้บริการประชาชน ซึ่งขณะนี้ได้ประกาศให้ใช้ทางเข้าออกประตูด้านหลังโรงพยาบาลแทน
ด้านการให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมในอำเภอต่างๆ นั้น ทางกองทัพภาคที่ 4 ได้นำกำลังพลออกให้การช่วยเหลือขนย้ายทรัพย์สินและประชาชน ตลอดจนกลุ่มเปราะบาง กลุ่มเสี่ยงและผู้ป่วยติดเตียงในพื้นที่ประสบภัยต่างๆ ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา
ศปช. เตือนหลายอำเภออพยพกลุ่มเปราะบางไปในพื้นที่ปลอดภัย หวั่นระดับน้ำสูงกว่าปี 2563
นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี และโฆษกศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม หรือ ศปช. เปิดเผยว่า นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการ ศปช. สั่งทุกหน่วยเกาะติดสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ ที่วันนี้ยังมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานว่า มีน้ำท่วมขัง 5 จังหวัด ที่ จ.ชุมพร ระนองและพัทลุง แต่ช่วงเช้าที่ผ่านมาระดับน้ำ มีแนวโน้มลดลง ส่วนที่จ.สุราษฎร์ธานีและนครศรีธรรมราช ศปช. ได้สั่งการให้ตรึงกำลังและเครื่องจักรและเครื่องมือเฝ้าระวังเต็มรูปแบบเพราะ กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ไว้ว่า ยังมีฝนตกหนัก และคาดว่าจะมีมวลน้ำจากเทือกเขาหลวง ไหลหลากเข้าท่วมเขตเทศบาลเมืองนครศรีธรรมราชพื้นที่เศรษฐกิจ 4 โซน จำนวน 20 ชุมชน วันนี้ (16 ธ.ค.) เวลาประมาณ 16.00 น. และระดับน้ำจะสูงกว่าปี 2563 ประมาณ 40 เซนติเมตร ขอให้ประชาชนยกของขึ้นที่สูงและย้ายไปอยู่ในที่ปลอดภัย โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง
“ผอ.ศปช. สั่งทุกหน่วยระดมสรรพกำลังรับมือน้ำท่วม จ.นครศรีธรรมราช หลัง สทนช. และกรมชลประทาน คาดการณ์ระดับน้ำจะสูงกว่าปี 2563 ประกอบกับเช้านี้ กรมทรัพยากรธรณี รายงานที่บ้านยอดน้ำ อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช มีปริมาณฝนสูงสุด 560 มม. ชั้นดินอุ้มน้ำไว้มาก อาจส่งผลให้เกิดดินโคลนถล่ม และต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษในพื้นที่ 58 ตำบล 18 อำเภอของนครศรีธรรมราช ที่อ.พรหมคีรี ชะอวด ลานสกา นาบอน สิชล ทุ่งสง ท่าศาลา ฉวาง ขนอม จุฬาภรณ์ นบพิตำ ถ้ำพรรณรา พิปูน ทุ่งใหญ่ ร่อนพิบูลย์ บางขัน ช้างกลางและหัวไทร ซึ่งจะมีอาสาสมัครเครือข่ายเฝ้าระวังเหตุการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง ที่สำคัญต้องป้องกันโรงพยาบาลและ สถานที่ราชการ เพื่อรองรับดูแลช่วยเหลือประชาชนด้วย” นายจิรายุ กล่าว
โฆษก ศปช. กล่าวด้วยว่า พรุ่งนี้ อังคารที่ (17 ธ.ค.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะลงพื้นที่จ.สุราษฎร์ธานีและนครศรีธรรมราช ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมและเร่งช่วยเหลือประชาชน ตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี พร้อมแจ้งเตือนประชาชนรับมือฝนตกหนักวันนี้อีกวัน ทั้งที่จ.ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พัทลุง ตรัง และวันพรุ่งนี้ (17 ธ.ค.) แนวฝนจะเลื่อนลงไปที่ จ.ยะลา ปัตตานีและนราธิวาส ขอให้เตรียมรับสถานการณ์ฝนตกหนัก จากนั้นวันที่ 18 ธ.ค. 2567 ปริมาณฝนภาคใต้จะลดลง สำหรับภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขอให้ประชาชนรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง จากความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนแผ่ปกคลุม ทำให้อากาศเย็นลง มีลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส ส่วนยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด
ผู้ประสบภัยในพื้นที่ภาคใต้ที่ต้องการความช่วยเหลือ ติดต่อได้ที่ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพภาคที่ 4 โทรศัพท์ 075-383-405 หรือสายด่วนศูนย์ดำรงธรรม กระทรวงมหาดไทย 1567 ตลอด 24 ชั่วโมง และสามารถติดตามรับฟังข้อมูลข่าวสารน้ำท่วมได้จากสื่อของกรมประชาสัมพันธ์ ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย (สวท.) FM 92.50 MHz สถานีวิทยุกระจายเสียงในพื้นที่จังหวัดชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช กระบี่ พังงา ภูเก็ต สมุย ทุ่งสง ตะกั่วป่า สวท.เพื่อการเรียนรู้และเตือนภัยภาคใต้ สุราษฎร์ธานี และ สวท.สงขลา ปัตตานี ยะลา สตูล นราธิวาส เบตง สุไหงโก-ลก สถานีโทรทัศน์ช่อง NBT2HD (กดเลข2), NBT South (กดเลข11) และ Facebook page สำนักประชาสัมพันธ์เขต 5 กรมประชาสัมพันธ์, สำนักประชาสัมพันธ์เขต 6 V.2 รวมทั้งประชาสัมพันธ์จังหวัดในพื้นที่
'สุราษฎร์ธานี' ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติเพิ่มเป็น 8 อำเภอ
มีรายงานข่าวว่า ชาวบ้านพื้นที่บ้านดอนหลวง ม.1 ต.ท่าอุแท อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี จุดรับน้ำก่อนลงทะเล ชาวบ้านต้องใช้ชีวิตอยู่กับน้ำท่วมบ้านสูงกว่า 80 เซนติเมตร บางจุดสูงกว่า 1 เมตร อีกทั้งมวลน้ำจากเทือกเขาหลวง จ.นครศรีธรรมราช และมวลน้ำฝนที่ตกหนักต่อเนื่องมากว่า 3 วัน ไหลมาสมทบ สร้างความลำบากในการใช้ชีวิต
นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล รักษาการผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี นำเจ้าหน้าที่ ปภ. และฝ่ายปกครอง นำถุงยังชีพมาเยี่ยมชาวบ้าน ดูชีวิตความเป็นอยู่ช่วงกลางคืน เบื้องต้นพบว่าชาวบ้านยังช่วยเหลือตัวเองได้ แต่การใช้ชีวิตลำบาก ตอนนี้ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติแล้ว 8 อำเภอ เร่งเจ้าหน้าที่เยียวยา
ล่าสุดพื้นที่ อ.กาญจนดิษฐ์ มีผู้ได้รับผลกระทบ 8 ตำบล 47 หมู่บ้าน 2,208 ครัวเรือน 5,247 คน จังหวัดประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติแล้วทั้ง 8 อำเภอ คือ อ.เมืองสุราษฎร์ธานี อ.กาญจนดิษฐ์ อ.ดอนสัก อ.ท่าชนะ อ.ท่าฉาง อ.เกาะสมุย อ.เกาะพะงัน และ อ.บ้านนาสาร มีผู้เสียชีวิต 2 คน จากเหตุเรือประมงพื้นบ้านล่มที่ อ.ไชยา รายล่าสุดคือเช้าวันนี้ (16 ธ.ค.) คือ นายวรกิตต์ อายุ 15 ปี เสียชีวิตจากดินถล่มทับในพื้นที่ อ.เมือง หลังฝนตกหนัก
ขณะที่เขตเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี ฝนตกหนักนานกว่า 3 ชั่วโมง ทำให้ถนนถูกน้ำท่วมขัง ถนนบางสายรถติดยาว ตั้งแต่ถนนกาญจนวิถี ไปจนถึงหน้าโรงพยาบาลทักษิณ เขตเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี จุดนี้เป็นพื้นที่ลุ่มรับน้ำจากถนนอื่นๆ ไหลบ่ามารวมกัน น้ำจึงท่วมสูง รถสัญจรยาก คลื่นน้ำเวลามีรถขับผ่านกระทบบ้าน ร้านค้าริมถนน เสียหาย ล่าสุดรักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ประสานปิดการจราจรถนนเส้นดังกล่าวชั่วคราว ลดผลกระทบต่อประชาชน และเร่งนำรถสูบน้ำท่วมขังประสิทธิภาพสูงของ ปภ.สุราษฎร์ธานี เข้ามาระบายน้ำ
สำหรับโรงเรียนในเขตเทศบาลสั่งปิดเรียนหลายแห่ง ปรับแผนมาเรียนออนไลน์ เพื่อความปลอดภัยของนักเรียน ขณะที่เมื่อคืนที่ผ่านมา สายการบินต่างๆ ที่กำหนดถึงสนามบินสุราษฎร์ธานี เวลา 19.00 น. และ 19.30 น. ต้องไปลงสนามบินภูเก็ต เพื่อรอจนสภาพอากาศเปิด จึงบินกลับมาส่งผู้โดยสารที่สนามบินสุราษฎร์ธานี ช่วงเวลา 20.00-21.00 น.
พบร่าง 2 แรงงานพม่าถูกดินสไลด์ทับที่สมุย
เหตุดินสไลด์ทับแคมป์คนงานก่อสร้าง บนไหล่เขา ซอยหิมะทอง ต.มะเร็ต อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ทำให้มีผู้สูญหาย 2 ราย คือ นายอ่อง อายุ 19 ปี และนายโม อายุ 39 ปี เป็นแรงงานชาวเมียนมา ที่มาทำงานก่อสร้างวิลล่าในที่เกิดเหตุ
เจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงาน พร้อมรถแบ็กโฮ 2 คัน เข้าที่เกิดเหตุเพื่อค้นหาผู้สูญหาย เจ้าหน้าที่ต้องทำงานแข่งกับเวลา เนื่องจากมีฝนตกลงมาต่อเนื่อง และดินอุ้มนำเต็มที่แล้ว เกรงว่าจะเกิดดินสไลด์ซ้ำทับจุดเกิดเหตุได้
เมื่อเวลา 16.00 น. วานนี้ (15 ธ.ค.) เจ้าหน้าที่พบร่างของผู้เสียชีวิตทั้ง 2 รายแล้ว โดยห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 10 เมตร พร้อมประสานพนักงานสอบสวน สภ.บ่อผุด และแพทย์เวร โรงพยาบาลเกาะสมุย เข้าชันสูตรพลิกศพผู้เสียชีวิต
ขณะที่เพื่อนๆ ร่วมงานชาวพม่ากว่า 20 คน ที่ทำงานอยู่ที่เดียวกัน ต่างร้องไห้เสียใจ ส่วนการก่อสร้างต้องหยุดชั่วคราว เนื่องจากช่วงนี้ฝนตกหนักต่อเนื่อง อาจเกิดดินสไลด์อีก ซึ่งจะต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบสภาพพื้นที่เพื่อความปลอดภัย ก่อนจะอนุญาตให้ดำเนินการก่อสร้างต่อได้
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง ประกาศปิดต่ออีก 2 วัน
นายพีระชัย คงแก้ว เจ้าพนักงานป่าไม้อาวุโส หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง เปิดเผยว่า ตามที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง ได้ประกาศปิดการท่องเที่ยวในพื้นที่ เป็นการชั่วคราว ในวันที่ 16 ธ.ค. 2567 เพื่อความปลอดภัยและป้องกันอันตรายจากการเดินทาง และการประกอบกิจกรรมท่องเที่ยว
เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบัน คลื่นลมในทะเลอ่าวไทยยังคงมีกำลังแรง ระดับน้ำทะเลยังคงขึ้นสูง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร รวมทั้งยังคงมีฝนตกหนักต่อเนื่อง ทำให้สภาพพื้นที่และภูมิทัศน์แหล่งท่องท่องเที่ยวบางส่วนได้รับความเสียหายจากน้ำป่าไหลหลาก คลื่นกัดเซาะชายหาดและขยะทะเลซัดเข้าชายฝั่ง ส่งผลให้เกิดความไม่สะดวกและปลอดภัยในการอนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าทำกิจกรรมในพื้นที่
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง จึงขอปิดการท่องเที่ยวในเขตอุทยานฯ เป็นการชั่วคราว เพิ่มเติมในวันที่ 17-18 ธ.ค. 2567 หากมีการเปลี่ยนแปลง จะแจ้งให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง
สำหรับสถานการณ์ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 4 (สุราษฎร์ธานี) วันนี้ (16 ธ.ค.) ณ เวลา 11.30 น. คลื่นลมบริเวณอุทยานฯ มีกำลังค่อนข้างแรง คลื่นสูงประมาณ 3 เมตร ฝนตกหนักตลอดทั้งวัน มีน้ำป่าไหลหลาก มีขยะทะเลถูกซัดเข้าฝั่ง คาดว่าหลังสถานการณ์คลี่คลาย ต้องปรับปรุงซ่อมแซมพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย ก่อนเปิดให้บริการได้ตามปกติ
ที่มาเรียบเรียงจาก: สำนักข่าวไทย [1] [2] [3] | NBT Connext [1] [2] | เว็บไซต์รัฐบาลไทย
