'คนเสื้อแดง-แกนนำ นปช.' ร่วมงานรำลึก 15 ปี สลายการชุมนุมคนเสื้อแดง 10 เมษา 53 'ก่อแก้ว' ให้คำมั่น ผลักดันแก้กฎหมาย ป.ป.ช. เต็มที่ เปิดทางนำผู้สั่งการขึ้นศาล คาดเข้ารัฐสภาสมัยหน้า 'ณัฐวุฒิ' ย้ำแม้ความเห็นต่างกัน แต่คำว่าเพื่อนยังอยู่ ขณะที่ 'ทักษิณ' ร่วมส่งพวงหรีดคารวะวีรชน
11 เม.ย. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานวานนี้ (10 เม.ย. 68) ตั้งแต่เวลา 16.30 น. ที่หน้า รร.สตรีวิทยา อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย กลุ่มคนเสื้อแดง และญาติวีรชน ปี 53 นำโดย ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี และอดีตแกนนำ นปช., ก่อแก้ว พิกุลทอง สส. เพื่อไทย, ขัตติยา สวัสดิผล สส. เพื่อไทย, อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส. เพื่อไทย, จิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, ชญาภา สินธุไพร สส.เพื่อไทย, นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์, จักรภพ เพ็ญแข, วีระกานต์ มุสิกพงศ์, พายัพ ปั้นเกตุ, วิภูแถลง พัฒนภูมิไท, สงคราม กิจเลิศไพโรจน์, พิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ และวรชัย เหมะ จัดกิจกรรมรำลึก 15 ปี 10 เมษายน 2553 “ให้ความเป็นเพื่อน เตือนใจกัน“ โดยมีประชาชนสวมเสื้อสีแดงร่วมงานกันอย่างคับคั่ง
คลิกลูกศรซ้าย-ขวา เพื่อเลื่อนภาพ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (10 เม.ย.) เวลา 16.30 น. ทางกลุ่มได้นิมนต์พระสงฆ์ทำบุญอุทิศส่วนกุศล ถวายสังฆทาน ให้กับวีรชนที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์การสลายการชุมนุมปี 53 และได้เริ่มวางพวงหรีดรำลึก ซึ่งทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ส่งพวงหรีดมาคารวะด้วย
ต่อมาเป็นการปราศรัยจากอดีตแกนนำ นปช. ซึ่งจักรภพ เพ็ญแข กล่าวปราศรัยเป็นคนแรกว่า ตนเองร่อนเร่พเนจร 15 ปี วันนี้ตนรู้สึกตื้นตันใจ จึงอยากขอบคุณประชาชนทุกคนที่อนุญาตให้ตนเอง และคู่สมรสมาร่วมรำลึกเป็นครั้งแรกในชีวิตของตน คำว่าจิตวิญญาณเสื้อแดงที่เราเป็น แม้ไม่เจอ 15 ปี แต่เหมือนไม่เจอกันเมื่อวานนี้ ความใกล้ชิด ความผูกพัน ความเข้าใจในสถานการณ์บ้านเมือง เราสนิทกันยิ่งกว่าพี่น้องที่คลานตามกันมา เรามีความผูกพันและรักกันยิ่งกว่ามิตรที่คบกันมาเป็นหลาย 10 ปี เพราะเราได้ผ่านความเป็นความตายมาด้วยกัน แม้ส่วนผมเองจะไม่ได้เสียสละเหมือนแกนนำที่นี่หรือพี่น้องประชาชนหลายคน ซึ่งตนลี้ภัยไปต่างประเทศไม่ได้มีความอันตรายต่อร่างกาย แต่ในจิตใจผมอยู่ที่นี่ ไม่เคยไปอยู่ประเทศนั้น
สิ่งที่เสื้อแดงได้ทำไว้เมื่อ 10 กว่าปีก่อนหน้า ไม่ได้เสียหลาย เราเสียพี่น้องเราไปทั้งชีวิต บางคนพิการ รวมถึงได้รับผลกระทบทางใจ ซึ่งเราตระหนักสิ่งนี้อยู่ในใจ ตนยืนยันว่า ความเป็นเสื้อแดงฝังอยู่ในใจเป็นดีเอ็นเอที่อยู่ในตัว ส่วนการเรียนรู้จากประสบการณ์เป็นธรรมชาติที่เราจะต้องเป็นต่อไป เราหยุดนิ่งไม่ได้
จักรภพ กล่าวอีกว่า วันนี้ตนเองเห็นแกนนำ นปช. ทั้งชุดหนึ่ง ชุดสอง ที่มารวมกัน นั่นคือวิวัฒนาการของเรา แน่นอนว่าเราผ่านร้อน ผ่านหนาว ผ่านทุกข์ ผ่านความเสียหาย แต่ความเสียหายนั้นทำให้กลายเป็นบทเรียนและเป็นภูมิปัญญา ในวันนี้ประเทศไทยได้ตระหนักจนไม่รู้จะคิดอย่างไรแล้ว ยกเว้นคนที่ปกป้องผลประโยชน์ของตัวเอง ว่าพี่น้องประชาชนกลุ่มแรกที่ลุกขึ้นมาต่อสู้คือพี่น้องเสื้อแดง สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้เกิดขึ้นเพื่อไว้อาลัยผู้ที่เสียไปทางกาย และมาแสดงความยินดีกับความสำเร็จทางใจ เพราะอุดมการณ์ของเรานั้น ยังดำเนินต่อไป รัฐบาลจะดำเนินทุกนโยบายที่เป็นของคนเสื้อแดงในอดีต ซึ่งเราต่อสู้ให้คนเป็นคน ให้เท่าเทียมกัน ไม่ต้องมากกว่าใคร แต่ต้องไม่น้อยกว่าใคร ความเท่าเทียมตรงนี้ไม่ได้มาด้วยปากพูด มันต้องมาด้วยนโยบาย เหมือนตอนที่พรรคไทยรักไทยเข้ามาทำนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค ที่ตนพูดเช่นนี้ไม่ได้หมายความว่าจะให้การเมือง แต่การต่อสู้ทางการเมืองจะเกิดผลต่อพี่น้องประชาชนได้ต้องผ่านพรรคการเมือง
"ผมขอบคุณที่มีวันนี้ ขอบพระคุณที่มีวันนั้น ขอบพระคุณที่มีทุกๆ วันที่เราได้ร่วมคิด ร่วมรู้สึก ที่เราได้ร่วมประเมินผล ได้ร่วมคำนวณในใจว่า เราจะต้องต่อสู้อย่างไร ในวันนั้นเสื้อแดงเราคิดแต่ว่าสู้กับอะไร และทำไม แต่วันนี้เราพัฒนาตัวเองขึ้น เราต้องรู้ว่าจะต้องต่อสู้อย่างไร การต่อสู้อย่างไรคือมรดกสำคัญที่สุดซึ่งขบวนการเสื้อแดงพี่น้องประชาชนทุกคนนี่แหละที่ให้ภูมิปัญญาและให้ความคิดความเห็นและให้กำลังใจให้ความอบอุ่นให้ความเมตตากรุณาและมันมารวมกันกลายเป็นผลผลิตรวมของคุณภาพประชาชนแห่งใหม่ ที่ไม่ได้ตื่นตัว หรือตาสว่างเท่า" จักรภพ กล่าว
จักรภพ กล่าวทิ้งท้ายว่า วันนี้ตนเองกลับมาแล้ว เวลาที่เสียไป จะไม่เอามาคิด แต่กลั่นเป็นประสบการณ์ และใช้เวลาที่เหลือทุกนาทีจากนี้ไป ทำประโยชน์ให้ประชาชน ย้ำว่า การเมืองไม่ใช่เกม แต่คือชีวิตของมนุษย์
ด้านก่อแก้ว กล่าวว่า เราทวงคืนความยุติธรรมมา 15 ปี แล้ว เราพยายามให้เอาผู้สั่งการขึ้นศาลให้จงได้ในสมัยนายกยิ่งลักษณ์ เป็นนายกรัฐมนตรี เรานำคดีนี้ขึ้นสู่ศาล ซึ่งศาลชั้นต้นพิพากษาว่าต้องให้ประธาน ป.ป.ช. เป็นผู้เสนอ ซึ่งวันนี้เราเองได้เสนอกฎหมายแก้ พ.ร.ป. ป.ป.ช. โดยเสียงสนับสนุน สส.พรรคเพื่อไทย 100 คนได้ร่วมเสนอร่างกฎหมายนี้ ให้ญาติสามารถฟ้องศาลตรงกับผู้สั่งการเอาผิดได้เอง โดยร่างกฎหมายนี้จะเข้าที่ประชุมสภาฯ ในสมัยหน้า
'ณัฐวุฒิ' ขอรักษาความเป็น 'เพื่อน' แม้ความเห็นต่างกัน
ต่อมา ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ กล่าวปราศรัยบนเวทีหน้าร้านแมคฯ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถึงการจัดงานรำลึกคนเสื้อแดงปีนี้ (2568) ว่า หากวันนี้มันจะมีความแตกต่างทางความคิด แนวทางทางการเมือง มันเป็นเรื่องปกติที่มันเกิดได้ ในวิถีของขบวนการทางการเมืองของประชาชนที่ต่อสู้ทั่วประเทศ ไม่มีขบวนการไหนที่ดำรงอยู่เป็นนิรันดร์ในสภาพที่เข้มแข็งเช่นเดิม เพราะว่าการเมืองเป็นพลวัตร มีความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทุกคนมีความเปลี่ยนแปลงทางความคิด แต่สำคัญก็คือว่า ณ เวลาที่แตกต่างกันตรงนั้น เราจะกำหนดวิธีคิดอย่างไร ผมไม่อาจชี้นำ แต่ผมคิดว่าเมื่อเราเคยร่วมเป็นร่วมตายกันมาก่อน ดังนั้น ใครจะคิดเห็นยังไง แต่เมื่อเป็นวาระรำลึกคนเสื้อแดง ภาพที่ผมเห็นคนเพื่อนที่บาดเจ็บล้มตาย และต่อสู้ร่วมกันมา และส่วนตัวผมยืนยันว่า ผมเอาคำว่า 'เพื่อน' เตือนใจตัวเองตลอดเวลา และภารกิจในการขับเคลื่อนสังคมนี้ มุ่งหน้าไปสู่วิถีประชาธิปไตยอย่างที่ต้องการ ยังคงต้องการคำว่า 'เพื่อน' ตลอดเวลา และเขาขอเป็นคนหนึ่งที่ขอรักษาคำว่า 'เพื่อน' เอาไว้
"เรื่องหนึ่งที่ควรจะเห็นตรงกัน คือวันนี้เป็นวันของพี่น้องเรา วันนี้เป็นวันของวีรชนคนเสื้อแดง วันนี้คือวันแห่งการต่อสู้ที่เราเคยกอดคอต่อสู้กันมา และไม่ว่าเวลานี้ใครจะคิดแบบไหน ใครจะมีความเชื่อทางการเมืองยังไง แต่ 15 ปีที่แล้วบนถนนเส้นนี้เราต่างเป็นเพื่อนตายของกันและกัน" ณัฐวุฒิ กล่าว
ณัฐวุฒิ กล่าวว่า เรื่องการไต่สวนสาเหตุการตายจะมีความคืบหน้าหลังสงกรานต์ และเรื่องแก้ไข พ.ร.ป. ป.ป.ช. คาดว่าจะเข้าที่ประชุมรัฐสภาสมัยหน้า และเขายืนยันว่าการติดตามเรื่องนี้ถ้าไม่ได้ความร่วมมือจากกลไกรัฐเรื่องยากจะโคตรยาก เราคาดหวังว่าเมื่อเกิดรัฐบาลที่เราคุยกันรู้เรื่องเข้าใจได้ น่าจะมีความเคลื่อนไหวอย่างมีนัยยะสำคัญ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ พร้อมกันนี้ ณัฐวุฒิ ยังได้ยกตัวอย่างในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่มีการออกมติ ครม.เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการสลายการชุมนุมเมื่อปี 2553 ว่า คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่า นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ทำเรื่องเยียวยาเพียงอย่างเดียว แต่จริงๆ แล้วสมัยยิ่งลักษณ์ เป็นครั้งแรกที่สามารถนำผู้สั่งการขึ้นศาลยุติธรรมได้ด้วย เพียงแต่ว่าศาลพิเคราะห์ว่าต้องให้ ป.ป.ช.เป็นคนร้อง ซึ่งเป็นสาเหตุให้มีการพยายามแก้ พ.ร.ป. ป.ป.ช. เพื่อให้ญาติสามารถฟ้องศาลยุติธรรมได้โดยตรง และเรื่องนี้เองที่ทำให้ณัฐวุฒิ มองว่า หากเรามีรัฐบาลที่คุยกันได้ การทวงความยุติธรรมจะมีความคืบหน้ามากขึ้น
ณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า อีกภารกิจหนึ่งคือ พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เขามองว่าสภาฯ ชุดนี้ควรมีภารกิจในการผลักดัน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ให้ปรากฏอย่างเป็นรูปธรรมให้ได้
ท้ายสุด ณัฐวุฒิ กล่าวย้ำว่า ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือเห็นต่าง แต่อย่างน้อยที่สุด เรายังคงเชื่อมั่นว่าการต่อสู้ของคนเสื้อแดงเมื่อปี 2553 หรือเมื่อ 15 ปีที่แล้ว เป็นสิ่งที่ถูกต้อง ไม่ใช่การก่อการร้ายหรือทำลายประเทศ ไม่ใช่การเผาบ้านเผาเมืองตามที่เขากล่าวหา แต่เป็นการเรียกร้องให้ยุบสภาโดยสันติ และเป็นสิทธิพื้นฐานตามหลักประชาธิปไตย รัฐบาลที่อ้างว่ามาจากประชาธิปไตย ควรตอบสนองประชาชนด้วยการยุบสภาฯ ไม่ใช่เอากระสุนจริงยิงใส่ประชาชน หรือประกาศเขตกระสุนจริงทั่วกรุงเทพฯ
ในช่วงท้ายของพิธีมีการจุดเทียน และร้องเพลงนักสู้ธุลีดิน เพื่อรำลึกผู้สูญเสียจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อ เม.ย. 2553

