Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

เมื่อ 1 ก.พ. 2568 ที่ผ่านมา ประชาไทเดินคุยกับประชาชนคนรุ่นใหม่ที่มาร่วมกิจกรรมครบรอบ 4 ปีรัฐประหาร หน้าสถานทูตพม่าฯ กรุงเทพฯ เพื่อสอบถามพวกเขาว่าคิดยังไงกับกระแสต่อต้านแรงงานข้ามชาติพม่าผิดกฎหมาย หรือเขาจะมีข้อเสนอในเรื่องนี้อย่างไร

สำหรับงานครบรอบ 4 ปีรัฐประหารพม่า จัดโดยพันธมิตรชานม ประเทศไทย ที่หน้าสถานทูตเมียนมา กรุงเทพฯ เพื่อแสดงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับชาวพม่าที่กำลังต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย  

บรรยากาศการทำกิจกรรม

ปีนี้กลุ่มพันธมิตรชานมฯ มีข้อเรียกร้อง 3 ข้อถึงรัฐบาลไทย และนานาชาติ ประกอบด้วย

  • รัฐบาลไทย และประเทศสมาชิกอาเซียนต้องคว่ำบาตรและยุติการส่งอาวุธและน้ำมันเชื้อเพลิงให้กับกองทัพพม่าใช้เข่นฆ่าประชาชนทันที
  • นานาชาติต้องไม่สนับสนุนการเลือกตั้งทั่วไปของกองทัพพม่า หรือสภาบริหารแห่งรัฐ (SAC) ซึ่งไม่ชอบธรรม และไม่เป็นประชาธิปไตย
  • เชิญชวนให้ประชาชนเป็นหูเป็นตาตรวจสอบข่าวปลอม หรือข่าวที่สร้างความเข้าใจผิด ที่อาจนำไปสู่การสร้างความเกลียดชังให้กับคนพม่า บล็อกแอ็คเคานต์ที่ส่งต่อข่าวที่สร้างความเข้าใจผิด สร้างความเกลียดชังอย่างเป็นระบบ และส่งต่อข้อมูลที่มีข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง 

‘ซี’ อายุ 30 ปี ชาวพม่าจากเขตพะโค เขาเข้ามาเป็นแรงงานโดยผ่านกระบวนการ MOU กล่าวถึงความรู้สึกว่าเขาดีใจที่มีคนไทยจัดงานครบรอบรัฐประหาร ต่อต้านเผด็จการในพม่าให้

ซี เผยว่า เขาต่อต้านเผด็จการทหารพม่า เพราะไม่เห็นด้วยรัฐบาลพม่าใช้ความรุนแรงกับประชาชน ไม่มีความยุติธรรม เขารับไม่ได้เลยอยากมาแสดงออก ทุกวันนี้เขาอยู่ไม่ได้ พ่อแม่ก็อยู่ในหมู่บ้านไม่ได้แล้ว

"ยังไงเราต้องชนะ (กองทัพพม่า) รอบนี้" ซี กล่าว

ซี อายุ 30 ปี

‘ซี’ บอกว่าตอนนี้กังวลมาก เพราะต้องต่ออายุใบอนุญาตทำงานในประเทศไทย ตอนนี้เขาส่งชื่อ namelist ให้สำนักงานสถานทูตพม่าแล้ว ก็ไม่ทราบว่าทันไหม เพราะว่าจะหมดเขตดำเนินการวันที่ 13 ก.พ.นี้ ถ้าไม่ทัน ไม่รู้จะต้องถูกทางการไทยส่งตัวกลับไหม เพราะเขาก็กังวลด้วยว่าจะต้องถูกบังคับเกณฑ์ทหาร

‘แมรี’ นักศึกษาอายุ 19 ปี วันนี้เธอมาร่วมกิจกรรมครบรอบ 4 ปีรัฐประหารพม่า เพราะว่าได้ยินและรับฟังข่าวบังคับเกณฑ์ทหารหญิง เลยรู้สึกว่าอยากมาฟังเรื่องราวของคนพม่าให้เยอะขึ้นกว่านี้ และเธอรู้สึกด้วยว่าสื่อทำข่าวเรื่องพม่าในประเทศไทยค่อนข้างน้อยเกินไป

สำหรับกระแสแรงงานข้ามชาติพม่าที่เข้ามาทำงานที่ไทย แมรี กล่าวว่า เธอเข้าใจว่าคนพม่าเข้ามาประเทศไทยเพราะได้รับผลกระทบจากการทำรัฐประหารพม่า ความปลอดภัยของประชาชนไม่มีอยู่แล้ว ทำให้คนต้องอพยพ สำหรับเธอมองว่าการที่คนพม่าเข้ามาประเทศไทยน่าจะเป็นเรื่องที่ดี เนื่องจากคนพม่าก็ได้รับความปลอดภัย ไม่ได้ถูกอุ้มหาย มีงาน มีเงินที่จะมีชีวิตอยู่ได้ 

ส่วนเรื่องปัญหาแรงงานข้ามชาติพม่าผิดกฎหมาย แมรี มองเรื่องนี้เป็นบทบาทของเจ้าหน้าที่รัฐที่ต้องจัดการแก้ไข

"เราไม่รู้ลึก แต่ในฐานะของคนที่อ่านข่าว ทั้ง 2 ฝ่ายต่างมีเหตุผลซึ่งกันและกัน เรื่องแบบนี้ภาครัฐต้องจัดการได้ มันไม่ใช่หน้าที่ของเราที่จะมาบอกว่าคนนี้เข้ามาไม่ได้ คนนี้ผิดกฎหมาย … มันจะไม่เกิดปัญหาที่เราเหยียดเชื้อชาติ" แมรี กล่าว

