หลังปฏิบัติการ 1027 ที่กองกำลังโกก้าง MNDAA สามารถยึดคืนเมืองเล้าก์ก่ายมาจากกองทัพพม่า และขยายไปยึดเมืองใหญ่อื่นๆ ในรัฐฉาน กินพื้นที่โดยรอบเมืองล่าเสี้ยว ล่าสุดกองกำลังโกก้างกำลังปรับแผนยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่ โดยเพิ่งแถลงนโยบายในด้านต่างๆ รวมทั้งยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจ การอำนวยความสะดวกการค้าชายแดนกับจีน การลงทุนโครงสร้างดิจิทัล ฯลฯ เพื่อลบภาพกองกำลังชาติพันธุ์ที่พึ่งพาธุรกิจสีเทา และพยายามแสวงหาการยอมรับทางการเมือง ลงหลักปักฐานเป็นรัฐบาลของกองกำลังชาติพันธุ์ในพื้นที่รัฐฉานตอนเหนือ

ภาพถ่ายเมื่อ 20 ต.ค. 2567 กองพลน้อยที่ 611 กองกำลังโกก้าง MNDAA ประชุมสรุปยุทธการยึดล่าเสี้ยว ประดับยศและมอบเข็มเชิดชูให้กองพันที่ 607 | ที่มาภาพ: แฟ้มภาพ/Telegram/Kokang News
ภายในรัฐฉาน ประเทศพม่า ซึ่งมีพื้นที่ติดต่อกับไทยชายแดนติดประเทศไทยกำลังมีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ ขณะที่ “ว้าแดง” หรือกองทัพสหรัฐว้า UWSA ถูกพูดถึงอย่างหนาหู หลังการเอ่ยถึงโดยทักษิณเมื่อไม่นานมานี้ เขตปกครองตนเองโกก้างซึ่งปัจจุบันครอบคลุมพื้นที่กว่า 1 ใน 5 ของรัฐฉานตอนเหนือกลับไม่ถูกพูดถึงมากนัก
กองกำลังโกก้างมีชื่อทางการว่ากองทัพพันธมิตรประชาธิปไตยแห่งชาติเมียนมา หรือ MNDAA ก่อตั้งในพ.ศ. 2532 กำลังพลส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์จีนโกก้างซึ่งพูดภาษาจีน และประจำการอยู่ทางตอนเหนือของรัฐฉานที่อยู่ใกล้ชายแดนฝั่งจีน
เมื่อปีที่แล้วกองกำลังโกก้างเป็นหนึ่งในกลุ่มสามพันธมิตรภราดรภาพที่อยู่ใน "ปฏิบัติการ 1027” ร่วมกับกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติตะอาง (TNLA) และกองทัพอาระกัน (AA) ภายใต้ปฏิบัติการดังกล่าว กองกำลังโกก้างได้เข้ายึดครองเมืองเล้าก์ก่ายซึ่งเป็นเมืองใหญ่ติดชายแดนจีน หลังเคยอยู่ใต้การยึดครองของกองทัพพม่ามาตั้งแต่ 2552 และกองกำลังโกก้างยังขยายอาณาเขตไปกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่รัฐฉาน จากที่เดิมยึดครองได้เพียง 3 เปอร์เซ็นต์
ที่ผ่านมา โกก้างถูกมองว่าเป็นแดนสนธยาเต็มไปด้วยกิจกรรมทุนเทาหลากรูปแบบ เช่น กาสิโน ตลาดมืด แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ไปจนถึงยาเสพติด กิจกรรมเหล่านี้เป็นแหล่งรายได้ของกองกำลังโกก้างมาโดยตลอด จนกองกำลังโกก้างถูกขนานนามโดยสหรัฐอเมริกาว่า "กลุ่มกบฎยาเสพติด"
อธีนา ออน นอว์ ผู้เชี่ยวชาญด้านพลวัตความขัดแย้งทางชาติพันธุ์ในพม่าเขียนบทความลงในสื่ออิรวดีเมื่อวันที่ 20 พ.ค. ที่ผ่านมา ระบุกองกำลังโกก้างกำลังปรับแผนยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่ เพื่อลบภาพจำดังกล่าวและลงหลักปักฐานเป็นรัฐบาลชาติพันธุ์โดยชอบธรรม
คณะกรรมการบริหารเขตปกครองตนเองโกก้างประกาศนโยบายเป็นภาษาจีนเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ในบรรดากองกำลังชาติพันธุ์ที่ได้ดินแดนเพิ่มเติมหลังปฏิบัติการ 1027 โกก้างเป็นกลุ่มแรกที่ประกาศนโยบายเศรษฐกิจต่อสาธารณะ โดยนำเสนอกลยุทธ์เศรษฐกิจที่โดดเด่น ทำให้โกก้างแตกต่างจากกองกำลังชาติพันธุ์อื่นๆ ในรัฐฉานซึ่งยังคงพึ่งพาธุรกิจสีเทา
ชิงความชอบธรรม

ทหารกองกำลังโกก้าง MNDAA เข้าร่วมพิธีจบหลักสูตรฝึกอบรมของกองพลที่ 211 เมื่อ 25 เมษายน 2568
ที่มา: Kokang Information Network

แผนที่รัฐฉานตอนเหนือ แสดงพื้นที่ยึดครองล่าสุดของกองกำลังโกก้าง MNDAA ภายหลังปฏิบัติการ 1027
ที่มา: The Irrawaddy
อธีนา ออน นอว์ ให้ความเห็นว่า การเปลี่ยนผ่านจากเศรษฐกิจสีเทาไปสู่เศรษฐกิจขาวสะอาดของโกก้าง สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ระยะยาวและน่าจะได้รับอิทธิพลจากจีน ยังไม่รวมว่าการอำนวยความสะดวกการค้าชายแดนและการเปิดเสรีทางการเงินยิ่งตอกย้ำแนวทางเศรษฐกิจที่เน้นจีนเป็นศูนย์กลาง
แม้จะนำเสนอในภาษาของ 'การพัฒนาเศรษฐกิจ' แต่นโยบายเหล่านี้มุ่งเป้าไปที่วาระทางการเมืองเป็นวงกว้าง ได้แก่ การหล่อหลอมอำนาจอธิปไตยโดยพฤตินัย การก่อตั้งสถาบันต่างๆ ที่มีลักษณะเหมือนหน่วยงานของรัฐ และการจัดวางให้โกก้างเป็นตัวแสดงทางเศรษฐกิจและการเมืองที่ชอบธรรมตามแนวชายแดนจีน-พม่า
นโยบายเหล่านี้ประกอบด้วยการปราบปรามอุตสาหกรรมผิดกฎหมาย การส่งเสริมการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่ง พลังงาน การพัฒนาเมือง บริการทางการแพทย์ และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลผ่านเงินทุนของรัฐและเอกชนอย่างเป็นกิจจะลักษณะ
นอกจากนี้ โกก้างยังมีนโยบายเปลี่ยนแปลงการเกษตรแบบดั้งเดิมด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หันไปมุ่งเน้นเศรษฐกิจอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม แต่ใช้แรงงานอย่างเข้มข้น เช่น อุตสาหกรรมยา การแปรรูปหยก ยาสูบ และการประกอบและการผลิตเครื่องจักรจำนวนมาก ไปจนถึง ยานยนต์ไฟฟ้า เสื้อผ้า และรองเท้า
สร้างระเบียงเศรษฐกิจ
อุตสาหกรรมขนาดใหญ่จะต้องมีตลาดรองรับสินค้า และโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่เมื่อพัฒนาขึ้นแล้วก็ควรนำมาใช้รองรับการแลกเปลี่ยนปฏิสัมพันธ์ในปริมาณมาก ส่วนที่เข้ามาตอบโจทย์ 2 เรื่องนี้คือความร่วมมือเศรษฐกิจข้ามชายแดน อันได้แก่ ระเบียงเศรษฐกิจจีน-พม่า (CMEC) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (BRI) ของจีน
นโยบายของโกก้างกำหนดให้มีการปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางการค้าผ่านการสร้างช่องทางค้าขายที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ สร้างระบบให้สามารถจัดเก็บและถ่ายโอนสินค้าในปริมาณมากได้อย่างสะดวก สร้างเขตปลอดภาษีอากร ขยายการนำเข้าและส่งออก พัฒนาระบบขนส่งควบคุมอุณหภูมิ และให้สิทธิพิเศษเพื่อกระตุ้นการค้าข้ามพรมแดนอย่างสร้างสรรค์
เนื่องจากโกก้างตั้งอยู่บนจุดตัดทางยุทธศาสตร์ของเส้นทางการค้าระหว่างประเทศที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่ เช่น ระเบียงการค้าทางบก-ทางทะเลระหว่างประเทศ (ILSTC) และโครงการเชื่อมโยงทางรถไฟและถนนจีน-พม่า-มหาสมุทรอินเดียภายใต้กรอบความร่วมมือล้านช้าง-แม่โขง เส้นทางเหล่านี้ตัดผ่านเมืองชีงชเวห่อซึ่งปัจจุบันเป็นของกองกำลังโกก้าง โกก้างจึงใช้ประโยชน์จากทำเลดังกล่าวในการเป็นศูนย์กลางการค้าตามแนวชายแดนจีน-พม่า
โครงสร้างเศรษฐกิจเหล่านี้นอกจากจะเชื่อมโยงกับภาคตะวันตกของจีน ได้แก่ มณฑลยูนนานและเขตปกครองตนเองในบริเวณดังกล่าวแล้ว ยังเชื่อมโยงกับตลาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผ่านมหาสมุทรอินเดียด้วย ดังนั้น ทำเลที่ตั้งของโกก้างจึงเป็นที่หมายตาของจีนที่กำลังขยายอิทธิพล โดยกลุ่มบริษัทต่างๆ กำลังพยายามเข้ามาเป็นสะพานเชื่อมการลงทุนระหว่างโกก้างกับจีน เพื่อผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและการเมืองผ่านโครงการขนาดใหญ่
ผู้นำกองกำลังโกก้างไม่เพียงแต่สนับสนุนการนำ CMEC ไปปฏิบัติเท่านั้น แต่ยังดูเหมือนจะเลียนแบบการพัฒนาของจีนด้วย หลังปฏิบัติการ 1027 กองกำลังโกก้างได้เพิ่มการควบคุมจุดตรวจชายแดนต่างๆ ในเมืองชีงชเวห่อ เพื่อเป็นประตูสู่การค้าและเชื่อมโยงกับโครงสร้างพื้นฐานและอุตสาหกรรมต่างๆ ในโกก้าง ขณะเดียวกันการเดินเกมครั้งนี้ก็มีความสำคัญทางการเมืองและภูมิรัฐศาสตร์ ช่วยเสริมสร้างอำนาจการปกครองตนเองและอิทธิพลของโกก้างในภูมิภาคมากขึ้น
ระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์เนื่องในเทศกาลตรุษจีน เผิง เต๋อเหริน ผู้นำกองกำลังโกก้างกล่าวว่ากองกำลังโกก้างจะยึดมั่นตามนโยบายให้จีนเป็นตัวกลางส่งเสริมสันติภาพและการเจรจาในพม่า และจะคว้าโอกาสต่างๆ จากโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางผ่านโครงการยุทธศาสตร์ต่างๆ รวมถึงส่งเสริมการนำเข้าและส่งออก และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรแร่ธาตุต่างๆ
ผู้นำกองกำลังโกก้างระบุอีกว่า เขตปกครองพิเศษโกก้างจะเปิดรับการค้าอย่างเต็มรูปแบบด้วย ในพื้นที่เช่นเล้าก์ก่ายและชินฉ่วยเห่อยังอยู่ในช่วงระหว่างขยายทางหลวงและการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน อีกด้านหนึ่ง จีนได้เปิดประตูชายแดนบางส่วนอีกครั้งโดยอนุญาตให้ส่งออกและนำเข้าระหว่างสองฝ่ายอย่างจำกัด ปัจจุบันเมืองเล้าก์ก่ายค่อยๆ กลับสู่ภาวะปกติ ขณะเดียวกัน โกก้างก็เพิ่งเสร็จสิ้นการซ่อมสะพานกุนโหลง บนทางหลวงหมายเลข 3 (มัณฑะเลย์-ล่าเสี้ยว-หมู่เจ้) ที่มีความสำคัญต่อเส้นทางการค้าระหว่างจีนและพม่า
ใช้ประโยชน์จากทรัพยากร
ในส่วนของการทำเหมืองโกก้างใช้ 2 แนวทางคู่ขนานกัน ได้แก่ การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรและการสำรวจเชิงบูรณาการ โดยมอบสัมปทานให้กับผู้มีความพร้อมทางการเงิน ความรู้ทางเทคนิค และมีความสามารถในการบริการก่อน
อาณาเขตของโกก้างมีแร่ธาตุที่ไม่ใช่โลหะ เช่น หินปูน ซิลิกา แบริต์ ทรายภูเขา ทรายแม่น้ำ และแร่ธาตุโลหะ เช่น ตะกั่ว สังกะสี ทองแดง ทองคำ และเงิน ที่น่าสนใจอย่างยิ่งคือพลวง เป็นแร่ธาตุที่อยู่ในความต้องการของตลาดโลก รายการทรัพยากรแร่ธาตุเหล่านี้ถูกบรรจุอยู่ในนโยบายเศรษฐกิจของโกก้าง รวมถึงแจกแจงอย่างเป็นระบบว่าแร่ธาตุแต่ละชนิดมีความสำคัญต่อจีนอย่างไร โดยอ้างอิงจากสำนักงานบริหารศุลกากรทั่วไปของจีน และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ โกก้างยังให้ความสำคัญกับการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลขั้นสูงด้วย เช่น เครือข่ายสื่อสาร 5G ดาต้าเซ็นเตอร์ เอไอ และระบบคลาวด์คอมพิวเตอร์ ที่ช่วยให้การผลิตอุตสาหกรรมมีประสิทธิภาพมากขึ้น แสดงถึงความทะเยอทะยานในการปรับปรุงเศรษฐกิจท้องถิ่นให้ทันสมัยผ่านอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ในภาคการเงินและการประกันภัย นโยบายของโกก้างยังส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศในธนาคารและบริการประกันภัย ควบคู่ไปกับความพยายามในการสร้างระบบนิเวศทางการเงินที่โปร่งใสและถูกต้องตามกฎหมายด้วย
บูรณาการเข้าหาจีน
แผนเศรษฐกิจของโกก้างไม่ได้สะท้อนเพียงมิติด้านการบริหาร แต่ยังเป็นแผนการสถาปนารัฐและแสวงหาความชอบธรรมที่ถูกออกแบบมาอย่างดี เพื่อรักษาอาณาเขตที่ได้มา โมเดลของโกก้างอาจเป็นต้นแบบสำหรับกองกำลังชาติพันธุ์อื่นๆ แต่อาจทำให้ความแบ่งแยกทางชาติพันธุ์และการเมืองในพม่าเพิ่มมากขึ้น
นโยบายของโกก้างสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การขยายอำนาจเศรษฐกิจของจีน โดยเฉพาะวิสัยทัศน์เรื่องการบูรณาการชายแดนโดยมีมณฑลยูนนานเป็นศูนย์กลาง แผนการของโกก้างนอกจากดึงดูดนักลงทุนจีนจากภาครัฐและเอกชนแล้ว ก็ยังเสริมสร้างบทบาทของตนในฐานะประตูสู่พม่าที่มีเสถียรภาพและเป็นมิตรต่อการลงทุนด้วย
อย่างไรก็ตาม นโยบายเศรษฐกิจเหล่านี้จะทำให้โกก้างต้องพึ่งพาจีนในด้านโครงสร้างพื้นฐาน การค้า และทุนมากขึ้น แต่การพึ่งพานี้ได้รับการคำนวณไว้แล้วว่าจะทำให้โกก้างมีอำนาจต่อรองมากขึ้น จากการควบคุมเส้นทางการค้าและการเข้าถึงแร่ธาตุที่สำคัญ ทำให้โกก้างเป็นตัวแสดงที่จีนขาดไม่ได้ หากต้องการรักษาห่วงโซ่อุปทานและเส้นทางการค้าไปยังมหาสมุทรอินเดีย
องค์ประกอบสำคัญอีกประการหนึ่งในนโยบายเศรษฐกิจของโกก้างคือการกระจายความเสี่ยงทางเศรษฐกิจผ่านการลงทุนในหลายภาคส่วน เพื่อสร้างการจ้างงานพลเรือนและลดการพึ่งพาความขัดกันด้วยอาวุธ อย่างไรก็ตาม การขยายตัวอย่างรวดเร็วของการทำเหมืองและอุตสาหกรรมโดยขาดมาตรการรักษาสิ่งแวดล้อมอาจทำให้ระบบนิเวศน์เสื่อมโทรม ชุมชนได้รับผลกระทบ นำไปสู่การต่อต้านในท้องถิ่นและปัญหาความชอบธรรมของโกก้าง
ความใฝ่ฝันทางการเมือง
ตั้งแต่ปฏิบัติการ 1027 โกก้างดูเหมือนจะไม่ได้ต้องการแค่อาณาเขตเหมือนในอดีต แต่ผู้นำกำลังยกระดับไปสู่การแสวงหาการยอมรับทางการเมืองอย่างเป็นทางการ โดยเฉพาะในด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
ความต้องการเหล่านี้ไปไกลกว่าเขตการปกครองตนเองที่รัฐธรรมนูญพม่า พ.ศ. 2551 บัญญัติไว้ สะท้อนว่าอำนาจการปกครองตนเองอย่างจำกัดจำเขี่ย และการบริการจัดการที่มีพื้นฐานมาจากข้อตกลงเจรจาหยุดยิง ไม่เพียงพอสำหรับผู้นำโกก้างอีกต่อไป
ผู้สังเกตการณ์เตือนว่า หากไม่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ โกก้างอาจลงเอยเหมือนกองทัพสหรัฐว้า หรือเมืองลา ที่มีอิทธิพลทางเศรษฐกิจแต่ถูกกีดกันทางการเมือง แม้กองทัพสหรัฐว้าจะต้องการให้รัฐบาลกลางรับรองสถานะเป็น "รัฐ" แทน "ภูมิภาค" แต่ก็ยังถูกปฏิเสธมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน หากรัฐบาลทหารพม่ายื่นข้อเสนอเพียงเพื่อแบ่งปันกำไรทางเศรษฐกิจ แต่ไม่มีข้อตกลงทางการเมืองอย่างมีความหมาย โกก้างอาจถูกจำกัดบทบาทเป็นเพียงตัวแสดงทางการค้า และขาดความชอบธรรมที่พวกเขากำลังแสวงหา
น่าจับตาว่า รัฐบาลทหารพม่าจะเข้าร่วมในการเจรจาทางการเมืองในระดับลึกขึ้นหรือไม่ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า หรืออาณาเขตที่โกก้างได้มาจะเป็นพื้นที่เศรษฐกิจเปราะบางที่ไม่ได้รับการยอมรับ
หากประสบความสำเร็จ โกก้างโมเดลอาจส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ ส่งผลดีต่อความโปร่งใส และความเชื่อมโยงในภูมิภาคอย่างมาก นักธุรกิจที่สนใจลงทุนในโกก้างจะให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพมากกว่าความสอดคล้องทางการเมือง ตัวอย่างเช่น เมืองแสนหวีตั้งอยู่บริเวณชายแดนจีน-พม่าปัจจุบันมีธุรกิจจีนต้องการเข้ามาลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างมาก
หากข้อตกลงทางการเมืองกับรัฐบาลทหารพม่าเป็นไปตามที่โกก้างวางแผนไว้ พร้อมกับที่บูรณาการเศรษฐกิจเข้าหาจีน โกก้างก็จะได้รับการยอมรับจากฝั่งจีนด้วย ขณะนี้ดูเหมือนว่าโกก้างจะอยู่ในตำแหน่งที่มีโอกาสได้การยอมรับทางการเมืองในระดับที่สูงกว่าชาติพันธุ์ว้าและเมืองลา
ในภาพรวม การเดินเกมของโกก้างอาจบั่นทอนเอกภาพในบริเวณชายแดนจีน-พม่า ส่งผลให้พื้นที่ดังกล่าวแตกย่อยออกเป็นเขตเศรษฐกิจที่มีอิสระเป็นของตัวเองมากขึ้น อย่างไรก็ตาม เขตเศรษฐกิจเหล่านี้แต่ละแห่งก็มีแนวโน้มว่าจะบูรณาการเข้าหาจีนมากขึ้นเช่นกัน
การพึ่งพาการลงทุนและการสนับสนุนทางการเมืองจากจีนอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงเชิงยุทธศาสตร์ได้ หากรัฐบาลปักกิ่งเปลี่ยนวิธีการจัดลำดับความสำคัญไม่ว่าทางใด ตัวแบบการปกครองเกิดใหม่เหล่านี้ก็จะพลอยได้รับผลกระทบตามไปด้วย
อย่างไรก็ตาม นโยบายเศรษฐกิจของโกก้าง อาจเรียกได้ว่าเป็นสหพันธรัฐนิยมเชิงเศรษฐกิจ (economic federalism) เป็นการท้าทายต่ออำนาจรัฐส่วนกลาง และสะท้อนให้เห็นถึงภูมิทัศน์ทางการเมืองที่แตกแยกของพม่า และทั้งหมดนี้เป็นโอกาสและความเสี่ยงต่ออนาคตของความเป็นสหพันธรัฐชองพม่าในอนาคตอย่างแน่นอน
ถึงที่สุดแล้ว นโยบายเศรษฐกิจของโกก้างอาจนำไปสู่การปรับเปลี่ยนการจัดวางอำนาจและอธิปไตยอย่างมียุทธศาสตร์ และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของพลวัตความขัดแย้ง และการเปลี่ยนแปลงแนวโน้มความสัมพันธ์ระหว่างจีนและพม่าด้วย
เรียบเรียงจาก
Kokang’s New Power Play: Economic Integration With China, The Irrawaddy, 20 May 2025 https://www.irrawaddy.com/opinion/analysis/kokangs-new-power-play-economic-integration-with-china.html
