ทางการพม่าประกาศใช้กฎหมายออกใบอนุญาตให้บริษัทต่างชาติจ้าง รปภ. ติดอาวุธได้แล้ว หลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยมีข่าวเรื่องที่จีนประกาศร่วมทุนกับกองทัพพม่าเพื่อตั้งหน่วย รปภ. ติดอาวุธคุ้มครองธุรกิจตัวเอง เรื่องนี้ทำให้เกิดคำถามว่ากองทัพพม่ากำลังใช้ช่องโหว่เลี่ยงข้อห้ามในรัฐธรรมนูญที่ห้ามกองกำลังต่างชาติในประเทศอยู่หรือไม่ และกำลังเอื้อประโยชน์ให้จีนอยู่หรือไม่
2 มี.ค. 2568 สภากองทัพพม่า SAC ได้ประกาศใช้กฎหมายฉบับใหม่ที่จะอนุญาตให้บริษัทต่างชาติจ้างยามแบบติดอาวุธได้ ซึ่งเรื่องนี้สื่ออิระวดีมองว่าเป็นการเอื้อให้กลุ่มธุรกิจชาวจีนที่มีอิทธิพลในพม่าสามารถจ้าง รปภ. แบบติดอาวุธเพื่อคุ้มครองกิจการตัวเองได้ รวมถึงปกป้องโครงการที่เกี่ยวกับแนวทางริเริ่ม "หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง" จากรัฐบาลจีนด้วย
กฎหมายดังกล่าวนี้มีชื่อว่า กฎหมายบริการรักษาความปลอดภัยเอกชน Private Security Services Law ซึ่งระบุอนุญาตให้บริษัทต่างชาติสามารถยื่นขอใบอนุญาตจ้างยามติดอาวุธใช้งานในพื้นที่ประเทศพม่าได้ โดยการจะได้ใบอนุญาตนั้น ผู้ประกอบการที่ยื่นขอจะต้องมีการจ้างงานชาวพม่าอย่างน้อยร้อยละ 75
สภากองทัพพม่า SAC มาจากคณะรัฐประหารที่ยึดกุมอำนาจรัฐในปัจจุบันของพม่าเอาไว้ ซึ่งฝ่ายต่อต้านมักจะเรียกว่าเป็นกองทัพเผด็จการ
สื่ออิระวดีมองว่ากฎหมายใหม่นี้น่าจะเป็นการที่สภากองทัพฝ่ายเผด็จการ SAC พยายามเอาใจจีน เนื่องจากจีนเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่เป็นมิตรกับพวกเขา และก่อนหน้านี้จีนก็พยายามกดดันมาโดยตลอดให้กองทัพเผด็จการคุ้มครองความปลอดภัยแก่โครงการและธุรกิจของจีน รวมถึงจีนก็เคยเสนอให้มีการร่วมทุนบริษัทรักษาความปลอดภัยระหว่างจีนกับกองทัพพม่า ซึ่งกองทัพพม่าก็ตอบรับด้วยการทำ MOU ในเรื่องนี้เมื่อเดือน ธันวาคม ที่ผ่านมา
กฎหมายดังกล่าวนี้ แบ่งออกเป็น 13 หมวด ระบุถึงแง่มุมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการจัดตั้งและความรับผิดชอบของคณะกรรมการกลาง กระบวนการออกใบอนุญาต สิทธิและหน้าที่ของผู้ถือใบอนุญาต การยุติข้อขัดแย้ง ไปจนถึงการประสานงานกับหน่วยงานความมั่นคงของภาครัฐพม่า และการสร้างความร่วมมือระดับนานาชาติ
กองทัพพม่าได้จัดนั้งคณะกรรมการกลางเพื่อกำกับดูแลบริการรักษาความปลอดภัยเอกชน โดยตั้งให้รัฐมนตรีกระทรวงกิจการภายในของพม่าเป็นประธานกรรมการ และให้ อธิบดีกรมตำรวจ เป็นรองประธาน ซึ่งคณะกรรมการนี้จะทำหน้าที่ทั้งการดูแลจัดการ ประสานงานกับส่วนความมั่นคงของภาครัฐ จัดการเรื่องค่าธรรมเนียม รวมไปถึงเรื่องชุดฟอร์มกับเครื่องยศ
กฎหมายใหม่นี้ระบุอีกว่าผู้ยื่นขอใบอนุญาตใช้ยามติดอาวุธจะต้องเป็นบริษัทที่จดทะเบียนภายใต้กฎหมายของพม่า จะต้องปฏิบัติตามข้อบังคับและต้องไม่เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ นอกจากนี้แล้วจะต้องฝากเงินหลักทรัพย์ประกันเป็นมูลค่า 100 ล้านจ๊าด (ราว 1.6 ล้านบาท) ในธนาคารที่กำหนดไว้
ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา กองทัพพม่าสูญเสียการควบคุมพื้นที่จำนวนมากใกล้กับชายแดนจีนให้กับกลุ่มต่อต้าน ซึ่งพื้นที่เหล่านี้มีโครงการที่สำคัญของจีนจากแนวทางริเริ่ม "หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง" อยู่ด้วย พื้นที่ๆ มีโครงการเหล่านี้ในปัจจุบันส่วนใหญ่อยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มองค์กรติดอาวุธหรือกลุ่มปฏิวัติ มีผู้สังเกตการณ์ระบุว่า ทางการจีนได้ส่งบริษัทรักษาความปลอดภัยของตัวเองเข้าไปในพม่าเพื่อจัดการในเรื่องนี้
อิระวดีระบุอีกว่า กฎหมายใหม่นี้จะอนุญาตให้มีการตั้งบริษัทรักษาความปลอดภัยของจีนได้อย่างถูกกฎหมายทั่วพม่า ซึ่งนอกจากจะนำไปใช้รักษาความปลอดภัยให้กับองค์กร โครงการ และบริษัทของจีนแล้ว ยังใช้กับเหตุการณ์ที่มีพลเมืองชาวจีนหรือเครื่องมือของจีนมีส่วนเกี่ยวข้องได้อีกด้วย
เรื่องนี้ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาว่าการที่กองทัพพม่าซึ่งอยู่ในช่วงสูญเสียกำลังรบ ได้ประกาศใช้กฎหมายนี้เพื่อต้องการหลบเลี่ยงข้อห้ามในรัฐธรรมนูญที่มีการห้ามไม่ให้วางกำลังต่างชาติในพม่าใช่หรือไม่
อีกทั้งยังมีตัวอย่างในที่อื่นๆ ของโลก ที่แสดงให้เห็นว่า จีนมักจะจ้างบริษัทรักษาความปลอดภัยเพื่อเน้นปกป้องแต่กับโครงการและชาวจีนด้วยกันเท่านั้นโดยไม่ได้สนใจคนในท้องถิ่น ทำให้เกิดคำถามว่ากองทัพพม่าจะมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเรื่องบริษัท รปภ. มากน้อยแค่ไหนเทียบกับจีน อีกทั้งยังมีข้อกังวลเรื่องการล่วงล้ำอธิปไตยของประเทศพม่าด้วย
เรียบเรียงจาก
Junta Passes Law Allowing Chinese Security Firms to Operate in Myanmar, The Irrawaddy, 19-02-2025
https://www.irrawaddy.com/news/myanmar-china-watch/junta-passes-law-allowing-chinese-security-firms-to-operate-in-myanmar.html
Private Security Service Law enacted: foreign license holders required to employ at least 75% Myanmar nationals, Eleven Myanmar, 19-02-2025
https://elevenmyanmar.com/news/private-security-service-law-enacted-foreign-license-holders-required-to-employ-at-least-75