Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

เนื่องในวันยุติการเลือกปฏิบัติสากล 1 มี.ค. คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เรียกร้องเร่งผลักดัน กม.ขจัดการเลือกปฏิบัติเป็นวาระเร่งด่วน เนื่องในวันยุติการเลือกปฏิบัติสากล ชี้กลุ่มเปราะบางในไทยยังถูกเลือกปฏิบัติต่อเนื่อง แม้รัฐธรรมนูญรับรองความเสมอภาค

1 มี.ค. 2568 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้เผยแพร่ สารจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เนื่องในวันยุติการเลือกปฏิบัติสากล 1 มี.ค. 2568 ความว่า สิทธิที่จะได้รับการคุ้มครองจากการถูกเลือกปฏิบัติ บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 27 ที่ให้การรับรองความเสมอกันของบุคคลในกฎหมาย และการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลไม่ว่าด้วยเหตุความแตกต่างในเรื่องถิ่นกำเนิด เชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ ความพิการ สภาพทางกายหรือสุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจหรือสังคม ความเชื่อทางศาสนา การศึกษาอบรม ความคิดเห็นทางการเมือง หรือเหตุอื่นใด จะกระทำมิได้ โดยหลักการไม่เลือกปฏิบัติถือเป็นองค์ประกอบพื้นฐานของการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และสิทธิมนุษยชน ซึ่งสอดคล้องตามพันธกรณีระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชนทุกฉบับที่ประเทศไทยเป็นภาคี ดังนั้น สิทธิที่จะไม่ถูกเลือกปฏิบัติจึงเป็นสิทธิมนุษยชนของทุกคน

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เห็นว่า ปัจจุบันบุคคลที่มีความแตกต่างหลากหลายในสังคม เช่น คนพิการ ผู้สูงอายุ บุคคลหลากหลายทางเพศ แรงงานอิสระ แรงงานข้ามชาติ ผู้ติดเชื้อเอชไอวี กลุ่มชาติพันธุ์ ผู้ไร้สถานะบุคคล กลุ่มพนักงานบริการทางเพศ ผู้พ้นโทษ ฯลฯ ยังเผชิญกับการเลือกปฏิบัติหลายประการ ทั้งในการเข้าทำงาน การเลื่อนตำแหน่ง การเข้าถึงการศึกษา การรักษาพยาบาลหรือสวัสดิการทางสังคมต่าง ๆ โดยปัญหาการเลือกปฏิบัติที่เกิดนี้เป็นปัจจัยหลักที่ขัดขวางการมีและเข้าถึงสิทธิมนุษยชนสำหรับคนทุกคน

แม้ปัจจุบันประเทศไทยจะมีกฎหมายที่ห้ามเลือกปฏิบัติหรือส่งเสริมความเท่าเทียมสำหรับบุคคลเฉพาะกลุ่ม เช่น พ.ร.บ. คุ้มครองเด็ก พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ร.บ. ความเท่าเทียมระหว่างเพศ และกฎหมายสมรสเท่าเทียม แต่การคุ้มครองนั้นก็ยังมีช่องว่างและไม่คุ้มครองครอบคลุมประชาชนทุกคนจากการถูกเลือกปฏิบัติ

เนื่องในวันยุติการเลือกปฏิบัติสากล (Zero Discrimination Day) 1 มีนาคม ประจำปี 2568 นี้ กสม. จึงขอสนับสนุนให้ คณะกรรมการเร่งรัดการเสนอร่างพระราชบัญญัติเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล (ครน.) เร่งพิจารณาให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติขจัดการเลือกปฏิบัติต่อบุคคล ฉบับกระทรวงยุติธรรม เป็นกฎหมายเร่งด่วนตามนโยบายของรัฐบาล และเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาเห็นชอบต่อไป ขณะเดียวกันขอให้นายกรัฐมนตรีเร่งพิจารณาลงนามรับรองร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อบุคคลฉบับประชาชนและพรรคการเมืองทุกฉบับที่เป็นกฎหมายเกี่ยวกับการเงิน เพื่อเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาตามขั้นตอน ทั้งนี้ เพื่อให้ประเทศไทยมีกฎหมายกลางว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อบุคคล ที่กำหนดหลักเกณฑ์ มาตรฐานและกลไก ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเลือกปฏิบัติอย่างรอบด้าน เป็นระบบ มีประสิทธิภาพ เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลง และมีหน่วยปฏิบัติของรัฐที่มีภารกิจหน้าที่ในการขจัดการเลือกปฏิบัติเป็นการเฉพาะ อันจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการขจัดการเลือกปฏิบัติในสังคมไทย และเป็นหลักประกันว่าบุคคลทุกคนที่มีความแตกต่างหลากหลายจะได้รับการปฏิบัติที่เสมอภาคกัน ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง