Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

หลายฝ่ายมั่นใจ ‘ซีรีส์หญิงรักหญิง’ พลิกโอกาสเศรษฐกิจ-สังคม ย้ำเม็ดเงินลงทุนทำสื่อสำคัญมาก ใช้แรงคนทำงานอย่างเดียวคงไม่พอ ร่วมเปิดมุมจาก 4 แมวมอง อย่าง เอ๊ะ เกียรติญา, กอล์ฟ ธัญญ์วาริน, ฮิม สกล และ Ma-Bung นามปากกานักเขียนนิยายชื่อดัง

คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดเสวนา ‘GL Power เมื่อพลังหญิงรักหญิงสร้างเรื่อง’ เมื่อวันที่ 17 มี.ค. ที่ผ่านมา ชวนพูดคุยถึงกระแสคอนเทนต์ Girls’ Love ทำอย่างไรให้ดัง และ การไปต่อของซีรีส์ไทย ‘หญิงรักหญิง’ โดยมีผู้ร่วมอภิปรายได้แก่

  • เอ๊ะ เกียรติญา สายสนั่น อดีตนักแสดง อาจารย์ประจำคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มธ.
  • กอล์ฟ ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ ผู้กำกับซีรีส์ และ อดีต ส.ส.พรรคก้าวไกล
  • นักเขียนนิยาย Girl's Love / Yuri ชื่อดัง นรมน กัลยาณมิตร นามปากกาว่า Ma-Bung

ดำเนินรายการโดย สกล โสภิตอาชาศักดิ์ อาจารย์ประจำคณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ มธ. (LSEd)

Girls’ Love หรือ GL คือ หนังหรือซีรีส์เกี่ยวกับความรักระหว่างผู้หญิงกับผู้หญิง  เช่นเดียวกันกับ Boys’ Love หนังรักระหว่างชายกับชาย 


เกียรติญากล่าวว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซีรีส์ GL หรือยูริได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในกลุ่มผู้ชมที่สนใจเรื่องราวระหว่างความรักผู้หญิง โดยติดอันดับ Top 10 ประเด็นออนไลน์ ที่ได้รับความสนใจมากที่สุด ในช่วงกลางปี 2567 ผู้ผลิตต่างหันมาจับตลาดนี้ โดยมีการผลิตซีรีส์ยูริหลายเรื่อง เช่น ‘Club Friday The Series: Love Bully รักให้ร้าย’ และ ‘ใจซ่อนรัก’ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิของ LGBTQ+ ในสังคมปัจจุบัน โดยเฉพาะเมื่อซีรีส์แนวนี้สามารถนำเสนอเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับความรักและการยอมรับในรูปแบบที่ไม่ล้อเลียนทางเพศสภาพและไม่ตึงเครียด แต่แฝงไปด้วยสาระความรู้ที่ช่วยให้ผู้ชมเข้าใจมุมมองที่หลากหลายของความรักในทุกรูปแบบ

 

 

กระแส Girls’ Love ทำอย่างไรให้ดังกว่านี้

ถ้าพูดถึงวงการซีรีส์และภาพยนตร์ ธัญญ์วารินยืนยันว่า ความสามารถของนักแสดงต้องมาก่อน ถึงแม้จะถูกมองเป็น ‘การขายจิ้น’ แต่การแสดงที่เข้าถึงบทบาทสำคัญที่สุด ทั้งยังได้ยกตัวอย่างหนังเรื่อง ‘It Gets Better:ไม่ได้ขอให้มารัก’ ซึ่งตนเป็นผู้กำกับเองว่า ตอนนั้นหนังถูกผู้ชมตั้งคำถามว่า ทำไมถึงเอา ‘ต่าย เพ็ญพักตร์’ มาแสดงในบทบาทกะเทย ซึ่งไม่เหมาะสม แต่ในมุมผู้กำกับการแสดงมองว่า ต่าย คือนักแสดงที่มีความเชี่ยวชาญ สามารถแสดงบทกะเทยได้เป็นอย่างดี และเห็นว่าตอนนั้นถ้าใช้นักแสดง LGBTQ+ จริง ก็อาจจะเแสดงไม่ได้ดีเท่าต่ายก็ได้

