พรรคเพื่อไทยนำโดย ชูศักดิ์ ศิรินิล สส. บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค จาตุรนต์ ฉายแสง สส. บัญชีรายชื่อ มนพร เจริญศรี สส. นครพนม และคณะร่วมแถลงข่าวความคืบหน้าการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยืนยันหลักการ่างแก้รัฐธรรมนูญ ม.256 โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการคัดเลือก สสร. ในเบื้องต้น และให้รัฐสภาเลือกขั้นตอนสุดท้าย รวม 152 คน พร้อมเชื่อมั่นจะได้รับความร่วมมือจากทุกพรรคการเมืองอย่างดียิ่ง เพราะเป็นประโยชน์ของประเทศชาติแท้จริง
มติชน ชูศักดิ์กล่าวว่า ขณะนี้พรรคเพื่อไทยได้มีการตั้งคณะทำงานเพื่อยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ม.256 เสร็จเรียบร้อยแล้ว และวันนี้จะนำเสนอร่างต่อที่ประชุมพรรคเพื่อไทย เพื่อให้ สส. ร่วมลงชื่อ ซึ่งสาระสำคัญของร่างจะยึดโยงกับประชาชนให้มากที่สุด และไม่ขัดหรือแย้งกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่เคยมีคำวินิจฉัยไว้ เมื่อวันที่ 10 ก.ย. 2568 โดยยึดหลักการให้มี สสร. ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการเลือกเบื้องต้นของประชาชนในแต่ละจังหวัด แล้วให้รัฐสภามาเลือกจาก 300 คน เหลือ 100 คน เป็น สสร. ที่มาจากประชาชน และเลือกโดยรัฐสภาในขั้นตอนสุดท้าย
สสร. มาจากการแต่งตั้งจากผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อของภาคส่วนต่างๆ จำนวน 52 คน รวมแล้วจะมี สสร. 152 คน เพื่อทำหน้าที่ยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งการจัดทำรัฐธรรมนูญพรรคเพื่อไทยเห็นว่าควรที่จะมีความหลากหลาย จึงเปิดโอกาสให้องค์กรต่างๆ ทั้งองค์กรวิชาชีพ องค์กรทางการเมือง องค์กรภาคธุรกิจเอกชน สมาคม มูลนิธิ รวมถึงสื่อมวลชน หรือแม้แต่สภานักศึกษา สามารถเสนอชื่อมาเป็น สสร. ได้ จะทำให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ สะท้อนความคิดของบุคคลกลุ่ม และองค์กรทั้งหลาย ทำให้มีความหลากหลายมากขึ้น

ร่างรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย ยังคงยืนยันหลักการห้ามเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองของรัฐ ห้ามเปลี่ยนแปลงระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามหลักการทั่วไปของมาตรา 255 นอกจากนั้น เรายังเพิ่มเติมบทบัญญัติว่า สสร. ที่ยกร่างรัฐธรรมนูญจะต้องมีบทบัญญัติที่คุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาค และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และมีการวางกลไกที่มีประสิทธิภาพในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบที่เข้มแข็ง มีหลักการนิติธรรม ธรรมาภิบาล และที่สำคัญคือ ต้องมีการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น สสร. จะต้องมีแนวเพื่อยึดกรอบในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และเมื่อยกร่างรัฐธรรมนูญแล้ว อำนาจในการอนุมัติเป็นของรัฐสภา และอำนาจในการอนุมัตินี้ยังรวมไปถึงการให้อำนาจ สสร. ไปแก้ไขเพิ่มเติมได้แล้วนำกลับมาขอความเห็นชอบ แต่ต้องได้รับความเห็นชอบไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 โดยวางกรอบระยะเวลาจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ 300 วัน

ชูศักดิ์ระบุ เนื่องจากการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องใช้เสียงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 หรือประมาณ 100 คน แต่พรรคเพื่อไทยมีสส. 74 คน จึงมีความจำเป็นต้องขอเสียงสนับสนุนจากพรรคการเมืองอื่น ให้ร่วมลงชื่อในร่างของพรรคเพื่อไทยให้ครบตามจำนวน ซึ่งขณะนี้ได้มอบหมายให้นางมนพร ประสานไปยังพรรคการเมืองต่างๆ เรียบร้อยแล้ว ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องส่วนรวม เป็นเรื่องของประเทศชาติ พรรคเพื่อไทยจึงไม่คิดว่าเป็นเรื่องของฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล โดยทราบว่าขณะพรรคการเมืองที่มีเสียงไม่ถึง ก็มีการประสานมายังพรรคเพื่อไทย หรือพรรคการเมืองอื่นเพื่อร่วมสนับสนุนในลักษณะเดียวกัน ซึ่งคาดว่าจะสามารถยื่นต่อประธานรัฐสภาได้ประมาณต้นเดือนมิถุนายน
จาตุรนต์กล่าวว่า ที่ผ่านมาตนได้ร่วมวงเสวนาหลายวงเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีความห่วงใย หรือข้อครหาว่าทำเพื่อประโยชน์ของสมาชิกรัฐสภาเอง หรือเพื่อประโยชน์ของพรรคการเมือง ดังนั้น การยกร่างของพรรคเพื่อไทย จึงมีองค์กรต่างๆ ที่มีความเชื่อมโยงกับประชาชนเข้ามาเป็น สสร. ในการยกร่าง ไม่เช่นนั้นการแก้ไขรัฐธรรมนูญตั้งแต่มาตรา 256 จนถึงการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ อาจจะถูกกำหนดโดยเสียงข้างมากที่เกิดขึ้นใหม่หลังการเลือกตั้ง เพราะหากเป็นเช่นนั้นจะไม่ตรงกับเจตนารมณ์ของประชาชนที่ต้องการให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้น เป็นรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน และมีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น
สำหรับการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ พรรคเพื่อไทยยินดีที่จะสนับสนุนร่างแก้ไขของพรรคการเมืองอื่น และ สส.ไม่มีข้อจำกัด สามารถลงชื่อสนับสนุนร่างของพรรคการเมืองอื่นได้ โดยไม่เลือกว่าเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล เพียงแค่มีเจตนาร่วมกันเพื่อที่จะนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 สู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่ในส่วนของพรรคเพื่อไทยที่ยังขาดเสียงสนับสนุนอยู่ไม่มาก คาดว่าจะได้รับเสียงสนับสนุนจากพรรคการเมืองอื่นได้ไม่ยากและโดยเร็ว
เมื่อถามว่า มองว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้จะแล้วเสร็จในรัฐบาลนี้หรือไม่ ชูศักดิ์กล่าวว่า ที่ผ่านมาการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่สำเร็จ เพราะมีการร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ทำให้การแก้ไขไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ หรือเรื่องข้อจำกัดเรื่อง เสียง สว. ในการให้ความเห็นชอบ ประเด็นเหล่านี้หากทำความเข้าใจกันจริงๆ แล้วลดเงื่อนไขที่คิดว่าไม่น่าจะใช่สาระสำคัญ หรือจำเป็นแบบถึงที่สุด ตนคิดว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญสามารถเดินหน้าไปได้ มีความพยายามในการจัดทำรัฐธรรมนูญมานานแล้ว แต่ตนก็ยังหวังว่าจะมีความสำเร็จได้
สถานการณ์การเมืองขณะนี้รัฐบาลมีเสียงข้างมากจะทำให้สำเร็จได้ใช่หรือไม่ ชูศักดิ์กล่าวว่า หากดูจำนวนเสียงเช่นนั้นก็สามารถมองได้ แต่ตนไม่อยากให้คิดไปว่าที่สำเร็จได้เพราะเสียงข้างมาก แต่ความสำเร็จนั้นต้องได้รัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ ไม่ใช่ถอยหลังลงไปอีก
