ช่วงค่ำวันที่ 13 พ.ค. 2553 เวลาประมาณ 19:20 น. ระหว่างการชุมนุมทางการเมืองของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือ ‘เสื้อแดง’ บริเวณแยกศาลาแดง กรุงเทพฯ ได้เกิดเสียงคล้ายปืนยิงเข้าใส่กลุ่มผู้ชุมนุม ก่อนทราบในเวลาต่อมาว่า เสธ.แดง-พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ถูกลอบสังหารด้วยอาวุธปืน ขณะให้สัมภาษณ์กับ โธมัส ฟุลเลอร์ (Thomas Fuller) ผู้สื่อข่าวอินเตอร์เนชั่นแนล เฮอราด ทริบูน (International Herald Tribune: IHT)
พล.ต.ขัตติยะ เป็นที่รู้จักในบทบาทผู้ดูแลรักษาความปลอดภัยของการชุมนุม นปช. โดยเขามักเดินตรวจความเรียบร้อยเพื่อป้องกันการบุกยึดพื้นที่การชุมนุมจากรัฐบาล พร้อมเครื่องแต่งกายที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว คือ ‘ชุดทหารลายพราง’ ซึ่งเป็นชุดเดียวกับที่เขาเคยใส่ต่อสู้กับคอมมิวนิสต์ เมื่อสมัยเข้ารับราชการแรก ๆ
‘กองทัพประชาชน (People's army)’ คือ คำเรียกกลุ่มการ์ด นปช. ที่เขาให้สัมภาษณ์ไว้ในวันที่เขาเสียชีวิต โดย พล.ต.ขัตติยะ เป็นที่เคารพนับถือในหมู่การ์ด นปช. บางส่วน เนื่องจากเขาเป็นนายทหารชั้นผู้ใหญ่ที่เลือกยืนหยัดและปกป้องประชาชน พร้อมสอนและจัดตั้งกลุ่ม ‘นักรบพระเจ้าตาก’ เพื่อให้ทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยในการชุมนุม ตั้งแต่ก่อนเหตุการณ์ ‘สงกรานต์เลือด’ ในเดือนเมษายน 2552
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าว IHT รายงานถึงช่วงเวลาสุดท้ายของ พล.ต.ขัตติยะ ว่าขณะนั้นเขากำลังตอบคำถามในประเด็น ‘ทหารไทยจะสามารถเจาะทะลวงเข้ามาในพื้นที่ชุมนุมได้หรือไม่’ โดย พล.ต.ขัตติยะ ได้ตอบเป็นภาษาไทยและเป็นคำพูดสุดท้ายของเขาก่อนถูกยิงคือ "ทหารเข้ามาในนี้ไม่ได้หรอก"
หลังเกิดเหตุ พล.ต.ขัตติยะ ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลหัวเฉียวและโรงพยาบาลวชิรพยาบาลตามลำดับ โดยแพทย์ให้การรักษาเต็มที่ตลอดระยะเวลา 4 วัน กระทั่งเขาเสียชีวิตด้วยอาการสมองบวมและภาวะไตวายเฉียบพลัน เมื่อวันที่ 17 พ.ค. 2553 เวลา 09:20 น.
ก่อนเกิดเหตุลอบสังหาร พอ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด ผู้ปฏิบัติการโฆษกศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ซึ่งมี สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคงขณะนั้น เป็นผู้อำนวยการ แถลงว่าจะเริ่มใช้มาตรการปิดล้อมพื้นที่ โดย ศอฉ. มั่นใจว่ามีกลุ่มผู้ก่อการร้ายอยู่ในที่ชุมนุมและมีอาวุธร้ายแรง หากเกิดเหตุปะทะกับเจ้าหน้าที่ก็จำเป็นต้องใช้อาวุธกระสุนจริงยิงสกัดใน 3 กรณี คือ ยิงขึ้นฟ้าเพื่อข่มขวัญ ยิงป้องกันชีวิต และยิงไปยังบุคคลที่มีอาวุธในมือ ซึ่งการประกาศนี้เกิดขึ้นก่อน พล.ต.ขัตติยะ จะถูกลอบสังหารเพียง 7 ชั่วโมงเศษ
มีข้อสังเกตจากผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายว่า การเสียชีวิตของ พล.ต.ขัตติยะ อาจเป็นส่วนหนึ่งของแผนปฏิบัติการปิดล้อมและกระชับพื้นที่ชุมนุม เนื่องจาก พล.ต.ขัตติยะ เป็นนายทหารชั้น
ผู้ใหญ่ซึ่งยังอยู่ในประจำการ เขาออกมาต่อต้านรัฐบาลและผู้บังคับบัญชาในกองทัพอย่างเปิดเผย แต่ไม่มีกฎหมายที่ให้อำนาจกองทัพใช้มาตรการลงโทษทางวินัยแก่นายทหารระดับนายพลได้ ซึ่งก่อนเกิดเหตุ พล.ต.ขัตติยะ กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาปลดออกจากราชการและให้ถอดยศ เนื่องจากมีความผิดตามกฎหมายอาญาทหาร แต่เขาได้เสียชีวิตเสียก่อนคดีจึงระงับไป
หลังกระสุนนัดแรกปลิดชีพ พล.ต.ขัตติยะ เหตุการณ์ในพื้นที่สี่แยกราชประสงค์ก็เริ่มทวีความรุนแรงขึ้น มีเสียงคล้ายระเบิดและเสียงปืนดังขึ้นหลายครั้ง มีการประกาศให้ผู้ชุมนุมเฝ้าระวังการเข้ามาสลายการชุมนุม เริ่มมีการยิงพลุ ลูกแก้ว และหัวน๊อตจากฝั่ง นปช. ไปยังฝ่ายทหาร ขณะที่ฝ่ายทหารใช้วิธีการยิงปืนขึ้นฟ้าเพื่อข่มขวัญและยิงกระสุนยางใส่ผู้ชุมนุม การปะทะระหว่างสองฝ่ายยกระดับความรุนแรงขึ้น กระทั่ง ชาติชาย ชาเหลา ถูกยิงเสียชีวิตเมื่อเวลาประมาณ 23:00 น. ความรุนแรงจากมาตรการปิดล้อมนี้ดำเนินต่อไปโดยทวีความรุนแรงขึ้น จนถึงวันที่ 19 พ.ค. 2553
อย่างไรก็ตาม การเสียชีวิตของ พล.ต.ขัตติยะ ยังคงเป็นหนึ่งในบาดแผลสำคัญที่สะท้อนการใช้ความรุนแรงโดยรัฐภายใต้คำสั่งสลายการชุมนุม ท่ามกลางข้อเท็จจริงที่ไม่อาจระบุแน่ชัดว่าใครคือ ‘ผู้สั่งการ’ และยังไม่มีเจ้าหน้าที่รัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องคนใดถูกนำตัวมารับผิดชอบต่อความสูญเสียที่เกิดขึ้น
ขณะที่ความยุติธรรมยังไม่ปรากฏ ทุกวันที่ 13 พฤษภาคมของทุกปี ครอบครัวและประชาชนผู้เรียกร้องความยุติธรรมจะจัดกิจกรรมวางดอกไม้และจุดเทียนรำลึก ณ สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสวนลุมพินี เพื่อไม่ให้ความทรงจำถึงเหตุการณ์ลอบสังหาร พล.ต.ขัตติยะ ต้องเลือนหายไปตามกาลเวลา
อ้างอิง
- "เสธ.แดง" เสียชีวิตแล้ว ตั้งศพวัดโสมนัส | ประชาไท
- ด่วน! ระเบิดลงศาลาแดง ‘เสธ.แดง’ ถูกยิงสาหัส | ประชาไท
- https://www.thairath.co.th/news/politic/82781
- https://www.nytimes.com/2010/05/14/world/asia/14thai.html
- รายงานของ 'ไมดันส์' ผู้สื่อข่าวที่สัมภาษณ์ เสธ.แดง ก่อนถูกยิง | ประชาไท
- ลูก เสธ.แดง ไม่ยื้อพ่อหากหมดหวัง - มะกันฟันธงยิงโชว์แกนนำ | ประชาไท
- แกนนำ นปช. มีมติขับ “เสธ.แดง-สุรชัย” ออกจากกลุ่ม
- คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (2555). รายงานฉบับสมบูรณ์ คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) กรกฎาคม 2553-กรกฎาคม 2555. คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ.
- บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ และกลุ่มมรสุมชายขอบ. เอกสารข้อเท็จจริงเบื้องต้น เกี่ยวกับเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมือง ระหว่างวันที่ 13-20 พฤษภาคม พ.ศ. 2553, 2554.
หมายเหตุ - ผลงานชิ้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของปริญญานิพนธ์วารสารสนเทศและสื่อใหม่ (Senior Project) ของนิสิตภาควิชาวารสารสนเทศ คณะนิเทศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปีการศึกษา 2567 โดยมีผู้จัดทำคือ โยษิตา สินบัว
