Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

'วิโรจน์' เผยพรรคประชาชนพร้อมโหวต 'นายกชั่วคราว' หากรับเงื่อนไขรองบฯ 69 ผ่าน ทำประชามติร่วมกับการเลือกตั้ง และยุบสภาภายในสิ้นปีนี้ - ไม่คิดพรรคเพื่อไทยถอน พ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ แบบไม่เป็นท่า เชื่อสังคมต้องการเหตุผล - ย้ำจุดยืนเดิม​ "นิรโทษกรรม" ไม่ควรเลือกปฏิบัติหรือมีเงื่อนไข​ แต่ควรตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองนักโทษคดี ม.112

5 กรกฎาคม 2568 นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส. บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีชั่วคราว เพื่อมาแก้วิกฤตบ้านเมืองว่า พรรคประชาชนยึดหลักการ และยังคงยืนยันเงื่อนไขที่ดีที่สุด คือ การยุบสภา คืนอำนาจให้กับประชาชน แต่พรรคประชาชน ต้องการหาทางออกภายใต้เงื่อนไขที่คำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก แต่หากจำเป็นต้องมีนายกรัฐมนตรีคนใดคนหนึ่ง เพื่อให้การพิจารณางบประมาณ ปี 69 ผ่านก่อน แล้วค่อยยุบสภา พรรคประชาชนก็พร้อมที่จะยกมือให้ โดยยืนยันว่าไม่ขอร่วมรัฐบาล และเตรียมเรื่องการทำประชามติการตั้ง สสร. เพื่อให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 ที่เป็นผลพวงของรัฐประหารได้เริ่มต้นแก้ไขอย่างจริงจัง ย้ำว่า การทำรัฐประหารจะไม่เกิดขึ้น ภายใต้การที่มีพรรคประชาชนอยู่ในสภาผู้แทนราษฎร

ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า ได้มีการพูดคุยกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยนั้น นายวิโรจน์ กล่าวว่า ได้ยื่นเงื่อนไขต่อสาธารณะ หากนายชัยเกษม นิติสิริ รับเงื่อนไขนี้ แล้วพรรคประชาชนจำเป็นต้องยกมือให้นายชัยเกษม ก็ยินดี เมื่องบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ผ่าน ทำประชามติร่วมกับการเลือกตั้ง และยุบสภาภายในสิ้นปีนี้ แล้วจำเป็นต้องใช้มือเรา เราก็ยินดีที่จะยกมือให้ เพื่อบ้านเมืองผ่านไปได้

ส่วนได้มีการพูดคุยกับ สส. ที่ไปร่วมวงเจรจากับนายอนุทิน หรือไม่ นายวิโรจน์ กล่าวว่า การไปพบปะพูดคุยกันระหว่างนักการเมืองเป็นเรื่องปกติ และได้มีการชี้แจงออกมาแล้วว่า เป็นการพบปะกันจริง แต่เป็นการพูดคุยเกี่ยวกับแนวทางการแก้ปัญหาคอลเซ็นเตอร์

ไม่คิดพรรคเพื่อไทยถอน พ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ แบบไม่เป็นท่า เชื่อสังคมต้องการเหตุผล

นายวิโรจน์ กล่าวถึงกรณีรัฐบาลเลื่อนวาระการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือกฎหมายเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ออกไปก่อน ว่า วันนี้ไม่คิดว่าพรรคเพื่อไทยจะถอยพ.ร.บ.เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ แบบไม่เป็นท่า ซึ่งขณะนี้กำลังจับจ้องว่าเหตุผลของพรรคเพื่อไทยคืออะไร และต้องถามว่าจะเลื่อนการพิจารณา เลื่อนวาระ หรือถอนออกไป เพราะก่อนหน้านี้รัฐบาลยืนยันถึงความจำเป็นที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจ และคิดว่าสังคมก็ต้องการคำตอบเรื่องนี้เช่นกัน ว่าเป็นเพราะรัฐบาลที่ไร้เสถียรภาพหรือไม่ จึงต้องถอนออกไปออกก่อน ซึ่งคิดว่าสังคมอยากจะฟังเหตุผลจากจอมเทคนิค ทั้งเทคนิคการหาเสียง เทคนิคการเจรจา จนมาสู่เทคนิคการถอนร่างในสภา ว่ามีข้อเท็จจริงประการใด

ทั้งนี้ ในมุมมองก็คงเห มือนของทุกคน ว่าจะเปลี่ยนท่าทีอะไรเร็วแบบนี้ แต่เดิมบอกคิดดีแล้ว สังคมบอกให้ตรวจทานอะไรก็ไม่ตรวจทาน ใครทัดทานอะไรก็ไม่ฟัง ตนเองคิดว่าถ้าวันนี้เสียงของฝั่งรัฐบาลเท่าเดิม คิดว่าจะถอยหรือไม่ แต่วันนี้ถอยด้วยเหตุผลอะไรก็จินตนาการกันเอง แต่คิดว่าไม่ใช่ด้วยเหตุผล แต่เป็นเพราะความไม่มั่นใจว่าเสียงที่อยู่ฝั่งตนเองนั้นมีอยู่กี่เสียงกันแน่ เพราะแม้แต่พรรคประชาชาติเองก็ชัดเจน ว่าจะไม่โหวตให้ และยังมีสส.ที่อยู่ในฝ่ายมุสลิมที่ยืนยันว่าไม่ยกมือให้ วันนี้เชื่อว่านายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะที่รักษาการนายกรัฐมนตรี ก็ไม่สามารถตอบได้ว่ารัฐบาลมีกี่เสียง

ย้ำจุดยืนเดิม​ "นิรโทษกรรม" ไม่ควรเลือกปฏิบัติหรือมีเงื่อนไข​ แต่ควรตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองนักโทษคดี ม.112

นายวิโรจน์​ ลักขณาอดิศร สส.พรรคประชาชน กล่าวถึงการพิจารณาร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม​ 4 ร่างที่จะเตรียมเข้าสู่สภา ในวันที่ 9 กรกฎาคมนี้ หลังรัฐบาลเตรียมเลื่อน พ.ร.บ. ประกอบกิจการสถานบันเทิงครบวงจร ออกไปก่อน​ ว่า​ เป้าหมายของการนิรโทษกรรม คือการให้อภัย​ ฟื้นฟูความสัมพันธ์และเดินหน้ากันใหม่​​ แต่หากเดินหน้านิรโทษกรรม​แบบมีเงื่อนไข​ ก็จะอธิบายต่อสังคมยาก​ ดังนั้น พรรคประชาชน​ ยืนยันในจุดยืนเดิม​ คือต้องมีคณะกรรมการ​ที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเปิดเผยและโปร่งใส ขึ้นมาพิจารณานักโทษในคดีที่เกี่ยวข้องกับมาตรา 112​ อย่างลงรายละเอียด​และกลั่นกรองก่อน​ และพรรคประชาชนยินดีรับหลักการของทุกร่าง​ พร้อมเชื่อว่าข้อเสนอของพรรคฯ ไม่น่าจะมีใครปฏิเสธหากพิจารณาโดยปราศอคติ

ส่วนการเดินหน้านิรโทษกรรม หลายคนมองว่าหนึ่งในผู้ที่จะได้รับประโยชน์ คือ นายทักษิณ​ ชินวัตร​ อดีต​นายก​รัฐมนตรี​ รวมถึงอดีต​สส.พรรคก้าวไกล​ สส.พรรคประชาชนด้วย​ นายวิโรจน์​ กล่าวว่า​ คณะกรรมการคงดูที่พฤติการณ์เป็นหลัก​ แต่คดีมาตรา 112 ต้องยอมรับว่า​ เข้าข่ายเป็นคดีการเมือง​ เพราะแต่ละห้วงเวลามีมาตรฐานการดำเนินคดีที่แตกต่างกัน​ ถึงต้องมีคณะกรรมการขึ้นมากลั่นกรอง​ เนื้อหาสาระ​ องค์ประกอบทางนิตินัย​ พฤตินัย เจตนา โดยไม่ต้องสนใจว่าใครได้ประโยชน์


ที่มาเรียบเรียงจาก NBT Connext [1] [2] [3]


 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง