Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

มูลนิธิสิทธิมนุษยชนไทใหญ่ เปิดภาพถ่ายดาวเทียม แสดงให้เห็นการขยายตัวของเหมืองแร่แรร์เอิร์ธเมืองป๊อก รัฐฉาน เขตอิทธิพลของกองทัพสหรัฐว้า UWSA ตั้งแต่ปี 2558-2568 เดิมมีเพียง 3 เหมือง เพิ่มมาเป็น 26 เหมือง (หรือ 8 เท่า) เสี่ยงทำแม่น้ำสาละวิน-แม่น้ำโขง ปนเปื้อน

 

20 มิ.ย. 2568 มูลนิธิสิทธิมนุษยชนไทใหญ่ (Shan Human Rights Foundation - SHRF) ออกแถลงการณ์วานนี้ (19 มิ.ย.) เปิดเผยถึงภาพถ่ายดาวเทียม ซึ่งแสดงให้เห็นถึงเหมืองแร่แรร์เอิร์ธหลายแห่ง ขยายตัวเพิ่มขึ้นถึง 8 เท่าตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นมา ในทางตอนเหนือของพื้นที่กองทัพสหรัฐว้า (UWSA) ในเมืองป๊อก ใกล้กับพรมแดนรัฐฉาน ประเทศจีน ซึ่งมูลนิธิฯ เชื่อว่าเหมืองแร่ดังกล่าวอาจเป็นสาเหตุของการปนเปื้อนในแหล่งน้ำในพื้นที่

ในปี 2558 ภาพถ่ายดาวเทียมแสดงให้เห็นว่ามีเหมืองแร่แรร์เอิร์ธเพียง 3 แห่งเท่านั้น แต่ในเดือน ก.พ. 2568 ภาพถ่ายดาวเทียมพบที่ตั้งของเหมืองแร่แรร์เอิร์ธ 26 แห่ง กระจายตัวอยู่ในเทือกเขาทางตอนใต้ของเมือง โดยเหมือง 3 แห่งตั้งอยู่ห่างจากเมืองเพียง 3-4 กม. 

ภาพตำแหน่งการทำเหมืองแร่ในเมืองป๊อก รัฐฉาน เขต UWSA จากมูลนิธิสิทธิมนุษยชนไทใหญ่

ภาพพื้นที่การทำเหมืองแร่แรร์เอิร์ธในปี 2558 จากมูลนิธิสิทธิมนุษยชนไทใหญ่

ภาพพื้นที่การทำเหมืองแร่แรร์เอิร์ธในปี 2568 จากมูลนิธิสิทธิมนุษยชนไทใหญ่

แผนผังแหล่งทำเหมืองรอบเมืองป๊อก ซึ่งประกอบไปด้วยบ่อแต่งแร่ที่กระจายตัวเป็นรูปวงกลม มีลักษณะคล้ายคลึงอย่างมากกับแผนผังการทำเหมืองแร่แรร์เอิร์ธในรัฐกะฉิ่น โดยใช้วิธีชะละลาย (in situ leaching) เพื่อสกัดสินแร่แรร์เอิร์ธ ที่คนงานเหมืองในเมืองป๊อกนำมาโพสต์ แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงการทำเหมืองด้วยวิธีชะละลาย

คลิปวิดีโอจากคนทำเหมืองที่เมืองป๊อก (ที่มา: เฟซบุ๊ก Shan Human Rights Foundation)

โดยในกระบวนการชะละลาย จะมีการเทสารเคมีผ่านท่อเข้าไปในภูเขา เพื่อสกัดแร่แรร์เอิร์ธออกจากดิน จากนั้น สารเคมีเหล่านี้จะถูกปล่อยทิ้งผ่านท่อไปยังสระน้ำ และจะมีการเพิ่มสารเคมีชนิดอื่นเพื่อสกัดแร่แรร์เอิร์ธ กระบวนการทำเหมืองเช่นนี้ ส่งผลร้ายแรงอย่างมากต่อสิ่งแวดล้อม ปนเปื้อนแหล่งน้ำบนผิวดินและใต้ดิน และคุกคามต่อสุขภาพและการประกอบอาชีพของชุมชนซึ่งอาศัยอยู่ด้านท้ายน้ำของเหมือง  

เหมืองแร่แรร์เอิร์ธแห่งหนึ่ง (ซึ่งเริ่มขุดเจาะตั้งแต่ปี 2565) ตั้งอยู่ด้านทิศใต้ห่างจากเมืองป๊อก เพียง 3 กิโลเมตร อยู่ริมลำน้ำปาย ซึ่งไหลผ่านสวนไร่นาและเมืองที่อยู่ตามริมฝั่งน้ำ จึงมีความเป็นไปได้อย่างมากที่แม่น้ำ และแหล่งน้ำใต้ดินจะถูกปนเปื้อน คุกคามต่อสุขภาพของประชาชนในเมืองหลายพันคน

ในช่วงที่ฝนตกหนักระหว่างเกิดพายุไต้ฝุ่นยางิ เมื่อเดือน ก.ย. 2567 พื้นที่ตอนกลางทั้งหมดของเมืองป๊อก ถูกน้ำท่วมอย่างหนัก เป็นผลมาจากน้ำที่ไหลลงมาจากภูเขาที่อยู่รอบเมือง น้ำที่ไหลเอ่อท่วมระดับ 3 ฟุตนี้น่าจะปนเปื้อนด้วย
สารพิษ ซึ่งมาจากเหมืองแร่แรร์เอิร์ธที่อยู่ใกล้เคียง และน้ำเริ่มลดระดับลงหลังจากผ่านไป 3 วัน

เหมืองแร่แรร์เอิร์ธในพื้นที่เมืองป๊อก ตั้งอยู่บนที่ราบลุ่มแม่น้ำสายหลัก 2 สายในภาคตะวันออกของรัฐฉาน คือแม่น้ำสาละวิน (Salween) และแม่น้ำโขง (Mekong) น้ำจากเหมืองแร่ไหลลงทางทิศตะวันตกเข้าสู่แม่น้ำขา (Kha river) ที่ไหลไปบรรจบกับแม่น้ำสาละวิน ในรัฐฉาน ส่วนทางตะวันออกไหลลงสู่แม่น้ำหลวย (Lwe river) ซึ่งไหลไปบรรจบกับแม่น้ำโขงบริเวณพรมแดนรัฐฉาน-ประเทศลาว การปนเปื้อนของน้ำจากเหมืองแร่ จึงไม่ส่งผลกระทบต่อประเทศจีน   

ในบัญชีรายชื่อเหมืองแร่ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบการ (official mining permit) จากกรุงเนปิดอว์ ประเทศเมียนมา โดยสภาบริหารแห่งรัฐ (SAC) หรือรัฐบาลทหารพม่า ในเดือน พ.ย. 2564 (ซึ่งเป็นรายชื่อที่มีการเผยแพร่ล่าสุด) ไม่ปรากฏว่ามีการอนุญาตให้ประกอบการทำเหมืองแร่แรร์เอิร์ธใกล้กับเมืองป๊อก ซึ่งอาจมีความร่วมมือแบบทวิภาคีระหว่างกองทัพว้า กับประเทศจีน เพื่ออนุญาตให้บริษัทเหมืองแร่ที่ได้รับการสนับสนุนจากจีน สามารถขุดเจาะและจัดส่งแร่แรร์เอิร์ธข้ามพรมแดนจีนไปได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับหน่วยราชการของพม่าเลย 

ทั้งนี้ มีความแตกต่างจากพื้นที่กองทัพสหรัฐว้าทางตอนใต้ ที่มีแนวพรมแดนติดกับประเทศไทย ซึ่งยังเป็นพื้นที่ที่กองทัพพม่ามีบทบาทในการควบคุมพื้นที่ และการขนส่งสินแร่ต้องผ่านด่านตรวจต่างๆ ภายใต้การควบคุมของกองทัพพม่า (SAC) ก่อนที่จะสามารถส่งออกได้ ด้วยเหตุดังกล่าว เหมืองแร่แรร์เอิร์ธที่ตั้งอยู่ใกล้กับแม่น้ำกกในเมืองยอน ด้านใต้ของเมืองสาด รัฐฉาน ที่ถูกเปิดเผยเมื่อเดือนที่ผ่านนั้น จึงดำเนินการได้ภายใต้การได้รับอนุญาตและมีส่วนร่วมของรัฐบาลทหารพม่า (SAC) ด้วยอย่างชัดเจน

สำหรับเมืองป๊อก รัฐฉาน เป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 ทางตอนเหนือของ UWSA ซึ่งตั้งอยู่ด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ ห่างจากเมืองปางซาง ซึ่งเป็นเมืองหลวงของ UWSA ประมาณ 25 กม. เดิมเคยเป็นเพียงหมู่บ้านที่เป็นศูนย์กลางการค้าด้านเกษตรกรรมขนาดเล็ก ประชากรส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ลาหู่ และไทใหญ่ แต่ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เมืองป๊อกได้ถูกเปลี่ยนให้เป็นแหล่งลงทุนของคนจีน และกลายเป็น "พื้นที่พัฒนาพิเศษ" ซึ่งมีตึกสูงมากมาย 

ตามที่ระบุถึงในรายงานของมูลนิธิสิทธิมนุษยชนไทใหญ่ (SHRF) เรื่อง "ติดกับดักนรก : การค้ามนุษย์ การเอาคนเป็นทาส และการทรมานเยาวชน โดยแก๊งชาวจีนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของรัฐฉาน" (Trapped in Hell: Trafficking, enslavement and torture of youth by Chinese criminal gangs in northeastern Shan State since the 2021 coup) เมืองป๊อก เป็นแหล่งปฏิบัติการของแก็งคอลเซ็นเตอร์ที่สำคัญในพื้นที่กองทัพว้า ก่อนที่ประเทศจีนจะเข้ามาปราบปรามอุตสาหกรรมสแกรมเมอร์บริเวณพรมแดนรัฐฉาน-ประเทศจีน ช่วงปลายปี 2566

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง