ศาลยัน ‘ครูทิว’ การโพสต์ตารางหัวข้อการสอนตามชื่อหนังสือ “ขุนศึก ศักดินา และพญาอินทรี” ไม่เข้าข่ายละเมิดสถาบันไม่เป็นภัยความมั่นคง อีกทั้งการเข้าร่วมชุมนุมทางการเมืองและแสดงความเห็นเรื่องกฎหมายเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ ลงโทษจำคุกและปรับคนกล่าวหาและให้จ่ายค่าเสียหายอีก 1 แสน
29 เม.ย.2568 ที่ศาลอาญาจังหวัดพระโขนง มีนัดฟังคำพิพากษาคดีที่ ว่าที่เรือตรีธนวรรธน์ สุวรรณปาล หรือ ครูทิว กลุ่มครูขอสอน และเป็นครูวิชาสังคมศึกษาโรงเรียนรัฐแห่งหนึ่งเป็นโจทก์ฟ้องดำเนินคดีต่อมณฑาณี ตันติสุข เป็นจำเลยในฐานความผิดหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา โดยธนวรรธน์มีเพื่อนครูและอดีตลูกศิษย์เดินทางมาร่วมฟังคำพิพากษาและให้กำลังใจ
คดีนี้สืบเนื่องจากหลังจากธนวรรธน์โพสต์ตารางการเรียนการสอนในวิชาประวัติศาสตร์ร่วมสมัยที่มีหัวข้อเหมือนชื่อหนังสือทางวิชาการบางเล่ม เช่น ปากไก่และใบเรือ ของนิธิ เอียวศรีวงศ์ ขุนศึก ศักดินา และพญาอินทรี ของณัฐพล ใจจริง และ 6 ตุลา ลืมไม่ได้จำไม่ลง เป็นต้น ทำให้หลังจากนั้นเขาถูกผู้คนในสื่อสังคมออนไลน์บางคนนำโพสต์ดังกล่าวของเขาไปเผยแพร่ต่อพร้อมกับกล่าวหาว่าธนวรรธน์มีความคิดละเมิดสถาบันและเป็นภัยต่อความมั่นคงแห่งรัฐ และต่อมาข้อความกล่าวหาเหล่านี้ยังถูกนำไปเผยแพร่ต่อโดยสำนักข่าวต่างๆ ทำให้ธนวรรธน์ตัดสินใจดำเนินการฟ้องร้องดำเนินคดีด้วยตนเองต่อศาลในเดือนกุมภาพันธ์ 2568 หลังจากเขาต้องเผชิญกับการถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนจากทางเขตพื้นที่การศึกษา 2 ครั้งในช่วงปลายปี 2567
ทั้งนี้ศาลลงบัลลังก์และเริ่มอ่านคำพิพากษาในคดีของธนวรรธน์ในเวลาประมาณ 10.00 น. โดยศาลพิพากษาลงโทษให้จำคุกมณฑาณี 1 ปีปรับเงิน 90,000 บาท แต่จำเลยให้การเป็นประโยชน์ลดโทษ 1 ใน 3 เหลือจำคุก 8 เดือนปรับ 60,000 บาทโทษจำคุกให้รอลงอาญาเนื่องจากจำเลยไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน
นอกจากนั้นศาลยังสั่งให้มณฑาณีจ่ายค่าเสียหายให้กับธนวรรธน์ด้วยเนื่องจากการโพสต์ของจำเลยนั้นสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงของธนวรรธน์ที่เป็นข้าราชการครูซึ่งต้องอาศัยความน่าเชื่อถืออีกทั้งเป็นผู้มีชื่อเสียงในแวดวงการศึกษาได้ร่วมกิจกรรมต่างๆ ในต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาเป็นผู้มีชื่อเสียงดีการถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ล้มล้างสถาบันย่อมสร้างความเสียหายให้แก่เขา จึงให้มณฑาณีจ่ายค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์เป็นเงิน 100,000 บาท และให้จ่ายดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปีนับตั้งแต่ 1 ธ.ค.2567จนกว่าจะชำระหมด
อย่างไรก็ตาม ศาลระบุว่าไม่สามารถกำหนดให้มณฑาณีติดต่อบริษัทของสำนักข่าวท๊อปนิวส์ซึ่งรายงานข่าวโพสต์ของจำเลยลบข่าวได้เนื่องจากเป็นการให้บังคับกับบุคคลที่ไม่ใช่คู่ความในคดีและตามกฎหมายศาลไม่สามารถกำหนดให้จำเลยลงโพสต์ข้อความขอโทษธนวรรธน์และให้ทางสำนักข่าวลงคำขอโทษได้
ทั้งนี้ประเด็นในคำพิพากษา ศาลได้พิจารณาพฤติการณ์ที่ผ่านมาของธนวรรธน์ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นการกระทำที่เข้าข่ายละเมิดสถาบันกษัตริย์ เช่น การโพสต์ในโซเชียลมีเดียว่ามีแนวคิดจะนำหนังสือเช่น ขุนศึก ศักดินาและพญาอินทรี ไปสอนในห้องเรียน การโพสต์ในสื่อสังคมออนไลน์ว่าสนับสนุนการยกเลิกมาตรา 112 หรือ เคยเข้าร่วมการชุมนุมทางการเมืองกับคณะราษฎรนั้น ศาลเห็นว่าประเด็นนี้ไม่เพียงพอจะบอกได้ว่าเข้าข่ายเป็นการละเมิดสถาบันหรือเป็นภัยความมั่นคงเพราะต้องพิจารณาตามองค์ประกอบทางกฎหมายอย่างชัดเจนว่าเป็นการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 หรือ มาตรา 113 หรือมาตรา 116 หรือไม่ หรือการเสนอการแก้ไขกฎหมายไปจนถึงการชุมนุมทางการเมืองที่เป็นไปโดยสงบปราศจากอาวุธก็ได้รับการรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญ
ศาลจึงเห็นว่าคำกล่าวหาของฝ่ายจำเลยที่มีต่อธนวรรธณ์แล้วโพสต์ลงไปบนเฟซบุ๊กนั้นถือเป็นการหมิ่นประมาทและสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงของธนวรรธน์
ธนวรรธน์ให้สัมภาษณ์หลังศาลอ่านคำพิพากษาถึงเหตุผลที่เขาเลือกที่จะฟ้องดำเนินคดีต่อจำเลยในคดีนี้ว่า สำหรับเขาเองที่ผ่านมาสนับสนุนเสรีภาพการแสดงออกมาโดยตลอด อย่างไรก็ตาม ด้วยข้อกล่าวหาว่าเป็นผู้มีความคิดละเมิดสถาบันและเป็นภัยความมั่นคงที่มีต่อเขาในสื่อสังคมออนไลน์เพียงแค่เขาโพสต์ข้อความที่เป็นเพียงแนวคิดหัวข้อการสอนในรายวิชาประวัติศาสตร์ได้ก่อความเสียหายต่อชื่อเสียงของเขาทั้งถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวน ถูกยกเลิกงานที่มีการจ้างงานกันไปแล้ว ไปจนถึงถูกครูที่เป็นที่เคารพรักเกลียด เขาเห็นว่าข้อกล่าวหาอย่างรุนแรงเช่นนี้สร้างความกลัวต่อคนร่วมอาชีพ
อีกทั้ง ธนวรรธน์ยังกล่าวด้วยว่าเขาเพียงแค่ต้องการรับคำขอโทษจากผู้ที่กล่าวหาเขาเท่านั้นและก่อนหน้านี้ก็เคยมีการไกล่เกลี่ยกับจำเลยคนอื่นๆ ไปแล้วบางคนก็ยินยอมที่จะขอโทษและทำความเข้าใจกันได้ เขาก็ไม่ได้ดำเนินคดีต่อและยอมความกันได้ แต่ที่คดีนี้มีการสืบพยานกันมาจนถึงวันนี้เนื่องจากทางฝ่ายจำเลยประสงค์ยืนยันจะต่อสู้คดี