แมรี อายุ 19 ปี

การชุมนุมเป็นสิทธิพื้นฐานของทุกคน

จี จากกลุ่มพันธมิตรชานม ผู้จัดงานครบรอบ 4 ปีรัฐประหารพม่า ที่หน้าสถานทูตเมียนมา ประจำประเทศไทย และวันนี้เธอก็ได้เป็นหนึ่งในคนที่ร่วมปราศรัยด้วย

จี เล่าเหตุผลของการจัดงานว่า เธออยากให้เรื่องนี้มันช่วยปลุกเราจากความเป็นชาตินิยม และนำไปสู่การสมานฉันท์ข้ามพรมแดน ซึ่งจะช่วยยกระดับการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยร่วมกันได้ และอีกส่วนหนึ่งคือเธอมองคนพม่าว่าเป็นเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน มีอะไรก็ที่ช่วยได้ ก็อยากจะช่วย

ส่วนประเด็นที่คนไทยไม่พอใจแรงงานพม่าช่วงที่ผ่านมา เช่น การเรียกร้องสิทธิในประเทศไทย แรงงานพม่าผิดกฎหมาย หรือการแย่งงานคนไทย จี มองทีละประเด็นว่า สำหรับเธอ การชุมนุมโดยปราศจากอาวุธของชาวพม่าเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของคนทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ในประเทศไหนก็ตาม และอยากย้ำว่าคนพม่าที่มาเรียกร้องเพื่อสิทธิของเขาในประเทศบ้านเกิดต่อ UN ต่อนานาชาติ เขามีสิทธิทำได้ในประเทศไทย

"ถ้าเขามาชุมนุมโดยปราศจากอาวุธ ทางฝั่งอนุรักษ์นิยมก็ไม่มีสิทธิไปยุ่งอะไรกับเขา แล้วเขาทำทุกปี และเพิ่งมาเป็นประเด็นปีนี้ แล้วฝั่งอนุรักษ์นิยมประกาศรวมตัวก่อนที่เขาจะประกาศ เราเลยมองว่ามันเป็นยุทธศาสตร์บางอย่าง ที่เขาจะสร้างอคติมากกว่า" จี กล่าว

จี กลุ่มพันธมิตรชานม

ต่อกรณีที่ชาวไทยบางคนคัดค้านเรื่องแรงงานข้ามชาติพม่าผิดกฎหมาย สมาชิกพันธมิตรชานม มองว่าต่อไปเรื่องนี้น่าจะดีขึ้น เพราะว่าภาครัฐจะพยายามทำให้แรงงานข้ามชาติเข้ามาอยู่ในระบบมากขึ้น

ส่วนเรื่องแย่งงานคนไทย หรือทำอาชีพสงวน จี มองว่าอยากให้ภาครัฐทบทวนกฎหมายดังกล่าว และปรับให้เท่าทันกับยุคสมัย เราอาจจะต้องมาดูเพิ่มว่าอาชีพไหนควรเปิดให้แรงงานข้ามชาติพม่าทำได้ อย่างเรื่องอาชีพช่างตัดผม มันก็แค่ตัดผมเท่านั้นเอง

'สร้างความเข้าใจระหว่างกัน'

ทำยังไงถึงจะสร้างความเข้าใจระหว่างคนพม่าและคนไทยได้ จี มองว่า สาเหตุส่วนหนึ่งน่าจะมาจากกำแพงด้านภาษาระหว่างกัน และคนไทยมีอคติเรื่องคนพม่านานมากแล้ว ซึ่งสะท้อนผ่านภาพยนตร์ตำนานสมเด็จพระนเรศวร หรืออนิเมชัน 'ก้านกล้วย' ที่แอบสอดแทรกว่าคนพม่าเป็นตัวร้าย หรือมีความเป็นอื่น มีรากฐานจากแนวคิดราชาชาตินิยม ที่ต้องสร้างตัวร้ายขึ้นมา

"เราควรปลูกฝังแนวคิดตั้งแต่เด็กๆ เรื่อง 'ความเป็นคนเหมือนกัน' ก่อน เหมือนเวลาเรามองป้าที่ขายของ หรือเป็นเพื่อนร่วมห้องเรียน มันเป็นแบบนั้น แค่บัตรประชาชนเขาเป็นสัญชาติอื่นไม่ได้แปลว่าเขาไม่ได้เป็นคนเหมือนเรา ปลูกฝังตั้งแต่เด็กแล้วมันจะช่วยได้มากขึ้น"

“อย่างเราก็พยายามสื่อสารเรื่องของคนพม่ามากขึ้น ก็หวังว่าเสียงของคนพม่าจะเข้าถึงคนไทยได้มากขึ้น” สมาชิกพันธมิตรชานม กล่าว

ขณะที่แมรี นักศึกษาวัย 19 ปี อยากให้เรื่องสถานการณ์ในพม่ามันแมสมากกว่านี้ เพราะว่าการทำรัฐประหารมันผ่านมา 4 ปีแล้ว ซึ่งมันนานมาก แต่เรากลับไม่ได้รับข้อมูลเท่าไร ถ้าทำให้เรื่องนี้มีการรายงานข่าวเยอะขึ้น เธอเชื่อว่าน่าจะมีคนเข้าใจและรับรู้สิ่งที่เมียนมากำลังเผชิญ และความเข้าใจของคนมันจะเปลี่ยน

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง