Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

สส.พรรคประชาชน เรียกร้องให้มีการแก้ไขกฎหมายที่ล้าสมัยเพื่อให้โรงภาพยนตร์ขนาดเล็ก (Micro Cinema) สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ ชี้เป็นพื้นที่สาธารณะที่สำคัญของสังคมที่เจริญแล้ว รองรับการมีอยู่ของภาพยนตร์นอกกระแส ภาพยนตร์คลาสสิค และภาพยนตร์ทดลอง

18 ธ.ค. 2567 เพจสำนักประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร รายงานว่า ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารรัฐสภา นายอภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล สส.พรรคประชาชน และคณะ แถลงข่าวเกี่ยวกับโรงภาพยนตร์ขนาดเล็ก (Micro Cinema) ว่า เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 2567 ผู้ประกอบการโรงภาพยนตร์ขนาดเล็ก Doc Club & Pub ได้ประกาศหยุดให้บริการในส่วนของการฉายภาพยนตร์และยุติการดำเนินการโรงภาพยนตร์ขนาดเล็ก เนื่องจากข้อจำกัดทางกฎหมายจาก พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวิตีทัศน์ พ.ศ. 2551 พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2543 และนิยามความหมายของคำว่า โรงมหรสพ ที่ปรากฏอยู่ในกฎกระทรวงว่าด้วยการอนุญาตใช้อาคารเพื่อประกอบกิจการโรงมหรสพ ประเภทและระบบความปลอดภัยของโรงมหรสพ และอัตราค่าธรรมเนียมสำหรับการขออนุญาตให้ใช้อาคารเพื่อประกอบกิจการโรงมหรสพ ฯลฯ จนก่อให้เกิดการวิพากวิจารณ์ในวงการภาพยนตร์และศิลปะและวัฒนธรรมของไทยอย่างกว้างขวาง

พรรคประชาชน เชื่อมั่นว่า โรงภาพยนตร์ขนาดเล็ก (Micro Cinema) นับเป็นพื้นที่สาธารณะที่สำคัญของสังคมที่เจริญแล้ว เป็นพื้นที่รองรับการมีอยู่ของภาพยนตร์นอกกระแส ภาพยนตร์คลาสสิค และภาพยนตร์ทดลอง ฯลฯ  และเป็นพื้นที่ทางเลือกสำหรับประชาชนในการเข้าถึงศิลปะ หากพิจารณาจากประวัติศาสตร์ของวัฒนธรรมทางศิลปะทั่วโลกนั้นล้วนมีโรงภาพยนตร์ขนาดเล็กและภาพยนตร์นอกกระแสอย่างไม่อาจแยกขาดจากสังคม แต่ปัจจุบันพบว่า ภาพยนตร์นอกกระแสในไทยประสบกับอุปสรรคในการจัดจำหน่ายและไม่ได้รับการสนับสนุนจากนายทุนรายใหญ่ ขณะที่โรงภาพยนตร์ขนาดเล็กซึ่งมีส่วนสำคัญยิ่งต่อระบบนิเวศทางวัฒนธรรมและความหลากหลายของสื่อภาพยนตร์อันเป็นพื้นที่ที่ส่งเสริมการเรียนรู้และการสร้างวัฒนธรรมการชมภาพยนตร์ ช่วยบ่มเพาะความคิดสร้างสรรค์แก่สังคม และเป็นหนึ่งในทุนทางวัฒนธรรมที่สำคัญในการสร้างศิลปินคนทำงานด้านวัฒนธรรมได้หลากหลายแขนง รวมทั้งสนับสนุนให้เกิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ภายในประเทศ กลับมีอุปสรรคจากกฎหมายที่ล้าสมัย ฉุดรั้งไม่ให้โรงภาพยนตร์ขนาดเล็กสามารถดำเนินการต่อไปได้ในสังคมไทย จึงขอเรียกร้อง ดังนี้

1. ขอให้มีการแก้ไข พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวิดีทัศน์ พ.ศ. 2551 พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 กฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง และนิยามความหมายของคำว่า “โรงมหรสพ ฯลฯ" รวมถึงกฎหมายที่ไม่ทันต่อสถานการณ์ในปัจจุบัน เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคและเกิดการเติบโตต่อการดำเนินการโรงภาพยนตร์ขนาดเล็กได้

2. ขอเรียกร้องให้ รมว.มหาดไทย และ รมว.วัฒนธรรม ออกคำสั่งหรือกฎกระทรวงเพื่อคุ้มครองผู้ประกอบการโรงภาพยนตร์ขนาดเล็ก ให้สามารถดำเนินการได้ในช่วงสุญญากาศ  

3. ขอให้รัฐบาลให้ความเห็นชอบ ร่าง พ.ร.บ.ภาพยนตร์ ฉบับใหม่ของพรรคประชาชนที่ได้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรไปเมื่อเดือน ก.พ.2567 แต่เนื่องจากเป็นร่าง พ.ร.บ.ที่เกี่ยวข้องกับ "กฎหมายการเงิน" ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 133 วรรคสอง ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวของพรรคประชาชนจึงยังคงอยู่กับนายกรัฐมนตรีจนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ ร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว ได้มีข้อเสนอเพิ่มนิยามของ "โรงภาพยนตร์ขนาดเล็ก" เพื่อต้องการขอยกเลิกการขอใบอนุญาตตั้งโรงภาพยนตร์ขนาดเล็ก อันเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตและทำให้พื้นที่สาธารณะที่สำคัญอย่างโรงภาพยนตร์ขนาดเล็กในประเทศไทยไม่อาจเกิดขึ้นได้ รวมทั้งยังมีข้อเสนอให้แก้ไขปรับปรุงกฎหมายที่สนับสนุนและส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยอันเป็นเรื่องหนึ่งของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ให้มีศักยภาพในการส่งออกวัฒนธรรมและนำพาวัฒนธรรมไทยให้เป็นที่รู้จักในสายตาชาวโลกต่อไป

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง