Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

งานวิจัยระดับโลกเผย 'ชาวประมงพื้นบ้าน' มีบทบาทสำคัญต่อความมั่นคงทางอาหาร จับสัตว์น้ำรวม 40% ของปริมาณทั่วโลก สร้างรายได้ให้ประชากร 500 ล้านคน และเป็นแหล่งสารอาหารสำคัญสำหรับคนกว่า 2.3 พันล้านคน แต่กลับถูกละเลยในการกำหนดนโยบาย


ชาวประมงพื้นบ้านมาถึงจุดขึ้นปลาบริเวณชายฝั่งทะเลสาบแทนกันยิกา (Lake Tanganyika) ในประเทศแทนซาเนีย และนำปลาสแปรตสดขึ้นจากเรือเพื่อนำไปขายในเมืองคิโกมา (Kigoma) | ที่มาภาพ: Luis Tato/FAO

ในแต่ละวัน ชาวประมงพื้นบ้านต้องออกแรงทำงานอย่างหนักเพื่อหาปลา โดยส่วนใหญ่พวกเขาใช้เรือแบบเรียบง่ายที่เป็นของคนในท้องถิ่นและยังคงใช้วิธีการจับปลาแบบดั้งเดิม แม้จะทุ่มเทแรงกายแรงใจในการทำงาน พวกเขากลับมักถูกละเลยจากภาครัฐในด้านสวัสดิการสังคม การดูแลสุขภาพ และการส่งเสริมเศรษฐกิจ อีกทั้งยังไม่ได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจเกี่ยวกับการบริหารจัดการแหล่งน้ำที่พวกเขาต้องพึ่งพาในการทำมาหากิน ด้วยเหตุนี้ ในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา จึงมีการรวมตัวของนักวิจัยและผู้สำรวจกว่า 800 คน เพื่อริเริ่มโครงการสำคัญ นั่นคือการรวบรวมข้อมูลในระดับโลกเพื่อให้สังคมได้เห็นความสำคัญของชาวประมงพื้นบ้านมากยิ่งขึ้น

เมื่อช่วงเดือน ม.ค. 2025 ทีมนักวิจัยได้เผยแพร่ ผลการศึกษา ในวารสารวิทยาศาสตร์ชั้นนำอย่าง Nature ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการประมงพื้นบ้านในระดับโลก โดยพบว่าการประมงพื้นบ้านมีสัดส่วนถึง 40% ของปริมาณการจับสัตว์น้ำทั่วโลก นอกจากนี้ยังก่อให้เกิดการจ้างงานแก่ประชากรถึง 60 ล้านคน โดยมากกว่า 1 ใน 3 เป็นแรงงานหญิง และสร้างรายได้เพื่อการดำรงชีพแก่ประชากรเกือบ 500 ล้านคน ที่สำคัญคือ การประมงพื้นบ้านยังมีศักยภาพในการเป็นแหล่งสารอาหารรองที่สำคัญสำหรับประชากรโลกกว่า 2.3 พันล้านคน ที่อาศัยอยู่ในบริเวณชายฝั่งทะเลหรือใกล้แหล่งน้ำในแผ่นดิน

โฆษณา - Advertising

"เราต้องการมีเอกสารวิจัยที่นำเสนอข้อค้นพบสำคัญในระดับโลกสำหรับแต่ละมิติเหล่านี้ เพื่อให้รัฐบาลเห็นชัดเจนว่าการทำประมงขนาดเล็กไม่สามารถถูกมองข้ามต่อไปในแง่ของการกำหนดนโยบาย" ซาเวียร์ บาซูร์โต (Xavier Basurto) ศาสตราจารย์จากภาควิชาสังคมศาสตร์สิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด และผู้เขียนร่วมของงานวิจัย กล่าวกับ Mongabay (บาซูร์โตอยู่ที่มหาวิทยาลัยดุ๊ก ในระหว่างทำการศึกษา)

คุณค่าที่โดดเด่นของการศึกษาครั้งนี้ไม่ได้อยู่ที่ผลการค้นพบเพียงอย่างเดียว ซึ่งหลายคนอาจเคยคาดการณ์ไว้แล้ว แต่อยู่ที่ความน่าเชื่อถือของข้อมูลที่ได้มาจากการเก็บรวบรวมอย่างเป็นระบบและระมัดระวังจาก 58 ประเทศทั่วโลก นอกจากนี้ ยังผ่านการวิเคราะห์อย่างรอบด้านโดยนักวิจัยที่มีความเชี่ยวชาญหลากหลายสาขา ครอบคลุมตั้งแต่ประเด็นด้านการจ้างงานไปจนถึงด้านโภชนาการ ตามที่บาซูร์โตได้อธิบายไว้

คณะผู้วิจัยของบาซูร์โต ซึ่งรวมถึง นิโคลัส กูเตียเรซ (Nicolas Gutierrez) ผู้เขียนร่วมหลัก ประกอบด้วยนักวิจัยจากองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ หรือ FAO ซึ่งเป็นองค์กรระหว่างรัฐบาลที่มีหน้าที่รวบรวมและเผยแพร่สถิติการจับสัตว์น้ำอย่างเป็นทางการ โดยส่วนใหญ่อ้างอิงจากข้อมูลที่ได้รับจากรัฐบาลของประเทศต่างๆ อย่างไรก็ตาม สถิติทางการเหล่านี้ยังมีข้อจำกัดและไม่สามารถสะท้อนภาพรวมที่แท้จริงได้ เนื่องจากไม่มีการแยกแยะระหว่างการประมงเชิงอุตสาหกรรมและการประมงพื้นบ้าน ทำให้มองข้ามผลงานส่วนใหญ่ของชาวประมงพื้นบ้านไป ดังจะเห็นได้จากกรณีของสหราชอาณาจักรที่มักรายงานเฉพาะปริมาณการจับสัตว์น้ำจากเรือที่มีความยาวตั้งแต่ 10 เมตรขึ้นไปให้กับ FAO ทั้งที่เรือขนาดนี้มีสัดส่วนเพียง 21% ของกองเรือประมงทั้งหมดของประเทศเท่านั้น

โฆษณา - Advertising

เพื่อให้ได้ภาพที่สมบูรณ์มากขึ้นของการประมงทั่วโลก โครงการวิจัย Sea Around Us ซึ่งดำเนินการโดยมหาวิทยาลัยบริติชโคลัมเบีย ในเมืองแวนคูเวอร์ ได้พัฒนาฐานข้อมูลที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง โดยเริ่มเผยแพร่ครั้งแรกในปี 2016 ฐานข้อมูลนี้นำเสนอการประเมินย้อนหลังของปริมาณการจับปลาทั่วโลก พร้อมทั้งแยกแยะระหว่างการประมงเชิงอุตสาหกรรมและการประมงพื้นบ้านอย่างชัดเจน สิ่งที่ทำให้ฐานข้อมูลนี้มีความพิเศษคือการรวบรวมข้อมูลที่ครอบคลุม ไม่เพียงแต่บันทึกปริมาณสัตว์น้ำที่นำขึ้นฝั่งเท่านั้น แต่ยังรวมถึง "การจับพลอยได้" ซึ่งเป็นสัตว์น้ำที่ติดมากับอวนโดยไม่ได้ตั้งใจหรือถูกทิ้งไป โดยเฉพาะในภาคการประมงอุตสาหกรรมที่พบปัญหานี้บ่อยครั้ง จากการวิเคราะห์ข้อมูลของ Sea Around Us พบว่าการประมงพื้นบ้านในทะเลมีปริมาณการจับรวมประมาณ 27 ล้านเมตริกตันต่อปี คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 25-30% ของปริมาณการจับสัตว์น้ำทะเลทั้งหมดของโลก ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวยังไม่รวมปริมาณการจับสัตว์น้ำจากแหล่งน้ำในแผ่นดิน

เพื่อประเมินผลกระทบของการประมงพื้นบ้านอย่างครอบคลุม คณะวิจัยของบาซูร์โต ซึ่งไม่มีความเกี่ยวข้องกับโครงการ Sea Around Us ได้ดำเนินการศึกษาร่วมกับทีมวิจัยจำนวนมากทั่วโลก โดยประสานงานกับผู้เชี่ยวชาญในแทบทุกประเทศจากทั้งหมด 58 ประเทศที่ทำการศึกษา การวิจัยครั้งนี้มีความโดดเด่นตรงที่ไม่เพียงแต่แยกแยะระหว่างข้อมูลการจับสัตว์น้ำของการประมงพื้นบ้านและการประมงอุตสาหกรรมเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมไปถึงการจับสัตว์น้ำในแหล่งน้ำจืดซึ่งมักถูกละเลยในการศึกษาที่ผ่านมา

นอกจากนี้ คณะวิจัยยังได้รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลในหลากหลายมิติ ทั้งด้านการจ้างงาน การดำรงชีพ โภชนาการ และระบบการบริหารจัดการ โดยอาศัยแหล่งข้อมูลที่หลากหลาย รวมถึงสถิติการจ้างงานจากองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ซึ่งแต่เดิมแทบไม่เคยถูกนำมาวิเคราะห์ในแง่มุมของการประมงพื้นบ้านมาก่อน สำหรับกรณีของประเทศบราซิลและจีน ทีมวิจัยได้ลงพื้นที่เก็บข้อมูลด้วยตนเอง โดยทำงานร่วมกับชาวประมงท้องถิ่นในการเก็บตัวอย่างทั้งปริมาณและชนิดของสัตว์น้ำที่จับได้

คณะวิจัยได้ใช้แนวทางที่ยืดหยุ่นในการนิยามการประมงพื้นบ้าน โดยไม่ได้กำหนดเกณฑ์มาตรฐานเดียวกันทั่วโลก แต่เปิดโอกาสให้แต่ละประเทศกำหนดการแบ่งประเภทตามบริบทของตนเอง จากนั้นจึงนำข้อมูลที่ได้จากกลุ่มประเทศตัวอย่างทั้ง 58 ประเทศ ไม่ว่าจะเป็นปริมาณการจับสัตว์น้ำ การจ้างงาน และตัวชี้วัดอื่นๆ มาใช้ในการประมาณการภาพรวมระดับโลก ผลการศึกษาบางส่วนได้ถูกนำไปใช้ในการจัดทำรายงานสำคัญขององค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติในปี 2023 อย่างไรก็ตาม บทความวิจัยฉบับใหม่นี้มีความครอบคลุมมากกว่า โดยถือเป็นผลงานวิชาการชิ้นแรกของคณะวิจัยที่ผ่านการทบทวนโดยผู้ทรงคุณวุฒิและนำเสนอผลการศึกษาในทุกมิติที่ได้ทำการวิจัย

โฆษณา - Advertising


(ซ้าย) ผู้หญิงนำปลาสแปรตออกตากแดดที่เมืองคิโกมา (Kigoma) ประเทศแทนซาเนีย ใกล้ชายฝั่งทะเลสาบแทนกันยิกา (Lake Tanganyika) (ขวา) ผู้หญิงกำลังเตรียมปลาเพิร์ชสดจากทะเลสาบแทนกันยิกาเพื่อนำไปรมควันและขายที่บ้านของเธอในเมืองคาซังกา (Kasanga) เขตรุควา (Rukwa) ประเทศแทนซาเนีย | ที่มาภาพ: Luis Tato/FAO

คณะวิจัยของบาซูร์โตได้นำเสนอข้อค้นพบที่สำคัญเกี่ยวกับขนาดและผลกระทบของการประมงพื้นบ้านในระดับโลก การศึกษาพบว่าชาวประมงพื้นบ้านสามารถจับสัตว์น้ำได้ราว 37 ล้านเมตริกตันต่อปี ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนอย่างน้อย 40% ของปริมาณการจับสัตว์น้ำทั้งหมดทั่วโลก เมื่อพิจารณาในรายละเอียด พบว่าปริมาณการจับสัตว์น้ำนี้มาจากสองแหล่งหลัก คือ การจับสัตว์น้ำในทะเลประมาณ 25 ล้านเมตริกตัน ซึ่งสอดคล้องกับผลการศึกษาของโครงการ Sea Around Us และการจับสัตว์น้ำในแหล่งน้ำจืดอีก 12 ล้านเมตริกตัน การรวมปริมาณการจับสัตว์น้ำจากแหล่งน้ำจืดนี้เองที่ทำให้สัดส่วนโดยรวมสูงกว่าที่ Sea Around Us เคยรายงานไว้ ที่สำคัญไปกว่านั้น การศึกษายังพบว่ามีประชากรเกือบ 500 ล้านคน ที่ต้องพึ่งพาการประมงพื้นบ้านในการดำรงชีพ ไม่ว่าจะเป็นแหล่งรายได้หลักหรือรายได้เสริมของครัวเรือน สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการประมงพื้นบ้านในฐานะที่เป็นรากฐานของความมั่นคงทางเศรษฐกิจสำหรับประชากรจำนวนมาก

การวิจัยครั้งนี้นับเป็นการศึกษาด้านโภชนาการที่มีความก้าวหน้าอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากสามารถแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของการประมงพื้นบ้านในการแก้ไขปัญหาทุพโภชนาการในระดับโลก ตามที่บาซูร์โตได้อธิบาย ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าผลผลิตจากการประมงพื้นบ้านสามารถเป็นแหล่งสารอาหารที่สำคัญ โดยสามารถจัดหาสารอาหารรองที่จำเป็นและกรดไขมันบางประเภทได้ถึง 20% ของความต้องการของประชากรราว 2.3 พันล้านคนที่อาศัยอยู่ในรัศมี 20 กิโลเมตรจากชายฝั่งทะเลหรือแหล่งน้ำในแผ่นดินขนาดใหญ่ ข้อค้นพบนี้แสดงให้เห็นถึงบทบาทที่สำคัญของการประมงพื้นบ้านในการสร้างความมั่นคงทางอาหารและโภชนาการให้กับประชากรโลกจำนวนมาก

คณะผู้เขียนระบุว่างานวิจัยของพวกเขาสนับสนุนความเข้าใจที่ "ครอบคลุม" มากขึ้นเกี่ยวกับบทบาทของชาวประมงพื้นบ้าน ซึ่งมักจะถูก "มองไม่เห็น" และสามารถนำไปใช้ต่อสู้กับ "การกีดกันทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองของชาวประมงและคนทำงานประมงหลายล้านคนทั่วโลก"

โฆษณา - Advertising

แดเนียล เพาลี (Daniel Pauly) นักวิทยาศาสตร์การประมงที่มีชื่อเสียงและหัวหน้านักวิจัยของโครงการ Sea Around Us กล่าวว่าความกว้างขวางของงานที่อยู่เบื้องหลังการศึกษาใหม่นี้ ซึ่งเขาไม่ได้มีส่วนร่วม น่าประทับใจ
"เป็นงานที่ครอบคลุมมาก" เพาลีกล่าวกับ Mongabay "มันแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าการประมงขนาดเล็กมีความสำคัญ"

อย่างไรก็ตาม เพาลีกล่าวว่าการวิจัยจะให้ข้อมูลเชิงลึกมากขึ้นหากมีการนำเสนอ "แนวโน้ม" ที่แสดงว่าปริมาณการจับหรือการจ้างงาน ตัวอย่างเช่น กำลังเพิ่มขึ้นหรือลดลง การศึกษานี้ดูที่ช่วงเวลา 5 ปีระหว่างปี 2013-17 แต่ไม่ได้เปรียบเทียบกับข้อมูลพื้นฐานใดๆ

บาซูร์โตกล่าวว่างานของเขาและผู้เขียนร่วมเป็นเพียงภาพ ณ จุดหนึ่ง และไม่ได้พยายามที่จะสร้างงานของ Sea Around Us ขึ้นใหม่ ซึ่งเขาเรียกว่า "มีคุณค่าอย่างยิ่ง" การศึกษาใหม่นี้สร้างมุมมองพื้นฐานหลายมิติเกี่ยวกับการประมงขนาดเล็กที่จะช่วยให้สามารถเปรียบเทียบในอนาคตได้ เขากล่าว


กราฟแสดงการเปรียบเทียบสัดส่วนของการประมงพื้นบ้านในภาคการประมงโดยรวม ใน 5 มิติสำคัญ ได้แก่ การดำรงชีพ การจ้างงาน การจ้างงานผู้หญิง การจัดหาสารอาหาร และปริมาณการจับสัตว์น้ำ โดยแสดงทั้งในระดับโลก (เส้นสีเขียวเข้ม) และระดับภูมิภาค (จุดสีเขียวอ่อน) การจ้างงานครอบคลุมทั้งกระบวนการ ตั้งแต่การเตรียมการจับ การจับ และการแปรรูปหลังการจับ ส่วนการดำรงชีพนับรวมทั้งชาวประมงที่ได้รับค่าจ้างและชาวประมงเพื่อยังชีพ รวมถึงสมาชิกในครอบครัว ด้านโภชนาการ กราฟแสดงสัดส่วนของสารอาหารที่สำคัญ 6 ชนิดที่ได้จากการประมงพื้นบ้าน ได้แก่ แคลเซียม เหล็ก ซีลีเนียม สังกะสี วิตามินเอ และโอเมก้า 3 เทียบกับปริมาณทั้งหมดที่ได้จากภาคการประมง | ที่มาภาพ: Mongabay

โฆษณา - Advertising


(ซ้าย) มาเรีย เดล มาร์ มันชา-ซิสเนรอส (Maria del Mar Mancha-Cisneros) ผู้เขียนร่วมการศึกษาระดับโลกใหม่เกี่ยวกับการประมงขนาดเล็ก กำลังสัมภาษณ์ชาวประมงในเมืองปูเอร์โต ลิเบอร์ตาด (Puerto Libertad) ประเทศเม็กซิโก (Mexico) (ขวา) อัลบา อากูอิออน (Alba Aguión) ผู้เขียนร่วมการศึกษาอีกคนหนึ่ง กำลังเก็บข้อมูลเกี่ยวกับเพรียงหงส์ ซึ่งเป็นแหล่งรายได้สำคัญของชาวประมงขนาดเล็กในประเทศสเปน (Spain) | ที่มาภาพ: (ซ้าย) Noé Suárez-Castillo (ขวา) Gonzalo Macho

อาร์เน ไคนส์ (Arne Kinds) นักวิจัยจากห้องปฏิบัติการอีควอลซีที่มหาวิทยาลัยซานติอาโก เด คอมโพสเตลา ชี้ว่าการศึกษานี้มีความโดดเด่นในการสร้างฐานข้อมูลเชิงระบบที่สนับสนุนผลการศึกษาเชิงคุณภาพก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม เขาเตือนว่าการมีข้อมูลที่ดีขึ้นเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะเพิ่มอำนาจต่อรองให้ชาวประมงพื้นบ้าน ยังต้องแก้ปัญหาการทุจริตและการผูกขาดอำนาจของกลุ่มผลประโยชน์ด้วย

ผลการศึกษาสะท้อนประเด็นความไม่เท่าเทียมด้านอำนาจนี้ชัดเจน โดยพบว่ากว่า 60% ของปริมาณการจับสัตว์น้ำโดยชาวประมงพื้นบ้านมาจากพื้นที่ที่พวกเขาไม่มีสิทธิ์อย่างเป็นทางการในการมีส่วนร่วมตัดสินใจด้านการจัดการ ทำให้เสียเปรียบกลุ่มธุรกิจที่มีอำนาจมากกว่า

อย่างไรก็ดี การศึกษาล่าสุด ของบาซูร์โตในวารสาร NPJ Ocean Sustainability ได้เสนอทางออก โดยพบว่าการกำหนดเขตกันชนชายฝั่งที่จำกัดการประมงอุตสาหกรรม หากมีการบังคับใช้อย่างจริงจัง จะช่วยสร้างประโยชน์ทั้งด้านสุขภาพและเศรษฐกิจแก่ชาวประมงพื้นบ้าน ตามข้อมูลจากกรณีศึกษาในหลายพื้นที่ทั่วโลก


ผู้คนซื้อขายปลาสแปรตตามแนวชายฝั่งทะเลสาบแทนกันยิกา (Lake Tanganyika) ในประเทศแทนซาเนีย | ที่มาภาพ: Luis Tato/FAO

Mongabay เป็นสื่อสิ่งแวดล้อมไม่แสวงหากำไร ก่อตั้งปี 1999 รายงานข่าวสิ่งแวดล้อมและวิทยาศาสตร์ที่ผ่านการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเข้มงวด มีเครือข่ายนักข่าวมากกว่า 40 ประเทศ รายงานใน 6 ภาษา เนื้อหาเข้าถึงฟรี เหมาะสำหรับผู้สนใจข้อมูลสิ่งแวดล้อมเชิงลึก นักวิชาการ และสื่อมวลชน ทั้งนี้การรายงานข่าวของ Mongabay เคยนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงด้านนโยบายสิ่งแวดล้อมระดับนานาชาติมาแล้ว

ที่มา:
Small-scale fishers’ role in feeding the planet goes overlooked: Study (Edward Carver, 14 February 2025) 
 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising