ศูนย์ทนายฯ รายงานศาลยกคำร้องผู้ต้องขังการเมืองรวด 16 คน ซึ่งเป็นการยื่นคำร้องประกันตัวชุดใหญ่ช่วงวันรำลึกการจากไปของ 'บุ้ง' เนติพร’ วันที่ 14 พ.ค. 2568 โดยศาลระบุไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่ง-เกรงจำเลยหลบหนี
23 พ.ค. 2568 เว็บไซต์ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานวันนี้ (23 พ.ค.) ศาลมีคำสั่งยกคำร้องประกันตัวผู้ต้องขังการเมืองที่อยู่ในระหว่างการต่อสู้คดีทั้ง 16 ราย หลังทนายความยื่นประกันตัวชุดใหญ่ไปเมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2568 เพื่อยืนยันสิทธิในการประกันตัวของผู้ที่คดียังไม่ถึงที่สุด และเพื่อรำลึกเหตุการณ์เสียชีวิตระหว่างควบคุมตัวของ ‘บุ้ง’ เนติพร เสน่ห์สังคม นักกิจกรรมการเมืองรุ่นใหม่ เมื่อปีที่ผ่านมา (2567) และรวมถึงยังยกคำร้องการประกันตัวผู้ต้องขังบางส่วนที่ทนายความได้ยื่นคำร้องไปก่อนหน้าเมื่อวันที่ 28 เม.ย. และ 8 พ.ค. 2568
โดยสรุปแล้วการยื่นประกันตัวดังกล่าว แบ่งออกเป็นคดีมาตรา112 จำนวน 9 คน ได้แก่ อานนท์ นำภา, 'อารีฟ' วีรภาพ วงษ์สมาน, 'มานี' เงินตา คำแสน, 'ขุนแผน' เชน ชีวอบัญชา, อัฐสิษฎ (สงวนนามสกุล), 'ตรัณ' (นามสมมติ), 'ก้อง' อุกฤษฏ์ สันติประสิทธิ์กุล, 'อาย' กันต์ฤทัย คล้ายอ่อน, สถาพร (สงวนนามสกุล)
อีกส่วนหนึ่งเป็นผู้ต้องขังในคดีอื่นๆ ที่เกิดจากสถานการณ์ทางการเมือง จำนวน 7 คน ได้แก่ 'วิจิตร' (นามสมมติ), ประวิตร, ไพฑูรย์, สุขสันต์, คเชนทร์, ขจรศักดิ์ (สงวนนามสกุล) และ 'พีรพงศ์' (นามสมมติ)
ถึงแม้ว่าการยื่นประกันตัวครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายสำคัญเพื่อยืนยันว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยที่คดียังไม่ถึงที่สุดมีสิทธิที่จะได้รับการสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์และได้รับการประกันตัวออกมาต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ และเนื่องด้วยในโอกาสรำลึกถึง ‘บุ้ง’ เนติพร ในเหตุการณ์เสียชีวิตลงในระหว่างถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำและประท้วงอดน้ำ-อาหาร ด้วยข้อเรียกร้อง 2 ข้อ คือ ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม และจะต้องไม่มีคนเห็นต่างทางการเมืองถูกคุมขังอีก
ศาลแจงเกรงจะหลบหนี ไม่มีเหตุให้เปลี่ยนคำสั่ง
คำสั่ง "ยกคำร้อง" ในทุกคดีเป็นไปในทิศทางเดียวกันและเหมือนกับทุกครั้งที่ผ่านมาคือ เกรงว่าจำเลยจะหลบหนี และไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม โดยที่ศาลชั้นต้นส่งคำร้องไปให้ศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกาสั่งในแต่ละกรณี
จากการติดตามของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน พบว่าปัจจุบันมีผู้ต้องขังที่ไม่ได้รับการประกันตัวระหว่างการต่อสู้คดี อย่างน้อย 27 คน โดนในจำนวนนี้เป็นคดีตามมาตรา 112 จำนวน 18 คน
ศาลยังคงไม่อนุญาตประกันตัว 9 ผู้ต้องขังคดี ม.112
1. อานนท์ นำภา
อานนท์ นำภา ถูกพิพากษาจำคุกในคดีมาตรา 112 จากศาลชั้นต้นแล้ว 7 คดี และโทษในคดีต่างๆ ที่ยังไม่สิ้นสุด ปัจจุบันอานนท์มีโทษจำคุกรวมกัน 20 ปี 25 เดือน 20 วัน (ประมาณ 22 ปี เศษ)
ในครั้งนี้ ทนายความยื่นประกันอานนท์ในคดีมาตรา 112 เป็นจำนวน 5 คดี ได้แก่ คดีจากการปราศรัยใน #ม็อบ14ตุลา63, คดีปราศรัยใน #ม็อบแฮรี่พอตเตอร์ 2, คดีโพสต์ 2 ข้อความในเฟซบุ๊กวิพากษ์วิจารณ์การใช้อำนาจบริหารราชการแผ่นดินของกษัตริย์, คดี #ราษฎรสาส์น โพสต์จดหมายข้อความถึงกษัตริย์, คดีโพสต์ 3 ข้อความในเฟซบุ๊ก
ต่อมา ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกคำร้องการประกันตัวในทุกคดี โดยระบุคำสั่งไปในทิศทางเดียวกันว่า ข้อหามีอัตราโทษสูง เกรงว่าจำเลยจะหลบหนี และไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม
จนถึงวันที่ 22 พ.ค. 2568 อานนท์ถูกขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมาแล้ว 605 วัน ซึ่งในโอกาสครบรอบ 1 ปีการจากไปของ 'บุ้ง' เนติพร อานนท์ยังฝากจดหมายข้อความ "แด่…หนอนบุ้ง ผีเสื้ออัปลักษณ์ในสวนคนตาบอด"
2. 'อาลีฟ' วีรภาพ
‘อารีฟ’ วีรภาพ วงษ์สมาน ผู้ต้องขังในคดีมาตรา 112 หลังถูกพิพากษาจำคุก 3 ปี จากกรณีพ่นสีข้อความใต้ทางด่วนดินแดง หลังทนายความยื่นประกันตัวไปเมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2568 ศาลอุทธรณ์ได้มีคำสั่งยกคำร้อง ดังนี้
“พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหา พฤติการณ์แห่งคดี และโทษที่ศาลชั้นต้นลงแก่จำเลย ประกอบกับศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาเคยมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์มาแล้วหลายครั้งอันเนื่องจากเกรงว่าจำเลยจะหลบหนี และตามพฤติการณ์ยังไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยจำเลย ชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ให้ยกคำร้อง”
ปัจจุบัน อารีฟถูกขังอยู่ที่เรือนจำกลางบางขวาง โดยเขาถูกขังมาแล้ว 603 วัน
'อาลีฟ' วีรภาพ (แฟ้มภาพปี 2564)
3. มานี-ขุนแผน
“มานี” เงินตา คำแสน และ “ขุนแผน” เชน ชีวอบัญชา สองผู้ต้องขังในคดีมาตรา 112 ที่ถูกพิพากษาจำคุกคนละ 3 ปี 6 เดือน จากกรณีทำกิจกรรมหน้าศาลอาญากรุงเทพใต้ โดยเมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2568 ทนายความได้ยื่นคำร้องขอประกันตัวทั้งสองคนเป็นครั้งที่ 5
คำร้องถูกส่งไปให้ศาลอุทธรณ์พิจารณา ต่อมาศาลมีคำสั่งยกคำร้อง ระบุโดยสรุปว่า ข้อหามีอัตราโทษสูง จำเลยให้การรับสารภาพ หากปล่อยตัวชั่วคราวมีเหตุอันควรเชื่อว่าจำเลยจะหลบหนี และเหตุตามคำร้องไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม
ปัจจุบันทั้งสองคนถูกขังมาแล้ว 309 วัน (นับจนถึงวันที่ 22 พ.ค. 2568) โดยมานีถูกขังอยู่ที่ทัณฑสถานหญิงกลาง ส่วนขุนแผนถูกขังอยู่ที่เรือนจำกลางบางขวาง
ชวนอ่านบันทึกเยี่ยมมานีเนื่องในโอกาสครบรอบ 1 ปี การเสียชีวิตของบุ้ง : “บุ้งไม่ได้จากเราไปอย่างสูญเปล่า”: “มานี” ยังคงสู้ในกรงขัง ผ่านความทรงจำต่อนักกิจกรรมผู้จากไป
4. อัฐสิษฎ
อัฐสิษฎ (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องขังในคดีมาตรา 112 ถูกพิพากษาจำคุก 2 ปี 12 เดือน กรณีถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ทำเพจ BackArt วาดงานศิลปะจำนวน 2 ภาพ
ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกคำร้อง ระบุโดยสรุปว่า ข้อหามีอัตราโทษสูง จำเลยให้การรับสารภาพ หากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวมีเหตุอันควรเชื่อว่าจำเลยจะหลบหนี และเหตุตามคำร้องไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม
เขาถูกขังมาแล้ว 450 วัน (นับจนถึงวันที่ 22 พ.ค. 2568) โดยปัจจุบันเขาถูกขังอยู่ที่เรือนจำกลางบางขวาง
5. ตรัณ
'ตรัณ' (นามสมมติ) ผู้ต้องขังในคดีมาตรา 112 หลังถูกศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุก 1 ปี 6 เดือน จากกรณีคอมเมนต์ใต้ไลฟ์สดในเพจศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) ซึ่งเมื่อวันที่ 28 เม.ย. 2568 ทนายความได้ยื่นคำร้องขอประกันตัวตรัณเป็นครั้งที่สอง
ต่อมาศาลฎีกามีคำสั่งยกคำร้อง ระบุว่า “พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีประกอบกับเหตุผลตามคำร้องขอปล่อยชั่วคราวของผู้ขอประกันแล้ว เห็นว่า จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลล่างทั้งสองลงโทษจำคุก 1 ปี 6 เดือน หากปล่อยชั่วคราวเกรงว่าจำเลยอาจจะหลบหนี กรณียังไม่มีเหตุอันสมควรที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม จึงไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง"
ปัจจุบันตรัณถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มาแล้ว 52 วัน
6. 'ก้อง' อุกฤษฏ์
'ก้อง' อุกฤษฏ์ สันติประสิทธิ์กุล ผู้ต้องขังในคดีมาตรา 112 หลังถูกศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุกสองคดีในข้อหามาตรา 112 จากการโพสต์ข้อความ รวมโทษจำคุกเป็น 7 ปี 30 เดือน
เมื่อวันที่ 28 เม.ย. 2568 ทนายความได้ยื่นคำร้องขอประกันตัวก้องเป็นครั้งที่ 8 ต่อมาศาลฎีกามีคำสั่งยกคำร้อง ระบุว่า "พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีประกอบเหตุผลตามคำร้องของผู้ขอประกันแล้ว กรณียังไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ให้ยกคำร้อง"
ปัจจุบันก้องยังถูกขังอยู่ที่เรือนจำกลางบางขวาง โดยเขาถูกขังมาแล้ว 465 วัน
'ก้อง' อุกฤษฎ์ (ถ่ายโดย iLaw)
7. 'อาย' กันต์ฤทัย
'อาย' กันต์ฤทัย คล้ายอ่อน ผู้ต้องขังในชั้นอุทธรณ์คดีมาตรา 112 ที่ถูกพิพากษาจำคุก 8 ปี 48 เดือน จากการโพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก 8 ข้อความ โดยเมื่อวันที่ 8 พ.ค. 2568 ทนายความได้ยื่นคำร้องขอประกันตัวอายเป็นครั้งที่ 3