“เพราะตัวเราเองรู้ว่าเราเป็นกะเทย มันจะมีเลเยอร์เยอะมาก แล้วเราเป็นผู้กำกับ เราสอนการแสดง เพราะฉะนั้นเลเยอร์ของกะเทยบางทีมันเยอะ แต่พอเป็นผู้หญิงมาเล่น เขาไม่มีเลเยอร์เหล่านั้น แล้วพี่ต่ายเป็นโปรเฟสชั่นนอล เขาพร้อมเป็นคาแรคเตอร์นั้นแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ โดยที่ไม่มีเลเยอร์ความเป็นกะเทย” ธัญญ์วาริน ยกตัวอย่าง

ทั้ง 4 คนมีความเห็นไปในทางเดียวกันว่า การเปิดเผยตัวตนของนักแสดงและการคอลเอาท์ในประเด็นต่างๆ อย่างเรื่องสมรสเท่าเทียม หรือความเท่าเทียมทางเพศ ย่อมเป็นสิทธิส่วนบุคคล การออกมาคอลเอาท์เกี่ยวกับความหลากหลายทางเพศ คำพูดควรออกมาจากเบื้องลึกของจิตใจคนพูดจริงๆ

ไทยนำเทรนด์เศรษฐกิจ ซีรีส์รักเพศเดียวกัน

นรมน กัลยาณมิตร นามปากกา Ma-Bung มองว่า ส่วนหนึ่งที่ประเทศไทยทำหนังรักแนวนี้เยอะขึ้นเป็นเพราะนายทุนกล้าทำด้วยฐานผู้ชมที่มีมากพอ ประเทศไทยมีการยอมรับใน lgbtq+ ค่อนข้างสูงกว่าอีกหลายๆ ประเทศ

“การที่มีสื่อตรงนี้ มันช่วยย้ำว่า เออ ลูกเขาก็เป็นปกติเหมือนคนทั่วไป แล้วมีคนที่เป็นแบบนี้ได้อีกเยอะแยะมากมายเลย” นรมนเล่าเหตุการณ์จากมุมมองฝั่งพ่อแม่ตนเองจากการดูฉากแต่งงานในซีรีส์เรื่องใจซ่อนรัก

นรมน กัลยาณมิตร

เกียรติญา สายสนั่น

ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์

สกล โสภิตอาชาศักดิ์

เงินทุนมีน้อย กระแสพุ่งได้ด้วยแรงคนทำงานอย่างเดียว

นรมนเล่าต่อว่า ตอนนี้กระแสซีรีส์ไทยรักเพศเดียวกันได้รับความนิยมจากต่างชาติอย่างมาก ทั้งคอมมูนิตี้ มีฐานแฟนคลับจากชาวต่างชาติ ทั้งจีน เกาหลี ไต้หวัน ฟิลิปปินส์และเวียดนาม เป็นส่วนใหญ่ ทุกประเทศไทยนี้มีการจัดแฟนมีตศิลปิน ดารา BL-GL ไทย

ทีนี้จะทำอย่างไรให้ซีรีส์แนวนี้กลายเป็น ‘ซอฟต์ เพาวเวอร์’ ดึงเม็ดเงินเข้าประเทศไทย

เอ๊ะ เกียรติญา กล่าวว่า วงการบันเทิงไทยถูกคาดหวังเยอะมาก มีการเปรียบเทียบกับต่างประเทศเยอะ ในขณะที่ต้นทุนเม็ดเงินในการผลิตกลับมีน้อย

“ถ้าอยากให้สนับสนุนก็คือตรงนี้แหละ เพราะมันเห็นแล้วว่ามันมีมูลค่า ถ้าเปรียบเทียบได้ก็คือ โอกาสทั้งในเรื่องกฎหมาย เม็ดเงินหรืออะไรอย่างนี้ เพราะว่ามันชัดเจนว่ามันสามารถไปได้ไกล แล้วมันไม่ได้มีอิทธิพลแค่ในวงการบันเทิง มันทุกวงการ ถ้ามันรันไปแล้ว มันไปใหญ่ไปโต” เอ๊ะ เกียรติญา กล่าว

มุมผู้กำกับอย่างกอล์ฟ ธัญญ์วาริน มองว่า สิ่งที่สำคัญคือ รัฐบาลต้องมีการส่งเสริมและสนับสนุนเม็ดเงินมาลงทุนมากขึ้น และสำคัญกว่านั้นคือรัฐบาลต้องหาตลาดให้มากขึ้นและกว้างขึ้น สร้างมูลค่าผลงานให้มีคุณภาพยิ่งขึ้นด้วย

ธัญญ์วารินระบุ่วา หากพูดถึงเม็ดเงินลงทุนในการทำหนังและซีรีส์ ตอนนี้ประเทศไทยมีน้อยมาก เพียง 200 ล้านบาท แบ่งกันไปทั้งส่วนภาพยนตร์ ซีรีส์ ซีรีส์วาย สื่อบันเทิง ฟิล์มเฟสติวัล ก็หมดแล้ว เมื่อ 10 กว่าปีก่อน ขณะที่เขากำลังทำซีรีส์ประกวดและถ่ายทำที่ประเทศเกาหลีใต้ ได้รู้จักกับทีมงานเกาหลีใต้คนหนึ่ง ปัจจุบันเขาเป็นผู้กำกับภาพ (Director of Photography) ชื่อดังของเกาหลีใต้ไปแล้ว แลกเปลี่ยนกันถึงการทำงานในวงการสื่อ ทำให้ทราบว่าเกาหลีใต้มีเม็ดเงินลงทุนมากกว่าไทยมาก ใช้เวลาถ่ายทำในซีรีส์แต่ละตอนถึง 40 คิว ในขณะที่ซีรีส์ไทยนั้น 1 ตอนใช้เพียงไม่กี่คิว ถ้าถึง 40 คิวก็คือเสร็จเกือบจะได้ซีรีส์ทั้งเรื่องแล้ว

ในมุมนักเขียน นรมนเล่าว่า นิยายมีต้นทุนค่าความคิดแรกเริ่ม ซีรีส์ GL ส่วนใหญ่ปรับบทมาจากนิยาย แต่พอนำมาทำเป็นซีรีส์ 1 เรื่อง กลายเป็นว่าต้องปรับบท เพราะเม็ดเงินในการลงทุนมีไม่พอ ก็กลายเป็นข้อจำกัดไป

เม็ดเงินลงทุนไม่พอ ไทยคงไม่สามารถเป็นที่หนึ่งได้ตลอด

ธัญญ์วาริน เล่าว่า ถ้าเทียบกับเกาหลีใต้ แค่วิธีคิด เป้าหมาย การตลาดก็ต่างกันแล้ว ในขณะที่ประเทศเล็งไว้เพียงตลาดภายในประเทศ แต่ของเกาหลีใต้เขาคิดว่าจะต้องเป็น global marketing ทั่วโลกต้องซื้อซีรีส์จากเกาหลีใต้ เพราะเกาหลีใต้คือ premium drama 

ส่วนตลาด GL ประเทศไทยนั้นนรมนเล่าว่า ก็ยังมีความเฉพาะกลุ่ม ส่วนใหญ่ก็จะเป็นกลุ่มผู้หญิงเกือบ 80% เพราะเขารู้สึกว่าสื่อเหล่านี้เป็นตัวแทนเขาและความรักของเขาได้

 

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง