Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

รายงานธนาคารโลกชี้ว่า การเตรียมความพร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศอย่างจริงจัง จะสามารถปกป้องชุมชนที่อ่อนแอและเสี่ยงภัยมากที่สุดในประเทศไทยได้

23 กันยายน 2568 ชุมชนที่เปราะบางที่สุดของประเทศไทยกำลังเผชิญกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างหนัก ทั้งน้ำท่วม ภัยแล้ง คลื่นความร้อน และการกัดเซาะชายฝั่งที่ทวีความรุนแรงขึ้นตามรายงานฉบับใหม่จากความร่วมมือระหว่างธนาคารโลก กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รายงานได้เตือนว่า หากไม่มีการดำเนินการที่เด็ดขาดเพื่อลดความเสี่ยงและเสริมสร้างความยืดหยุ่นในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศประเทศไทยอาจสูญเสียมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงถึง 20% ของ GDP ภายในอีก 25 ปีข้างหน้า

รายงาน “การเสริมสร้างความเข้มแข็งต่อสภาพภูมิอากาศให้กับประชากรและชุมชนที่เปราะบางในประเทศไทย” ฉบับนี้ชี้ให้เห็นถึงวิธีการที่ประเทศไทยใช้แนวทางเฉพาะในการวางแผนเพื่อชุมชนที่เปราะบาง พร้อมเสนอข้อแนะนำสำคัญ ได้แก่ การลงทุนในระบบข้อมูลที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น การขยายมาตรการป้องกันล่วงหน้า การเสริมบทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และการสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนอย่างลึกซึ้ง เพื่อสร้างความยืดหยุ่นที่ครอบคลุมและเท่าเทียม รายงานยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการวางแผนที่ทำให้ผู้หญิงและเด็กผู้หญิงสามารถเข้าถึงทรัพยากร กระบวนการตัดสินใจ และมาตรการป้องกันได้อย่างเท่าเทียม เพื่อให้กลยุทธ์การปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศตอบสนองต่อความเสี่ยงเฉพาะที่พวกเธอต้องเผชิญอย่างแท้จริง

ประเทศไทยเดินหน้าช่วยเหลือประชากรที่เปราะบางต่อสภาพภูมิอากาศ โดยปัจจุบันมีประชาชนกว่า 9.4 ล้านคน ที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ โดยในจำนวนนี้มีประชากรเปราะบางราว 600,000 คน อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมสูง ครอบคลุม 37 จังหวัด ขณะเดียวกัน ภัยแล้งยังคุกคามประชาชนเกือบ 500,000 คน ในพื้นที่เสี่ยงสูงกว่า 21 จังหวัด และการกัดเซาะชายฝั่งกำลังเป็นภัยต่อประชากรมากกว่า 114,000 คน ในพื้นที่เสี่ยงสูงของจังหวัดภาคใต้

“ชุมชนทั่วประเทศไทยได้แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นที่น่าประทับใจในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่หากไม่ได้รับการสนับสนุนที่เข้มแข็งมากขึ้น กลไกการรับมือของพวกเขาจะยังคงเป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า” นางภมรรัตน์ ตันสงวนวงษ์ ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านการพัฒนาสังคม ธนาคารโลก กล่าว “รายงานฉบับนี้ชี้แนวทางในการก้าวข้ามจากการตอบสนองต่อวิกฤตไปสู่การสร้างความยืดหยุ่นระยะยาว ผ่านการวางแผนที่ครอบคลุมและให้ความสำคัญกับผู้หญิงและประชากรกลุ่มเปราะบางเป็นศูนย์กลาง”

ประเทศไทยยังคงเป็นหนึ่งในประเทศที่เปราะบางที่สุดต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ด้วยแนวชายฝั่งที่ยาว เศรษฐกิจที่พึ่งพาการเกษตรซึ่งอ่อนไหวต่อสภาพอากาศ และเมืองที่เติบโตอย่างรวดเร็วในพื้นที่ลุ่มต่ำ ทำให้ประเทศมีความเสี่ยงต่อภัยพิบัติทางสภาพภูมิอากาศอย่างมาก ในปี 2566 เหตุการณ์น้ำท่วมสร้างความเสียหายประมาณ 711 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยส่วนใหญ่เกิดจากรายได้ที่สูญเสียและที่อยู่อาศัยที่ถูกทำลาย สำหรับประชากรกลุ่มเปราะบาง ความท้าทายเหล่านี้ยิ่งรุนแรงขึ้นจากแรงกดดันทางเศรษฐกิจ ความเหลื่อมล้ำทางสังคม และข้อจำกัดเชิงสถาบัน ซึ่งอาจขัดขวางการบริหารจัดการความเสี่ยงและการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศอย่างมีประสิทธิภาพ

รายงานยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการจัดเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราวสำหรับการรับมือภัยพิบัติให้อยู่ในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมสูง เพื่อปกป้องครัวเรือนที่เปราะบางนับพันรายในช่วงวิกฤต โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้พิการ เด็กเล็ก และสตรีมีครรภ์

ในช่วงก่อนการประชุมประจำปี IMF–World Bank Group ปี 2569 ธนาคารโลกได้เปิดตัวโครงการสำคัญ “สร้างอนาคตประเทศไทยวันนี้” เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จด้านการพัฒนาของประเทศไทย และกำหนดแนวทางการเติบโตที่ครอบคลุมและยั่งยืนต่อสภาพภูมิอากาศ

“เรามุ่งมั่นที่จะร่วมมือกับประเทศไทยในการเปลี่ยนวิสัยทัศน์นี้ไปสู่การปฏิบัติ” เมลินดา กู้ด ผู้อำนวยการธนาคารโลกประจำประเทศไทยและเมียนมา กล่าว “รายงานฉบับนี้แสดงให้เห็นถึงแนวทางหลักของประเทศไทยในการเร่งการปรับตัวและบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมกับสร้างงานและโอกาสที่ช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนที่เปราะบางที่สุด”

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง