ศึกชิงนายก อบจ.เชียงใหม่ ส้ม-แดงวัดพลัง ‘ทักษิณ’ ขึ้นปราศรัย 4 เวทีช่วย ‘สว.ก๊อง’ พร้อมขอชาวเชียงใหม่คืน สส.ให้เพื่อไทย ด้าน ‘พิธา’ เดินตลาดฉ่ำ อ้อนขอคะแนนให้ ‘พันธุ์อาจ’
ใครเป็นใคร
เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. ที่ผ่านมาเป็นวันแรกของการเปิดรับสมัครรับเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่และสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ โดย กกต. กำหนดวันเลือกตั้งในวันเสาร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568
พิชัย เลิศพงศ์อดิศร หรือ “สว.ก๊อง” อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ที่ลงสมัครรักษาเก้าอี้ ในนามพรรคเพื่อไทย ได้หมายเลข 2 ชูสโลแกน “กล้าคิด ทำเป็น เห็นผลงาน”

พิชัย เลิศพงศ์อดิศร
- พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ที่ลงสมัครในนามพรรคประชาชน ได้หมายเลข 1
ทั้งนี้ มีรายงานด้วยว่า พลตรีพนม ศรีเผือด อดีตหัวหน้าฝ่ายงานข่าว กอ.รมน จังหวัดเชียงใหม่ และอดีตผู้สมัคร สส.จังหวัดเชียงใหม่ พรรครวมไทยสร้างชาติ เดินทางมาลงสมัครในนามอิสระ

(คนกลาง) พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ - (ถัดมาทางซ้าย) พันธุ์อาจ ชัยรัตน์
‘ทักษิณ’ ลุยปราศรัยช่วย ‘สว.ก๊อง’

ในช่วงเดียวกับที่มีการเปิดรับสมัครรับเลือกตั้ง ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้ช่วยหาเสียง ลุยหาเสียงช่วย “สว.ก๊อง”
โดยการลงพื้นที่ทั้ง 2 วัน ทักษิณขึ้นปราศรัยทั้งหมด 4 เวทีทั่วเชียงใหม่ ได้แก่ เวทีเมื่อวันที่ 23 ธ.ค. ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเชียงใหม่ ซึ่งสำนักข่าวไทยรายงานว่ามีผู้คนมาฟังนับหมื่น
ส่วนวันต่อมา ทักษิณเดินสายตั้งแต่เช้าถึงบ่าย ไล่มาตั้งแต่ที่ตลาดภูสุวรรณ ในอำเภอสันป่าตอง, หอประชุมมหาวิทยาลัยแม่โจ้ อำเภอสันทราย และมาจบที่ลานหน้าหมู่บ้านสมหวัง อำเภอสันกำแพงซึ่งเป็นบ้านเกิด
ในคำปราศรัย ทักษิณอ้อนขอคะแนนเสียงให้ผู้สมัคร อบจ. เช่นเดียวกับที่เวทีหาเสียงสนาม อบจ.ก่อนหน้านี้ในจังหวัดอุดรธานีและอุบลราชธานี และมีการพูดย้ำว่า จะขอทวงคืน สส.ยกจังหวัดทั้ง 10 เขต ในการเลือกตั้งใหญ่ที่จะจัดขึ้นในปี 2570
ที่เวทีปราศรัย มีแกนนำพรรคเพื่อไทย, อดีตแกนนำคนเสื้อแดง และ สส.ในพื้นที่เข้าร่วมด้วย ดังนี้ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, ก่อแก้ว พิกุลทอง, ดร.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์, วรชัย เหมะ และ ศรีโสภา โกฏคำลือ

ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และ พิชัย เลิศพงศ์อดิศร

ในระหว่างการปราศรัย ทักษิณกล่าวพาดพิงพรรคประชาชนตอนหนึ่งว่า “คู่แข่งของนายกก๊องคือพรรคประชาชน ซึ่งเขาโม้ว่ามี สส. 7 คน นั่นมันเป็นเรื่องที่ผิดพลาด เป็นความผิดพลาด เพราะเดี๋ยวคนเชียงใหม่ก็จะคืน สส. ให้ผมเนอะ… พรรคประชาชนเป็นพรรคที่พูดเก๊ง เก่ง คนรุ่นใหม่เขาพูดเก่งทุกคน พูดไปทุกเรื่องแต่ทำไม่เป็น และไม่เคยทำด้วย”
ต่อมา ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค ปชน.ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีดังกล่าวว่า สิ่งหนึ่งที่พรรค ปชน. มีผลงานเป็นรูปธรรม คือการผลักดันนโยบาย ผ่านการเสนอกฎหมาย เรามีชุดกฎหมายปฏิรูปประเทศหลายชุด 80 กว่าฉบับ ก็อยากถามกลับไปว่าพรรคเพื่อไทย (พท.) มีชุดกฎหมายในการผลักดันนโยบายตัวเองสักกี่ฉบับ
ในขณะที่ทักษิณพบปะทักทายชาวเชียงใหม่ มีชาวบ้านหลายคนเข้ามาสวมกอด ทักษิณกล่าวเรื่องนโยบายด้วยว่าขอให้ชาวเชียงใหม่ให้รอโครงการดีๆ ของรัฐบาลเพื่อไทย ทั้งโครงการแก้หนี้ โครงการบ้านเพื่อคนไทย และเงินหมื่นจากดิจิทัลวอลเล็ตที่กำลังจะได้ พร้อมประกาศว่าปีหน้ารัฐบาลเพื่อไทยจะเดินหน้าแก้ปัญหายาเสพติดให้หมดไปจากประเทศไทย
นอกจากนี้ ทักษิณได้เข้าพบปะพูดคุยกับตัวแทนสมาคมหอการค้าผู้ประกอบการท่องเที่ยวและโรงแรม เพื่อหารือในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของเชียงใหม่ แต่ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้ารับฟังด้วย
ย้อนไปดูผลการเลือกตั้งปี 2566 พรรคก้าวไกลกวาด สส.เชียงใหม่ได้ถึง 7 คนจากทั้งหมด 10 เขต พรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นเจ้าถิ่นได้เพียง 2 เขต ส่วนพรรคพลังประชารัฐได้ 1 เขต
‘พิธา’ เดินตลาดฉ่ำ อ้อนขอคะแนนให้ ‘พันธุ์อาจ’
ย้อนไปหนึ่งวันก่อนที่ทักษิณจะมาที่จังหวัดเชียงใหม่ (22 ธ.ค.) พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาชน ในฐานะผู้ช่วยหาเสียง ลงพื้นที่มาช่วยหาเสียงให้กับ พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เชียงใหม่ ในนามพรรคประชาชน โดยเริ่มเดินพบปะประชาชนบริเวณถนนคนเดิน อำเภอเมืองเชียงใหม่ เริ่มตั้งแต่วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร
วันต่อมา พิธา พร้อมด้วย สส.ของพรรค เดินตลาดต้นลำไยซึ่งใกล้กับตลาดวโรรส เพื่อพบปะกับพี่น้องประชาชนและเดินแนะนำตัวผู้สมัครในนามของพรรคเพื่อขอคะแนนเสียงจากชาวเชียงใหม่ ซึ่งมีแฟนคลับที่เป็นพ่อค้าแม่ค้าในตลาด รวมทั้งชาวเชียงใหม่ที่มาจับจ่ายใช้สอยพากันมาขอถ่ายภาพและขอเซลฟี่ด้วย
พิธาให้สัมภาษณ์ว่า ดีใจที่ชาวเชียงใหม่ยังไม่ลืมกัน และให้การตอบรับเป็นอย่างดี แม้จะมาเดินตลาดในช่วงเช้าที่ผู้คนยังไม่มากนัก และในวันนี้เนื่องจากมีนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ประเทศสหรัฐอเมริกา มาเยี่ยมที่กรุงเทพฯ จึงต้องเดินทางกลับไปรับ และไม่ได้ร่วมแถลงข่าว การสมัครเลือกตั้งนายก อบจ.เชียงใหม่ ของพันธุ์อาจ ซึ่งได้หมายเลข 1
พิธากล่าวด้วยว่า แม้มี สส.ครองพื้นที่อยู่ 7 เขต แต่ความสำเร็จในครั้งนั้น ไม่ได้หมายความว่าพรรคประชาชนจะได้เปรียบในศึกชิง นายก อบจ.ครั้งนี้ เพราะการเลือกตั้งระดับชาติกับเลือกตั้งท้องถิ่นนั้นไม่เหมือนกัน จึงประมาทไม่ได้
“ถ้าพี่น้องชาวเชียงใหม่ที่รักในการกระจายอำนาจ อยากได้นายก อบจ.ที่ดูแลเรื่องท้องถิ่นก็ขอให้ในวันที่ 1 ก.พ. กาหมายเลข 1 เพื่อให้คุณพันธุ์อาจเป็นนายก อบจ.คนต่อไปของชาวเชียงใหม่” พิธากล่าว
ทั้งนี้ พรรคประชาชนส่งผู้สมัครในสนาม อบจ.ทั้งหมด 17 คนทั่วประเทศ
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
