กองกำลังอิสราเอลได้ควบคุมตัวสมาชิกกลุ่มแนวร่วม "ฟรีดอม ฟลอติลลา" กลุ่มส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมไปยังฉนวนกาซา บางส่วนถูกยังคงถูกจับกุมโดยกองทัพอิสราเอล และมีอย่างน้อย 4 รายที่ได้รับการส่งตัวกลับประเทศ รวมถึง “เกรตา ธันเบิร์ก” หนึ่งในนักกิจกรรมชาวสวีเดนที่เข้าร่วมกองเรือช่วยเหลือในครั้งนี้ด้วย
13 มิ.ย. 2568 แนวร่วม "ฟรีดอม ฟลอติลลา" FFC หรือ "กองเรือเล็กแห่งเสรีภาพ" พยายามบรรทุกสิ่งของช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมมุ่งหน้าไปยังฉนวนกาซา ที่เต็มไปด้วยกลุ่มพลเรือนที่ขาดแคลนจากสงครามและการปิดล้อมของกองทัพอิสราเอลในสงครามกาซา แต่ว่ามีเหตุที่เรือลำหนึ่งชื่อเรือ Madleen ถูกสกัดกั้นโดยกองทัพอิสราเอลและสูญเสียการติดต่อเป็นเวลา 24 ชั่วโมง
จนกระทั่งต่อมาในวันที่ 10 มิ.ย. 2568 กลุ่มทนายความจากศูนย์กฎหมายเพื่อสิทธิชนกลุ่มน้อยในอิสราเอล Adalah สามารถติดต่อกับกลุ่มคนที่ถูกควบคุมตัวโดยกองทัพอิสราเอลได้อย่างน้อย 10 คน จากทั้งหมด 12 คน อีกสองคนที่เหลือคือ โอมาร์ ฟายัด นักข่าวอัลจาซีรามีทีมกฎหมายของอัลจาซีรามาเป็นตัวแทนดำเนินการแยกต่างหาก และอีกคนคือ ยานิส มามดี นักข่าวจากฝรั่งเศสก็ได้รับที่ปรึกษาด้านกฎหมายจากเอกชนมาเป็นตัวแทนดำเนินการ
ทั้งนี้ ยังพบว่าในจำนวนสมาชิก FFC มีอยู่อย่างน้อย 4 ราย ที่ได้รับการส่งตัวกลับประกาศคือ แบบติส อังเดร จากฝรั่งเศส, เกรตา ธันเบิร์ก จากสวีเดน, เซอร์จิโอ ทอริบิโอ จากสเปน และ โอมาร์ ฟายัด จากฝรั่งเศส นักกิจกรรมที่เหลือ 8 รายจากอีกหลายประเทศทั้ง ตุรกี, เนเธอร์แลนด์, ฝรั่งเศส, บราซิล, เยอรมนี ยังคงถูกคุมขังโดยกองทัพอิสราเอล
กองเรือ FFC มีแผนการจะขนส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้าไปสู่กาซาที่ถูกปิดล้อมโดยอิสราเอล ในกองเรือนี้มีเรือลำหนึ่งชื่อ Madleen ที่ปักธงของอังกฤษ และมี เกรตา ธันเบิร์ก นักกิจกรรมเรื่องโลกร้อนโดยสารมาพร้อมกับนักกิจกรรมคนอื่นๆ
เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 9 มิถุนายน ที่ผ่านมา ตอนที่กองเรือด้านมนุษยธรรมของพวกเขาเข้าใกล้กาซากองทัพอิสราเอลก็นำกำลังเข้าปิดล้อม โดยมีการใช้กำลังโดรนแบบควอดคอปเตอร์เข้าควบคุมกองเรือ FFC ด้วยการฉีดสารสีขาวที่สร้างความระคายเคืองใส่ รวมถึงมีการรบกวนการสื่อสาร และส่งเสียงก่อกวนใส่กองเรือ
ทางกลุ่ม FFC ออกแถลงการณ์ในเรื่องนี้ว่า เรือของพวกเขา "ถูกโจมตี/ใช้กำลังเข้าสกัดก้้นโดยกองทัพอิสราเอล ...บนน่านน้ำสากล" นอกจากนี้ยังระบุอีกว่า เจ้าหน้าที่กองทัพอิสราเอลได้ขึ้นมาบนเรือนของพวกเขา "อย่างผิดกฎหมาย" และมีการ "ลักพาตัว" พลเรือนที่ไม่มีอาวุธ รวมถึงยึดสิ่งของช่วยชีวิตชาวกาซาเอาไว้เอาด้วย ไม่ว่าจะเป็น นมผงทารก, อาหาร และเวชภัณฑ์
ฮูไวดา อาร์ราฟ ทนายความด้านสิทธิมนุษยชนและผู้จัด FFC กล่าวว่า อิสราเอลไม่มีอำนาจทางกฎหมายใดๆ ที่จะคุมขังอาสาสมัครที่นำของไปช่วยเหลือชาวกาซา อีกทั้งยังบอกอีกว่าการที่อิสราเอลยึดสิ่งของเหล่านี้ถือเป็นการละเมิดกฎหมายนานาชาติและขัดต่อคำสั่งของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศที่ระบุให้ต้องมีการเข้าถึงด้านความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมอย่างไม่มีการขัดขวาง
อาร์ราฟบอกอีกว่าอิสราเอลไม่มีสิทธิตามกฎหมายใดๆ ในการจับกุมคุมขังนักกิจกรรมเหล่านี้ เพราะพวกเขาไม่ได้อยู่ภายใต้ขอบเขตอำนาจศาลของอิสราเอล การควบคุมตัวนักกิจกรรมในครั้งนี้ถือเป็น "การใช้อำนาจโดยพลการ ไม่เป็นไปตามกฎหมาย และควรจะต้องยุติโดยทันที"
ก่อนหน้าที่จะเกิดการจับกุม อิสราเอล คัทซ์ รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมอิสราเอลแถลงเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน ที่ผ่านมา ว่าได้มีการสั่งการให้กองทัพอิสราเอลหยุดเรือไม่ให้เข้าถึงกาซาโดยอ้างว่ามี "เกรตาผู้ต่อต้านชาวยิวและเพื่อนของเธอที่โฆษณาชวนเชื่อฮามาส" อยู่บนเรือและได้เตือนให้พวกเขาถอยเรือกลับออกไป
ทางการอิสราเอลยังใช้วาทกรรมโฆษณาชวนเชื่อกล่าวหาว่าเรือช่วยเหลือกาซาเป็น "เรือยอร์จเซลฟี" เป็นเรือของ "พวกดารา" ที่มา "กระตุ้นเร้าความสนใจจากสื่อ" และอ้างว่ามีการบรรทุกความช่วยเหลือมาเพียงแต่เล็กน้อย อีกทั้งยังอ้างว่าเรือของ FFC กำลังเข้าสู่พื้นที่หวงห้าม และบอกว่าพวกเขาจะเอาความช่วยเหลือที่ยึดได้บนเรือไป "ให้กับกาซาผ่านช่องทางช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมที่แท้จริง"
ในวันที่ 10 มิถุนายน รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของอิสราเอลแถลงว่า ได้ส่งตัวนักกิจกรรมที่ถูกควบคุมตัวส่วนหนึ่งกลับประเทศตัวเองผ่านท่าอากาศยานนานาชาติ เบน กูเรียน อีกทั้งยังแถลงว่า "ผู้ที่ปฏิเสธจะลงนามในเอกสารส่งตัวกลับประเทศแล้วออกจากอิสราเอลไป จะถูกนำตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยเป็นไปตามกฎหมายของอิสราเอล เพื่อขออำนาจศาลในการส่งตัวบุคคลเหล่านี้กลับประเทศ
FFC แถลงว่าทั้ง 12 คนถูกปฏิบัติราวกับเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย และถูกลักพาตัวจากน่านน้ำสากลให้เข้าไปในเขตแดนอิสราเอลโดยที่ไม่ได้ยินยอม จากนั้นก็มีการให้ทางเลือกแก่พวกเขาสองทาง หนึ่ง คือ ให้ลงนามในเอกสารยินยอมให้มีการส่งตัวกลับประเทศ หรือ สอง คือ เข้าสู่กระบวนการศาล แต่ในเอกสารที่ให้ลงนามมีการอ้างว่าพวกเขาเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย ทั้งๆ ที่อยู่ในน่านน้ำสากล และเป็นฝ่ายอิสราเอลเองที่ทำผิดกฎหมายโดยการสกัดกั้นการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการคุมขังโดยพลการ
FCC ระบุในแถลงการณ์ว่า "FFC ขอยืนหยัดเคียงข้าง Madleen 12 การคุมขังพวกเขาเป็นเรื่องผิดกฎหมาย มีแรงจูงใจทางการเมือง และนับเป็นการละเมิดกฎหมายนานาชาติโดยตรง การดำเนินคดีกับปฏิบัติการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการปิดปากผู้ต่อต้านจะไม่สัมฤทธิ์ผล"
เรียบเรียงจาก
Israel stops aid ship attempting to reach Gaza, DW, 10-06-2025
https://www.dw.com/en/israel-stops-aid-ship-attempting-to-reach-gaza/live-72838899
Four Deported, Eight Detained – Israel Holds ‘Madleen’ Group Illegally, Freedom Flotilla, 10-06-2025
https://freedomflotilla.org/2025/06/10/our-deported-eight-detained-israel-holds-madleen-group-illegally/