- 'เพื่อไทย' ฟื้นแถลงข่าวทุกวันอาทิตย์ เผยจุดยืนเรื่องจำนำข้าวของยิ่งลักษณ์ เตรียมยื่นพิจารณาพร้อมหลักฐานใหม่ คือยอดขายข้าว 18.9 ล้านเมื่อปี 2567 ชี้แจงถูกวิจารณ์ไม่พูดเรื่องคดี ม.112 ขอให้ประชาชนติดตามการถกเถียง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ ในสภาฯ วันที่ 9 ก.ค.นี้
- พท.ยืนยันความพร้อมอภิปรายงบฯ ปี'69 ประชุมสภาฯ วันที่ 28-31 พ.ค.นี้ พร้อมดันกฎหมาย พ.ร.ก.แก้ปัญหาสแกมเมอร์ ให้เอกชนร่วมรับผิดชอบ และ พ.ร.บ.ที่เกี่ยวข้องกับการทำตั๋วร่วม และค่าโดยสารรถไฟฟ้า 20 บ.ตลอดสาย เข้าสภาฯ
25 พ.ค. 2568 เพจเฟซบุ๊กพรรคเพื่อไทย ถ่ายทอดสดออนไลน์วันนี้ (25 พ.ค.) เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย และ ดนุพร ปุณณกันต์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงข่าวเรื่องวาระการอภิปราย พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย ประจำปี 2569 และการสู้คดีจำนำข้าวของยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลังศาลปกครองสูงสุดมีมติคำสั่งให้ยิ่งลักษณ์ ชดใช้ความเสียหายหมื่นล้านบาท
ดนุพร กล่าวว่า การแถลงข่าววันนี้ (25 พ.ค.) สืบเนื่องจากพรรคเพื่อไทยพยายามเพิ่มช่องทางการสื่อสารประชาชนและนักข่าว เพราะว่าทุกวันอาทิตย์เรามักแถลงข่าวเป็นประจำ และห่างหายกันไปนาน แต่หลังจากนี้ถ้ามีประเด็นอะไร พรรคเพื่อไทยจะมาแถลงข่าวต่อประชาชนเพื่อทำความเข้าใจในประเด็นต่างๆ
ดนุพร กล่าวต่อว่า สัปดาห์หน้าวันที่ 28 พ.ค.นี้ จะมีการประชุมสมัยวิสามัญของสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณางบประมาณปี 2569 และกฎหมายสำคัญอีกหลายฉบับ ที่มีประโยชน์ต่อประชาชน ที่จะเข้าร่วมพิจารณาวันที่ 28 พ.ค.นี้
ดัน กม.แก้ไขปัญหาสแกมเมอร์-คอลเซ็นเตอร์
ชนินทร์ รองโฆษกฯ กล่าวว่า จะมีกฎหมายที่พรรคเพื่อไทยผลักดันผ่านคณะรัฐมนตรี เพื่อเข้ามาเป็นกฎหมายในการพิจารณาในสภาฯ วันที่ 28 พ.ค.นี้
ประเด็นแรก คือ การแก้ไขปัญหาแก๊งคอลล์เซ็นเตอร์ โดยทางสภาฯ จะมีการนำเสนอและพิจารณา พ.ร.ก. 2 ฉบับ เพื่อมารองรับการแก้ไขปัญหานี้ คือ พ.ร.ก.ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และ พ.ร.ก.การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล
กฎหมายทั้ง 2 ฉบับมีการบังคับใช้ไปก่อนหน้านี้แล้ว เนื่องจากเป็น พ.ร.ก.ที่เมื่อประกาศในราชกิจจาฯ แล้วสามารถบังคับใช้ได้เลย แต่ว่าต้องการขอมติจากสภาผู้แทนราษฎรเป็นการเร่งด่วน ก็จะมีการบรรจุในวาระการพิจารณาอันดับแรกในวันที่ 28 พ.ค.นี้
สาระสำคัญของ พ.ร.ก.ทั้ง 2 ฉบับ คือ เป็นการให้เครือข่ายโทรศัพท์ และธนาคารเอกชน แบงก์พาณิชย์ ร่วมรับผิดชอบกรณีการเกิดอาชญากรรมทางไซเบอร์ แล้วไม่ได้ดำเนินการตามมาตรการอย่างครบถ้วน มาตรการนี้ร่วมรับผิดชอบให้ภาคเอกชนที่ปล่อยปละให้เกิดอาชญากรรมทางไซเบอร์ ร่วมรับผิดชอบด้วย ด้วยแนวคิดนี้ เมื่อมีการใช้ พ.ร.ก. 2 ฉบับ เราจะเห็นความร่วมมือของเอกชน ในการสนับสนุนข้อมูล และให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอาชญากรรม ส่งผลให้อาชญากรรมไซเบอร์ลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ
ชนินทร์ กล่าวว่า ผลของ พ.ร.ก.ยังทำให้สายเรียกเข้าต่างๆ และคอลเซ็นเตอร์ ที่มีเจตนาหลอกลวงประชาชนลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ และการลงมติ พ.ร.ก.ทั้ง 2 ฉบับในวันที่ 28 พ.ค.นี้ น่าจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และได้รับการสนับสนุนจากสภาฯ ฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาล
ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ (ที่มา: พรรคเพื่อไทย)
ดันตั๋วร่วม - ค่ารถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย
ชนินทร์ กล่าวว่า ประเด็นที่ 2 จะมีเรื่องพิจารณากฎหมายตั๋วร่วม และค่ารถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย โดยเจตนารมณ์สำคัญที่ตั้งใจที่จะลดค่าครองชีพประชาชน และส่งเสริมการเข้าถึงขนส่งสาธารณะ ซึ่งหากประชาชนเข้าถึงจะสร้างประโยชน์ในหลายเรื่อง ทั้งเรื่องการแก้ไขปัญหาจราจร ลดปัญหาฝุ่นควันเป็นพิษ และการขยายตัวของเมืองไปยังพื้นที่ที่ขนส่งสาธารณะเข้าถึงได้ และรองนายกฯ สุริยะ ยืนยันแล้วว่านโยบาย 20 บาทตลอดสาย จะดำเนินให้เป็นผล และบังคับใช้จริงภายใน ก.ย.นี้
รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมาเรามีการเสนอกฎหมาย 2 ฉบับที่จะมาสอดรับในนโยบายนี้ คือ พ.ร.บ.การขนส่งทางราง และ พ.ร.บ.การจัดการในระบบตั๋วร่วม และในการประชุมสภาฯ เราจำเป็นที่จะต้องเสนอแก้ไข พ.ร.บ.การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ พ.ร.บ. รฟม. เพื่อพูดถึงแหล่งที่มาของเงินสนับสนุนค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสาย หรือเป็นการปรับเปลี่ยนให้สามารถใช้เงินกำไร หรือรายได้ของ รฟม. นำมาส่งเสริมการขนส่งสาธารณะ หรือชดเชยค่าโดยสารประชาชนได้ ดังนั้น การแก้ไข พ.ร.บ.ครั้งนี้จะทำให้การทำค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสายมีความยั่งยืน และแหล่งที่มาของเงินชัดเจน และสามารถนำเงินรายได้จากการบริหารจัดการระบบรถไฟฟ้านำมาสนับสนุนค่าใช้จ่ายสำหรับการลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชนได้ และจะเป็นโอกาสที่ทำให้ค่าครองชีพของคนกรุงเทพฯ และปริมณฑลลดลงตั้งแต่เดือน ก.ย.-ต.ค.นี้เป็นต้นไป
พรรคเพื่อไทยพร้อมอภิปรายงบฯ ปี’69
ชนินทร์ กล่าวถึงการเสนอร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ปี 2569 โดยรอบนี้เราเปิดสมัยประชุม 4 วัน โดยจะมีการเสนอร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ประจำปี 2569 ตั้งแต่ช่วงเย็นของวันพุธที่ 28 พ.ค.นี้ และก็อภิปรายต่อเนื่อง 29-30 พ.ค. ก่อนลงมติ 31 พ.ค. โดยมีการแบ่งเวลาอภิปรายฝ่ายละ 20 ชม.
