Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

ธนาคารโลกประกาศจะกลับมาดำเนินงานในซีเรียอีกครั้ง หลังระงับไปกว่า 14 ปี เนื่องจากซีเรียสามารถชำระหนี้ 15 ล้านดอลลาร์ให้กับสมาพันธ์การพัฒนาระหว่างประเทศ  (IDA) ได้หมดแล้ว โดยมีซาอุดีอาระเบียกับกาตาร์เป็นผู้ช่วยเหลือชำระหนี้ให้ซีเรีย นอกจากนี้คำประกาศของธนาคารโลกยังเกิดขึ้นในช่วงเดียวกับที่สหรัฐฯ เปลี่ยนท่าทีต่อซีเรียแบบพลิกฝ่ามือ ยกเลิกการคว่ำบาตรหลังซีเรียเปลี่ยนผ่านจากระบอบอัสซาด

 

23 พ.ค. 2568 ธนาคารโลกสถาบันทางการเงินที่มีสำนักงานในสหรัฐฯ ประกาศเมื่อวันที่ 16 พ.ค. ที่ผ่านมาว่า ซีเรียไม่ได้ติดพันธกรณีกับสมาพันธ์การพัฒนาระหว่างประเทศ หรือ IDA อีกต่อไป ซีเรียสามารถเคลียร์หนี้สินกับ IDA ได้ทั้งหมด 15 ล้านดอลลาร์แล้ว โดยอาศัยความช่วยเหลือจากซาอุดีอาระเบียกับกาตาร์ ทำให้ธนาคารโลกจะกลับมาดำเนินงานกับซีเรียอีกครั้ง

ช่วงต้นสัปดาห์ก่อนหน้าการประกาศของธนาคารโลก ซาอุดีอาระเบียและกาตาร์ได้ช่วยชำระหนี้ให้กับซีเรียเป็นวงเงิน 15.5 ล้านดอลลาร์ ทำให้ซีเรียสามารถกลับไปปฏิสัมพันธ์กับองค์กรการเงินนานาชาติได้

ธนาคารโลกยังได้แถลงในทำนองว่า ยินดีที่ซีเรียเปิดทางให้ธนาคารโลกสามารถกลับไปดำเนินงานกับประเทศได้อีกครั้ง "เพื่อการพัฒนาที่ประชาชนชาวซีเรียต้องการ" หลังจากที่ก่อนหน้านี้ซีเรียมีการสู้รบในสงครามกลางเมืองมาเป็นเวลาหลายปี ธนาคารโลกมองว่านับจากนี้ไปจะเป็นช่วงเวลาที่ซีเรียกำลัง "มุ่งสู่หนทางของการฟื้นฟูและการพัฒนา"

ซีเรียเกิดสงครามกลางเมืองขึ้นตั้งแต่ปี 2554 มีการสู้รบมาเป็นเวลายาวนานจากหลายฝ่าย จนในที่สุดเมื่อเดือน ธันวาคม 2567 สงครามก็ดำเนินมาถึงจุดที่มีการโค่นล้ม บาชาร์ อัล อัสซาด ผู้ปกครองระบอบเผด็จการที่ครองอำนาจในซีเรียมายาวนาน ทำให้ตอนนี้กลุ่มแนวร่วมฝ่ายต่อต้านที่ชื่อ ทารีร์ อัล-ชัม นำโดย อาห์เหม็ด อัล-ชาราห์ เป็นขึ้นเป็นรัฐบาลรักษาการชั่วคราว และมีการประกาศแผนการเปลี่ยนผ่านอำนาจภายในระยะเวลา 5 ปี

เจ้าหน้าที่ธนาคารโลกระบุว่า พวกเขาจะเตรียมการโครงการแรกในซีเรียที่จะเป็นหมุดหมายสำหรับการเริ่มต้นใหม่ในการส่งเสริมเสถียรภาพและการเติบโตในระยะยาวของซีเรีย โดยจะเน้นโครงการเกี่ยวกับการปรับปรุงให้ผู้คนเข้าถึงไฟฟ้าได้ ซึ่งจะนำไปสู่การฟื้นฟูบริการสาธารณะที่สำคัญอย่าง การสาธารณสุข, การศึกษา และ การประปา

 

สหรัฐฯ ยกเลิกคว่ำบาตร หลังซีเรียเปลี่ยนผ่านจากระบอบอัสซาด

เรื่องนี้ยังเกิดขึ้นในช่วงเดียวกับที่ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศว่าทางการสหรัฐฯ จะปรับท่าทีต่อซีเรียอย่างพลิกฝ่ามือ โดยการยกเลิกการคว่ำบาตรต่อซีเรีย รวมถึงยกเลิกมาตรการภายใต้กฎหมายซีซาร์เพื่อการคุ้มครองพลเรือนซีเรีย Caesar Syria Civilian Protection Act ที่เคยนำมาบังคับใช้กับรัฐบาลอัสซาด

ทรัมป์ได้พบปะพูดคุยกับรักษาการประธานาธิบดีของซีเรีย อาห์เหม็ด อัล-ชาราห์ เมื่อวันที่ 16 พ.ค. ที่ผ่านมา ในการประชุม GCC ซัมมิท ที่กรุงริยาดห์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย นับเป็นครั้งแรกในรอบ 25 ปี ที่ผู้นำสองชาตินี้พบปะหารือกัน

