ครม.รับหลักการร่าง พ.ร.ฎ.เงินช่วยเหลือนายทหารชั้นพันเอกขึ้นไปที่อายุถึง 50 ปีให้เออร์ลี่รีไทร์ตามเป้าหมายลดขนาดกองทัพ คาดใช้งบราว 600 ล้านบาทไม่ต้องเบิกงบกลาง
11 ก.พ.2568 เว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาลเผยแพร่รายงานที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติรับหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยเหลือผู้ซึ่งออกจากราชการตามโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนดของกระทรวงกลาโหม พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงการคลัง (กค.) เสนอ
เนื้อหาหลักของร่าง พ.ร.ฎ.ฉบับนี้คือ การจูงใจข้าราชการทหารที่ดำรงตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ผู้ทรงคุณวุฒิ นายทหารปฏิบัติการและประจำหน่วยให้ลาออกจากราชการก่อนเกษียณอายุราชการโดยสมัครใจ เพื่อลดความคับคั่งของกำลังพลในกลุ่มชั้นยศสูง โดยให้ ทหารชั้นยศ พันเอก นาวาเอก นาวาอากาศเอกขึ้นไป ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ผู้ทรงคุณวุฒิ นายทหารปฏิบัติการ และประจำหน่วยที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป และมีเวลาราชการ 25 ปีขึ้นไป (ไม่รวมเวลาราชการทวีคูณ)] ที่ลาออกจากราชการก่อนเกษียณอายุได้รับสิทธิประโยชน์ที่เป็นเงินก้อน 7 - 10 เท่าของเงินเดือนเดือนสุดท้าย รวมเงินประจำตำแหน่ง (ถ้ามี) โดยไม่รวมเงินหรือค่าตอบแทนพิเศษอื่น ๆ
ในรายงานระบุถึงสูตรคำนวนเงินช่วยเหลือดังกล่าวด้วยคือ อายุราชการที่เหลือตามจำนวนปีบวกเพิ่ม 5 ปีคูณด้วยเงินเดือนเดือนสุดท้ายรวมเงินประจำตำแหน่ง แต่สูงสุดไม่เกิน 10 เท่าของเงินเดือนเดือนสุดท้ายที่รวมกับเงินประจำตำแหน่งแล้ว และให้ได้สิทธิประโยชน์อื่นๆ เช่น ยกเว้นภาษีเงินก้อนที่ได้รับตามโครงการ ยกเว้นภาษีในส่วนของเงินที่ได้รับจากกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ เป็นต้น
เงื่อนไขในโครงการมีดังนี้
- ข้าราชการทหารชั้นยศ พันเอก นาวาเอก นาวาอากาศเอก (อัตราเงินเดือนพันเอกพิเศษ นาวาเอกพิเศษ นาวาอากาศเอกพิเศษ) ขึ้นไปซึ่งดำรงตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิ พิเศษผู้ทรงคุณวุฒิ นายทหารปฏิบัติการ และประจำหน่วย ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป และมีเวลาราชการ 25 ปีขึ้นไป (ไม่รวมเวลาราชการทวีคูณ) และมีเวลาราชการเหลือตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป
- ห้ามบรรจุกลับเข้ารับราชการประจำและห้ามทำสัญญาจ้างกลับเข้าเป็นพนักงานราชการ (เว้นแต่มีระยะเวลาสัญญาจ้างไม่เกิน 1 ปี) โดยจะมีการยุบเลิกตำแหน่ง
ทั้งนี้ในรายงานระบุด้วยว่าทางกระทรวงการคลังประเมินการสูญเสียรายได้และประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนดของของกระทรวงกลาโหมจะใช้เงินงบบุคลากรของกระทรวงกลาโหมภายในกรอบวงเงิน 600 ล้านบาท โดยไม่ต้องของบกลางเพิ่มเติม ระยะเวลาการดำเนินโครงการ 3 ปี ตั้งแต่ พ.ศ. 2568 - พ.ศ. 2570 (วงเงิน 200 ล้านบาท/ปี) โดยประมาณการผู้เข้าร่วมโครงการฯ รวม 3 ปี ประมาณ 732 นาย (ปีละ 244 นาย)
โดยโครงการดังกล่าวจะช่วยแก้ปัญหาความคับคั่งของกำลังพลในกลุ่มชั้นยศสูงซึ่งเป็นปัญหาในการบริหารจัดการกำลังพลของ กห. ในปัจจุบัน ส่งผลให้เกิดความสมดุลของสัดส่วนกำลังพลในทุกระดับ รวมถึงเป็นการประหยัดงบประมาณด้านบุคลากรภาครัฐในระยะยาว ทำให้การพัฒนาระบบบริหารจัดการของ กห. และการพัฒนากองทัพเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ตรงตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและเป็นการสนับสนุนนโยบายและเจตนารมณ์ของรัฐบาลในปัจจุบัน