ต่อมา ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกคำร้อง ระบุคำสั่งโดยสรุปว่า ข้อหามีอัตราโทษสูง จำเลยให้การรับสารภาพ การกระทำของจำเลยมีลักษณะก่อให้เกิดความเสื่อมเสียสู่สถาบันกษัตริย์ ส่วนที่จำเลยอ้างว่าเจ็บป่วย กรมราชทัณฑ์สามารถดูแลจัดการให้ได้ และหากจำเป็นต้องได้รับการรักษาเฉพาะด้านหรือถ้าคงรักษาพยาบาลในเรือนจำอาการจะไม่ทุเลาดีขึ้น ทางเรือนจำชอบที่จะส่งจำเลยไปรักษาที่โรงพยาบาลหรือสถานบำบัดนอกเรือนจำได้ตาม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ และเหตุตามคำร้องไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม
ปัจจุบัน อาย ยังคงถูกขังอยู่ในทัณฑสถานหญิงกลาง ซึ่งเธอถูกขังมาแล้ว 269 วัน และเมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2568 เธอได้ร่วมแสดงออกโดยการอดอาหารเป็นระยะเวลา 1 วัน เพื่อรำลึกในวาระครบรอบ 1 ปี การเสียชีวิตของ “บุ้ง” เนติพร
8. สถาพร
สถาพร (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องขังในคดีมาตรา 112 ที่ถูกพิพากษาจำคุก 1 ปี 6 เดือน จากการแสดงออกต่อขบวนเสด็จ โดยทนายได้ยื่นคำร้องขอประกันตัวไปเมื่อวันที่ 8 พ.ค. 2568 ซึ่งเป็นการยื่นประกันตัวครั้งที่ 3 ของสถาพรแล้ว
ต่อมา ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกคำร้อง ระบุคำสั่งว่า "พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ข้อหามีอัตราโทษสูงจำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุก มีเหตุอันควรเชื่อว่าจำเลยจะหลบหนี ประกอบกับศาลอุทธรณ์เคยไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยในระหว่างอุทธรณ์มาแล้ว และเหตุตามคำร้องไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยในระหว่างอุทธรณ์ ให้ยกคำร้อง"
ปัจจุบัน สถาพร ถูกขังอยู่ที่เรือนจำกลางบางขวาง โดยเขาถูกขังมาแล้ว 128 วัน
ยกคำร้องผู้ต้องขังคดีข้อหาอื่นๆ บางรายถูกขังเกือบ 700 วัน
9. วิจิตร
วิจิตร (นามสมมติ) ผู้ต้องขังชั้นอุทธรณ์ในคดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ที่ถูกพิพากษาจำคุก 10 ปี จากกรณีโพสต์ข้อความ 10 โพสต์ ในช่วงหลังรัฐประหาร 2557 โดยในวันที่ 14 พ.ค. 2568 ทนายได้ยื่นประกันตัววิจิตรเป็นครั้งที่ 3
ต่อมา ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกคำร้อง ระบุว่าโดยสรุปว่า จำเลยให้การรับสารภาพ หากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวมีเหตุอันควรเชื่อว่าจำเลยจะหลบหนี และเหตุตามคำร้องไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม
เขาถูกขังมาแล้ว 66 วัน โดยปัจจุบันเขาถูกขังอยู่ที่เรือนจำกลางคลองเปรม
วิจิตร (นามสมมติ) (ที่มา: ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน)
10. ประวิตร
ประวิตร (สงวนนามสกุล) ถูกกล่าวหากรณีเผาป้อมตำรวจจราจรใต้ทางด่วนดินแดงในการชุมนุมเมื่อปี 2564 และถูกศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 6 ปี 4 เดือน
ภายหลังการยื่นประกันตัวครั้งล่าสุดเป็นครั้งที่ 10 ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกคำร้อง ระบุโดยสรุปว่า ข้อหามีอัตราโทษสูง เกรงว่าจำเลยจะหลบหนี และไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม
ปัจจุบัน ประวิตร ยังคงถูกขังอยู่ที่เรือนจำกลางคลองเปรม โดยเขาเป็นผู้ต้องขังในระหว่างต่อสู้คดีที่ถูกขังยาวนานที่สุดถึง 681 วันแล้ว
11. ไพฑูรย์-สุขสันต์
ไพฑูรย์ และ สุขสันต์ (สงวนนามสกุล) ทั้งสองคนถูกกล่าวหาว่าขว้างปาระเบิดใส่เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บใน #ม็อบ11กันยา64 โดยสุขสันต์ถูกพิพากษาจำคุก 22 ปี 2 เดือน 20 วัน และจำคุกไพฑูรย์ 33 ปี 12 เดือน ต่อมาไพฑูรย์ถูกศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาจำคุกอีก 8 ปี ในคดีตรวจพบวัตถุระเบิดในครอบครอง
ปัจจุบันรวมโทษจำคุกของไพฑูรย์เป็น 41 ปี 12 เดือน (หรือประมาณ 42 ปี) และโทษจำคุกของสุขสันต์คือ 22 ปี 2 เดือน 20 วัน
ภายหลังการยื่นประกันตัวทั้งสองคนเป็นครั้งที่ 7 ศาลอุทธรณ์ได้มีคำสั่งยกคำร้อง คำสั่งโดยสรุประบุว่า ข้อหามีอัตราโทษสูง เกรงว่าจำเลยจะหลบหนี และไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม
ปัจจุบันทั้งสองคนถูกขังอยู่ที่เรือนจำกลางคลองเปรมมาแล้ว 617 วัน
12. คเชนทร์-ขจรศักดิ์
คเชนทร์ และ ขจรศักดิ์ (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องขังในคดีข้อหาวางเพลิง-วัตถุระเบิด โดยศาลพิพากษาจำคุกคเชนทร์ 10 ปี 6 เดือน และจำคุกขจรศักดิ์ 11 ปี 6 เดือน ในคดีที่ถูกกล่าวหาปาระเบิดใส่อาคาร สน.พญาไท และวางเพลิงป้อมจราจรที่แยกพญาไท ในการชุมนุมเมื่อปี 2564
ภายหลังการยื่นประกันตัวครั้งที่ 7 ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกคำร้อง ระบุโดยสรุปว่า ข้อหามีอัตราโทษสูง พฤติการณ์คดีเป็นเรื่องร้ายแรง เกรงว่าจำเลยจะหลบหนี และไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม
ปัจจุบันทั้งสองคนถูกขังมาแล้ว 647 วัน โดยคเชนทร์ถูกขังอยู่ที่เรือนจำกลางบางขวาง และขจรศักดิ์ถูกขังอยู่ที่เรือนจำกลางคลองเปรม
13. 'พีรพงศ์'
พีรพงศ์ (นามสมมติ) ผู้ต้องขังในคดีถูกกล่าวหาว่าร่วมขว้างปาวัตถุระเบิดใส่ป้อมตำรวจ บริเวณแยกอโศกมนตรีใน #ม็อบ11ตุลา64 หลังศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุก 2 ปี 4 เดือน 15 วัน
ต่อมาหลังทนายความยื่นประกันตัว ศาลฎีกามีคำสั่งยกคำร้อง โดยระบุเหตุผลว่า ยังไม่มีเหตุอันสมควรที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม
กรณีนี้จึงเป็นผลให้พีรพงษ์ยังถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำกลางบางขวาง จนถึงวันนี้ (22 พ.ค. 2568) เขาถูกขังมาแล้ว 126 วัน