ในขณะที่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ บางส่วนเล็งเห็นแล้วว่ารัฐบาลทรัมป์ได้เตรียมการมาเป็นเวลาหลายเดือนในการวางแนวทางปฏิสัมพันธ์กับซีเรียเพื่อผ่อนปรนการคว่ำบาตร มีการประเมินว่าการเปลี่ยนแปลงนโยบายครั้งใหญ่ต่อซีเรียเช่นนี้อาจกลายเป็นการพลิกโฉมภูมิภาคอ่าวอาหรับ และขณะเดียวกันรัฐก่อให้เกิดความเร่งรีบดำเนินการปรับนโยบายภายในรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อตอบสนองการเลิกคว่ำบาตรซีเรียด้วย

ทั้งนี้ มีเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ บางส่วนมองว่า การประกาศเรื่องการคว่ำบาตรของทรัมป์ครั้งนี้เป็นเรื่องน่าประหลาดใจ แหล่งข่าวรายหนึ่งให้สัมภาษณ์ต่อสื่อซีเอ็นเอ็นว่า "เรื่องนี้ไม่ใช่การตัดสินใจแบบทันด่วนโดยประธานาธิบดี มีการหารือเรื่องความเป็นไปได้มาเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว แต่ทรัมป์ก็พูดไปไกลกว่าสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในระดับปฏิบัติงาน"

มาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐฯ ยืนยันว่าจะมีการผ่อนปรนการคว่ำบาตรกับซีเรียจริง ซึ่งจะเป็นการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรที่เคยนำมาใช้กับรัฐบาลก่อนหน้านี้ของซีเรีย คือรัฐบาลอัสซาด

นอกจากนี้ทรัมป์ยังพูดถึงการยกเลิกคว่ำบาตรว่าเขา "ทำไปเพื่อเจ้าฟ้าชาย" โมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน ของซาอุดีอาระเบีย พร้อมสบตากับ บิน ซัลมาน เรื่องนี้ยังสะท้อนให้เห็นว่าซาอุฯ ได้ทำงานเบื้องหลังในการยกเลิกการคว่ำบาตรนี้มาเป็นเวลาหลายเดือนแล้วเช่นกัน

สำหรับประเทศตุรกีที่มีความเกี่ยวข้องส่วนหนึ่งในสงครามกลางเมืองซีเรียได้แสดงความยินดีต่อการยกเลิกการคว่ำบาตร แต่อิสราเอลก็แสดงความกังวลว่าการยกเลิกคว่ำบาตรอาจจะทำให้เกิดการโจมตีอิสราเอลเกิดขึ้นอีกแบบในวันที่ 7 ต.ค. 2566 ที่เป็นฝีมือของกลุ่มฮามาส

อิบราฮิม นาฟี คุชจี นักเศรษฐศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญด้านการธนาคารกล่าวว่า การยกเลิกการคว่ำบาตรกับซีเรียนแสดงให้เห็นถึงจุดเปลี่ยนที่สำคัญ เป็นการทำให้เศรษฐกิจของซีเรียจากเดิมที่เน้นปฏิสัมพันธ์กับประเทศกำลังพัฒนา ทำให้สามารถเข้าถึงปฏิสัมพันธ์กับประเทศพัฒนาแล้วได้ เป็นการปรับรูปแบบความสัมพันธ์ด้านการค้าและการลงทุนสำหรับซีเรีย หลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยโดดเดี่ยวมาเป็นเวลา 13 ปี จากสงครามกลางเมือง

รัฐบาลรักษาการของซีเรียมีความต้องการกลับมาสานสัมพันธ์ทางการทูตกับนานาชาติอีกครั้ง รวมถึงกับสถาบันทางการเงินระหว่างประเทศ นอกจากนี้ยังพึ่งพากลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ เช่น ซาอุดีอาระเบีย, กาตาร์ ให้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือทางการเงินเพื่อฟื้นฟูซีเรียหลังสงครามกลางเมือง ทั้งในเรื่องโครงสร้างพื้นฐานที่ถูกทำลายไป และในเรื่องการฟื้นฟูเศรษฐกิจ

นอกจากนี้รัฐบาลรักษาการซีเรียยังต้องการเปลี่ยนแปลงระบบใหม่ เพื่อยกเลิกการให้สิทธิพิเศษแก่กลุ่มรอยัลลิสต์ของอัสซาดในการเข้าถึงการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ และสกัดกั้นครอบครัวของอัสซาดไม่ให้เข้ามามีส่วนในอุตสาหกรรมหลักของซีเรีย

 

เรียบเรียงจาก

World Bank says Syria eligible for new loans after debts cleared, Aljazeera, 16-05-2025

https://www.aljazeera.com/economy/2025/5/16/world-bank-says-syria-eligible-for-new-loans-after-debts-cleared

Officials across US government scramble to implement Trump’s surprise Syria announcement, CNN, 17-05-2025

https://edition.cnn.com/2025/05/17/politics/syria-sanctions-scramble-trump

Syria’s Civil War Gives Way to the Post-Assad Era, World Politics Review, 16-12-2024

https://www.worldpoliticsreview.com/the-syria-civil-war-might-be-ending-but-the-crisis-will-live-on/

 

ข้อมูลเพิ่มเติมจาก

https://en.wikipedia.org/wiki/Government_of_Syria

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง