'แหวน ณัฏฐธิดา' พยาบาลอาสาออกจดหมายเปิดผนึกเรียกร้องสิทธิประกันตัวให้ 'เอกชัย' ที่ถูกขังระหว่างสู้คดีขวางขบวนเสด็จต่อในศาลฎีกา เพื่อให้ได้ออกไปรักษาตัวจากอาการปวดท้องเรื้อรังมาหลายเดือน และก่อนหน้านี้ 'หมอสุภัทร' มีความเห็นว่าอาการปวดท้องเรื้อรังของเอกชัยไม่ได้รับการตรวจรักษาโดยละเอียดจากทาง รพ.ราชทัณฑ์ ซึ่งอาจเป็นโรคร้ายแรงเช่นมะเร็งที่กำลังก่อตัวหรือโรคจากภูมิคุ้มกันได้
14 ก.ค.2569 ณัฏฐธิดา มีวังปลา หรือแหวน พยาบาลอาสา ออกจดหมายเปิดผนึกเรียกร้องสิทธิประกันตัวหรือให้ส่งตัวเอกชัย หงษ์กังวาน ไปตรวจรักษา เนื่องจากขณะนี้เอกชัยยังเป็นผู้ต้องขังตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 110 ข้อหาประทุษร้ายพระราชินีหรือรัชทายาทฯ จากกรณีถูกกล่าวหาว่าร่วมอยู่ในการชุมนุมเมื่อวันที่ 14 ต.ค.2563 เพื่อขับไล่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาที่ถนนพิษณุโลกใกล้ทำเนียบรัฐบาลขณะที่ขบวนเสด็จของพระราชินีและ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติเคลื่อนผ่านเข้าไปในพื้นที่ชุมนุม
เดิมทีคดีดังกล่าวศาลชั้นต้นเคยยกฟ้องทุกข้อหาไปแล้วเนื่องจากพยานเจ้าหน้าที่ตำรวจเองและมีหลักฐานสอดคล้องกันว่าเอกชัยรวมถึงจำเลยในคดีเดียวกันอีก 4 คน ไม่ทราบมาก่อนว่าจะมีขบวนเสด็จกผ่านเส้นทางนั้นและขณะเกิดเหตุผู้ชุมนุมก็กำลังเผชิญหน้ากับตำรวจควบคุมฝูงชนทำให้ไม่เห็นในตอนแรก อีกทั้งเอกชัยยังเป็นคนแจ้งกับผู้ชุมนุมว่ามีขบวนเสด็จผ่าน และจำเลยคนอื่นก็บอกให้นั่งลงเมื่อผู้ชุมุนมเปิดทางให้ขบวนผ่านแล้ว และผู้ชุมนุมก็ไม่ได้มีการขว้างปาสิ่งของ ศาลจึงเห็นว่าพวกเขาไม่ได้มีเจตนาขัดขวางขบวนเสด็จ
อย่างไรก็ตามภายหลัง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ลงโทษจำคุกจำเลยทั้ง 5 คน คนละ 16 ปี แต่เอกชัยเนื่องจากเพิ่งพ้นโทษคดีเดิมไม่ถึง 5 ปี ศาลจึงเพิ่มโทษจำคุกเป็น 21 ปี 4 เดือน เพราะศาลมองว่าทั้ง 5 คนตั้งใจขวางแต่ไม่บรรลุผล แต่จำเลยทั้ง 5 คน ยังคงสู้คดีต่อในชั้นศาลฎีกาทำให้คดียังไม่สิ้นสุด
ข้อเรียกร้องตามจดหมายเปิดผนึกครั้งนี้ของณัฏฐธิดาที่ต้องการให้เอกชัยได้สิทธิประกันตัวระหว่างสู้คดีหรือให้มีการส่งตัวเอกชัยไปตรวจรักษาในสถานพยาบาลนอกเรือนจำ เนื่องจากเอกชัยมีอาการปวดท้องเรื้อรัง น้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ร่างกายอ่อนแรง แม้ว่าทางเรือนจำจะมีการรักษาแต่เป็นเพียงการให้ยาขับลมและยารักษาต่อมลูกหมากโต ซึ่งควรจะต้องส่งตัวเอกชัยไปรับการตรวจเลือดอย่างละเอียดและทำ MRI เพื่อวินิจฉัยโรค
"หากการเดินลงถนนเพื่อไปมองดูรถที่กำลังจะขับผ่านมา แต่รถนั้นยังขับผ่านมา แบบนี้เรียกว่าประทุษร้ายอาฆาตมาดร้ายใช่หรือไม่ การตั้งคำถามเช่นนี้ แหวนรู้ตัวดีว่าเสี่ยงต่อการตั้งข้อกล่าวหาอาฆาตมาดร้ายต่อสถาบันกษัตริย์อีกเช่นกัน แต่หากสังคมไทยจะอยู่ด้วยกันได้จะต้องมีการสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา เพื่อที่จะไม่สร้างความเกลียดแค้นชิงชังต่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง " ณัฏฐธิดาระบุในจดหมาย
ประเด็นนี้นอกจาณัฏฐธิดาแล้ว ยังมี นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลสะบ้าย้อยที่ทำความเห็นทางการแพทย์ที่ถูกใช้ในการยื่นคำร้องขอประกันตัวด้วย
ข้อมูลตามใบความเห็นแพทย์ของ นพ.สุภัทรระบุว่า จากการตรวจสอบบันทึกเวชระเบียนผู้ป่วยในและใบรายงานผลของแผนกรังสีวิทยาจากทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ที่ได้ทำการตรวจร่างกายเอกชัยไว้ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2569 เขาได้ข้อสรุปว่า
“เอกชัย หงส์กังวานควรได้รับการตรวจรักษาและการวินิจฉัยหาสาเหตุอย่างจริงจังสำหรับอาการปวดท้องเรื้อรังและน้ำหนักลดเรื้อรัง เพื่อคัดกรองภาวะโรคมะเร็งในระยะเริ่มแรก หรือโรคอื่นใดที่เป็นเป็นสาเหตุได้ จากโรงพยาบาลที่มีแพทย์เฉพาะทางผู้เชี่ยวชาญหลายแผนก ซึ่งทางโรงพยาบาลราชทัณฑ์ไม่มีศักยภาพในการให้การรักษาอย่างเพียงพอตามมาตรฐานทางการแพทย์” นพ.สุภัทรระบุพร้อมขอให้ทางกรมราชทัณฑ์ส่งตัวเอกชัยต่อให้กับโรงพยาบาลรัฐที่มีความพร้อมมากกว่านี้เช่น โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ หรือให้เขาได้สิทธิประกันตัวเพื่อไปรับการรักษา
นพ.สุภัทรได้ระบุถึงเหตุที่ควรส่งตัวเอกชัยเข้ารับการตรวจอย่างละเอียดเนื่องจากบันทึกของทางโรงพยาบาลราชทัณฑ์เองสะท้อนว่า “การรักษาที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ ยังไม่สามารถหาสาเหตุที่นายเอกชัย หงส์กังวาน ปวดท้องได้” ด้วยสาเหตุดังนี้
- เอกชัยพบแพทย์ของ รพ.ราชทัณฑ์ด้วยอาการปวดท้องด้านขวาและพักรักษาตัวอยู่ 3 วัน(13-16 มี.ค.2569) และการวินิจฉัยก่อนออกจาก รพ.นั้นสรุปว่ามีอาการปวดท้องซึ่งแปลว่า “ยังไม่ได้ตรวจพบสาเหตุที่แท้จริง” และมีการจ่ายยากลุ่มโรคกระเพาะ ยาต่อมลูกหมากโตและยาทาผิวแห้ง และภายหลังผลอัลตร้าซาวด์วันที่ 23 มี.ค.2569 ออกมาว่าตับม้ามโตเล็กน้อย ซึ่งไม่อธิบายภาวะปวดท้อง
- น้ำหนักตัวของเอกชัยลดลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากด้วยส่วนสูง 185 ซม.แต่มีน้ำหนักตัวเพียง 65 กก. น้อยกว่ามาตรฐานถึง 20 กก. ทั้งที่ควรจะต้องมีน้ำหนักตัว 85 กก.เมื่อเทียบกับส่วนสูงแล้ว และบันทึกของพยาบาลยังระบุว่าน้ำหนักของเอกชัยลดลงจาก 72 เหลือ 65 กก.ใน 6 เดือน ซึ่งการที่น้ำหนักลดลงเร็วเช่นนี้ ต้องคิดถึงว่าอาจเกี่ยวกับโรคร้ายแรงเช่น มะเร็งที่กำลังก่อตัวหรือมีภาวะทางสุขภาพจิต
- อย่างไรก็ตาม จากบันทึกการตรวจสุขภาพจิตของเอกชัยจากนักจิตวิทยาคลินิกชำนาญการของทาง รพ.ราชทัณฑ์เองกลับไม่พบว่าเอกชัยมีปัญหาสุขภาพจิต ไม่พบอาการซึมเศร้าหรือแนวโน้มฆ่าตัวตาย ดังนั้นจึงเป็นไปได้ที่น้ำหนักตัวของเอกชัยไม่ได้ลงลงด้วยสาเหตุทางสุขภาพจิต
นพ.สุภัทรระบุว่า ด้วยภาวะดังที่กล่าวไปนี้ และจากผลอัลตร้าซาวด์ไม่พบร่องรอยก้อนในตับทำให้เห็นว่าภาวะฝีในตับเมื่อ 3 ปีที่แล้วได้หายไปหมด ทำให้ในทางการแพทย์จะต้องหาสาเหตุว่าอะไรทำให้ปวดท้องเรื้อรังและน้ำหนักลดเรื้อรังร่วมกัน ต้องค้นหามะเร็งอย่งจริงจังก่อนจะสรุปว่าปวดท้องโดยไม่ใช่โรคมะเร็ง หรือค้นหากลุ่มโรคด้านภูมิคุ้มกัน หรือการติดเชื้อเช่นพยาธิ เป็นต้น
“เมื่อหาไม่พบโรคที่ชัดเจนแล้ว จึงรักษาไปตามอาการ เช่นการให้ยากระเพาะที่ทำอยู่ในปัจจุบันได้ อีกทั้งภาวะต่อมลูกหมากโตที่ระบุนั้น ทางโรงพยาบาลราชทัณฑ์ก็ไม่ได้ตรวจเลือดเพื่อคัดกรองโรคมะเร็งต่อมลูกหมากแต่อย่างใด”
ทั้งนี้ความคืบหน้าล่าสุด ทางทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนได้ยื่นคำร้องขอประกันตัวเอกชัยไปอีกครั้งเมื่อวานนี้ (13 ก.ค.2569) ต่อศาลฎีกา โดยขณะนี้ยังรอฟังผลว่าศาลจะให้เอกชัยประกันตัวหรือไม่