รองโฆษกฯ กล่าวต่อว่า ในส่วนของพรรคเพื่อไทย ยืนยันความพร้อมในการอภิปรายทั้งสนับสนุนในเรื่องของงบประมาณปี 2569 ของรัฐบาล เพื่อนำมาแก้ไขปัญหาของประชาชน รวมถึงอาจจะมีข้อท้วงติงและให้ข้อเสนอแนะต่อการจัดงบฯ ในบางประเด็นให้ตรงจุดและแก้ไขปัญหาให้ประชาชนในทุกพื้นที่ให้ได้มากที่สุด เพราะพวกเราเชื่อว่า สส.ในทุกพื้นที่จะเข้าใจปัญหาของประชาชนได้ดีที่สุด และจะเป็นกลไกสะท้อนปัญหาของประชาชนได้อย่างชัดเจน
เขาย้ำว่า การจัดทำงบฯ ครั้งนี้สำคัญมาก เพราะไทยกำลังเผชิญผลกระทบจากภายนอก ที่ส่งผลต่อความมั่นคง และเศรษฐกิจในประเทศ ดังนั้น รัฐบาลต้องมีความพร้อมในการแก้ไขปัญหา งบประมาณก็เป็นปัจจัยที่ทำให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปได้ด้วยดี ดังนั้น ภายใต้สถานการณ์นี้ โลกอาจจะเปลี่ยน และการดำเนินนโยบายรัฐบาลในบางเรื่องต้องปรับให้สอดคล้องกับบริบทและปัญหาเศรษฐกิจในประเทศ ทางพรรคเพื่อไทยขอยืนยันกับประชาชนว่า การตัดสินใจใดๆ ของรัฐบาลจะให้ความสำคัญกับประชาชนเป็นลำดับแรกเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง โดยขอให้ประชาชนติดตามการอภิปรายงบประมาณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านตั้งแต่ 28 พ.ค.นี้เป็นต้นไป
ยื่นหลักฐานใหม่ สู้คดีจำนำข้าวของยิ่งลักษณ์
ดนุพร กล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมามีเรื่องการตัดสินคดีจำนำข้าวของอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และทางพรรคเพื่อไทยก็มีความเป็นห่วงเป็นใยและสงสารยิ่งลักษณ์ เพราะว่าหลายท่านทราบดีว่า คดีจำนำข้าวเกิดขึ้นในช่วงการทำรัฐประหารและเป็นเหตุผลในการยึดอำนาจยิ่งลักษณ์ และเมื่อเวลาผ่านไป 10 ปี ยิ่งลักษณ์ก็มีทีมกฎหมายร่วมต่อสู้คดี และเมื่อคดีถึงที่สุด ทางพรรคเพื่อไทยก็น้อมรับในคำตัดสิน และจะใช้ช่องทางที่เหลืออยู่ในการต่อสู้คดีต่อไป
ดนุพร ปุณณกันต์ (ที่มา: พรรคเพื่อไทย)
ดนุพร กล่าวต่อว่า หลังจากมีคำตัดสินมีการสอบถามเข้ามายังพรรคเพื่อไทยจำนวนมาก ก็ขอเรียนว่าคดีนี้ยังมีช่องทางในการสู้คดีได้อยู่ เนื่องจากเมื่อ ก.ค.ปีที่แล้ว (2567) มีการขายข้าวจำนวน 18.9 ล้านตัน น่าจะเป็นหลักฐานใหม่ในการยื่นให้ศาลปกครองพิจารณาพิพากษาคดี และยื่นคำสั่งชี้ขาดใหม่ได้ภายใน 90 วัน ตามมาตรา 75 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครอง และวิธีพิจารณาคดีศาลปกครอง พ.ศ. 2542
โฆษกพรรคเพื่อไทย ระบุต่อว่า หลักฐานใหม่นี้คือการขายข้าว 18.9 ล้านตันเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งที่ยังไม่ได้นำเข้าสู่การพิจารณาครั้งนี้ เนื่องจากเป็นพยานหลักฐานที่เกิดขึ้น หรือมีภายหลังการแสวงหาข้อเท็จจริงแล้ว ซึ่งทางพรรคฯ มองว่าเป็นหลักฐานใหม่ และจะใช้ช่องทางตามกฎหมายตามมาตรา 75 แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครอง และวิธีพิจารณาคดีศาลปกครอง เป็นช่องทางต่อสู้ต่อไป
แจงถูกวิจารณ์ไม่พูดเรื่อง ม.112
ดนุพร กล่าวถึงช่วงที่ผ่านมามีกระแสวิพากษ์วิจารณ์พรรคเพื่อไทยว่าหลังจากมีคำพิพากษาคดีจำนำข้าวแล้ว ทางเพจของพรรคฯ ก็ลงแต่เรื่องของนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ก็ขอเรียนว่านโยบายจำนำข้าวนั้นเป็นนโยบายหลักที่พรรคเพื่อไทยใช้ในการหาเสียงเมื่อปี 2554 พวกเราชนะการเลือกตั้งส่วนหนึ่งมาจากนโยบายนี้ และเป็นนโยบายที่อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ แถลงต่อสภาฯ นี่คือนโยบายหลักที่จะทำให้ชาวนาเกษตรกรลืมตาอ้าปากได้ ดังนั้น ทางพรรคเพื่อไทย จึงต้องลงข้อความชี้แจงว่า ทั้งเรื่องของคดี และอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ไม่ได้รับความเป็นธรรมอย่างไร
โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวต่อว่า ส่วนหลายท่านที่ออกมาวิจารณ์ว่า ทำไมพรรคเพื่อไทยไม่ออกมาพูดถึงคดี มาตรา 112 เลย เพราะว่าในวันที่ 9 ก.ค. 2568 ถ้าไม่ผิดเพี้ยนจากกำหนดการเดิมที่สภาฯ ได้วางไว้ จะมีการพิจารณากฎหมายนิรโทษกรรมฯ ดังนั้น ไม่อยากให้ถกเถียงกันนอกสภาฯ ว่ามาตรา 112 เป็นการเมืองหรือไม่เป็นการเมือง ต้องควรได้รับความเห็นใจหรือไม่ได้รับ เขาคิดว่าเมื่อเรามาถึงขั้นตอนการพิจารณากฎหมายนิรโทษกรรมในวันที่ 9 ก.ค.นี้ ก็จะมีการถกเถียงพูดคุย และอธิบายในสภาฯ และเชื่อว่าประชาชนสามารถติดตามจากตรงนั้นได้
ต่อกรณีที่สื่อถามว่ามีนักกฎหมายบางคนวิเคราะห์ว่าไม่สามารถนำข้าวที่ขายมาชดเชยได้ ดนุพร เผยว่า เป็นเรื่องของศาล เพียงแต่ว่าเราก็มีช่องทางทางกฏหมายที่เหลืออยู่ โดยใช้มาตรา 75 เราก็พยายามที่สุด ส่วนศาลจะรับหรือไม่รับ ก็เป็นเรื่องที่เราต้องขอความเห็นเป็นธรรมต่อไป รัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลที่มาจากประชาชน การตำหนิรัฐบาลทำได้ เราเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง มีวาระ 4 ปี เหลืออีก 2 ปี ก็เลือกตั้งใหม่ หากคิดว่าพรรคเพื่อไทยทำอะไรไม่ถูกไม่ควรก็สามารถวิจารณ์ได้
