Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

พปชร. ย้ำมติพรรค ไม่รับร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมทุกฉบับที่สภากำลังพิจารณาต่อในวันพรุ่งนี้ (16 ก.ค.) - ห่วงภาษีสหรัฐ 36% กระทบแรงงาน เศรษฐกิจไทย ชี้ห้ามแลกผลประโยชน์ทางความมั่นคงกับสิทธิทางการค้า - เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร 32 คน

15 กรกฎาคม 2568 นายอัคร ทองใจสด รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ แถลงยืนยัน มติพรรคพลังประชารัฐ นำโดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ มีมติไม่รับ ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่สภาผู้แทนราษฎร กำลังจะพิจารณาต่อในวันพรุ่งนี้ (16 ก.ค.) ทุกร่าง

ทั้งนี้ ภายหลังเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่างกฎหมายนิรโทษกรรมจำนวนห้าฉบับ แต่หลังอภิปรายไปได้ระยะหนึ่ง นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่หนึ่ง ได้สั่งปิดประชุมสภาในเวลา 17.09 น. ทั้งที่การอภิปรายยังไม่เสร็จสิ้น และนัดถกร่างกฎหมายนิรโทษกรรมต่อในวันที่ 16 กรกฎาคม 2568 นี้

ห่วงภาษีสหรัฐ 36% กระทบแรงงาน เศรษฐกิจไทย ชี้ห้ามแลกผลประโยชน์ทางความมั่นคงกับสิทธิทางการค้า

นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รองหัวหน้าพรรคฝ่ายเศรษฐกิจ พปชร. อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แถลงจุดยืนพรรคถึงกรณีที่ประธานาธิบดีทรัมป์ส่งหนังสือกำหนดอัตราภาษีอากรสำหรับสินค้าไทยร้อยละ 36 ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. นั้น นายธีระชัยมีความเป็นห่วงว่าทีมเจรจาจะไม่ทันการ

นายธีระชัยเกรงว่ากรณีเกิดความล้มเหลวจะส่งผลกระทบเศรษฐกิจไทยอย่างหนัก เพราะในปี 2567 ไทยส่งออกสินค้าไปสหรัฐเป็นตลาดอันดับหนึ่งมูลค่าการส่งออกสินค้าของไทยไป สหรัฐ ราว 1.93 ล้านบาทหรือ 10.38% GDP กรณีถ้าหากโรงงานยอดส่งออกลดลง ก็จะต้องปลดคนงาน และจะลามไปถึงคนงานของซัพพลายเออร์ด้วย และไทยจะมีอุปสรรคในการแสวงหาตลาดใหม่ทดแทน เพราะไทยส่งออกไปสหรัฐคิดเป็นสัดส่วนต่อมูลค่าส่งออกทั้งหมดของไทยที่สูงมากถึงเกือบหนึ่งในห้า และรูปแบบลักษณะสินค้าที่ผลิตเพื่อตลาดสหรัฐซึ่งมีราคาแพงนั้นก็ไม่สามารถจะหาตลาดทดแทนได้ง่ายในประเทศที่รายได้ต่ำกว่า ไม่ว่าในเอเซีย แอฟริกา หรืออเมริกาใต้

ทั้งนี้ กรณีสินค้าใดที่เหมือนหรือคล้ายกับสินค้าที่ผลิตในประเทศเพื่อนบ้าน ถ้าสินค้าไทยโดนภาษีในอัตราที่สูงกว่าเพื่อนบ้าน ปัญหาที่เกิดขึ้นจะไม่ใช่แค่ยอดขายลดลงเพียงบางส่วน แต่อาจจะถึงขั้นเหลือศูนย์ คือจะขายไม่ได้เลย เพราะผู้ซื้อในสหรัฐจะไม่มีเหตุผลความจำเป็นใดที่จะต้องซื้อจากไทยที่ราคาแพงกว่า

นายธีระชัย ตำหนิทีมเจรจาที่ไม่เปิดเผยแนวข้อเสนอของไทยและข้อเรียกร้องของสหรัฐเพื่อให้นักวิชาการในประเทศช่วยกันวิจารณ์เสนอแนะ เพราะเท่าที่เห็นข้อมูลที่เผยแพร่ในสื่อนั้น ชัดเจนว่าทีมเจรจาเสนอผิดทาง เช่น ไปเสนอว่าไทยจะตั้งเป้าลดยอดขาดดุลการค้ากับสหรัฐลง 70% ภายใน 5 ปี ลดลง 100% ภายใน 7-8 ปี ทั้งที่ปธน.ทรัมป์ต้องการให้มีผลสรุปที่จับต้องได้ทันที รวมทั้งที่ไปเสนอว่าไทยจะซื้อเครื่องบินโดยสารและซื้อก๊าซธรรมชาติ ทั้งที่สหรัฐย่อมรู้ดีว่ารัฐบาลไทยแตกต่างจากกรณีประเทศจีนที่ไม่มีอำนาจที่จะบังคับบริษัทเอกชนได้จริง ส่วนการลดภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐ ก็เห็นว่าล่าสุดทีมเจรจาก็ยังเสนอลดเหลือศูนย์เฉพาะสินค้าบางอย่าง ยังมิใช่สำหรับสินค้าทั้งหมด

พร้อมแนะนำให้ทีมเจรจาอ่านข้อความของปธน.ทรัมป์ใน Truth Social ซึ่งกล่าวถึงโมเดลของเวียดนามที่ลดภาษีนำเข้าสหรัฐเหลือศูนย์สำหรับสินค้าทั้งหมดอย่างชื่นชมว่า “เวียดนามจะทำในสิ่งที่ไม่เคยให้แก่ประเทศใดมาก่อนคือจะเปิดตลาดเต็มที่ให้แก่สหรัฐ กล่าวคือเวียดนามจะเปิดตลาดให้สินค้าสหรัฐซึ่งหมายความว่าสหรัฐจะสามารถส่งสินค้าไปขายโดยเสียภาษีศูนย์เปอร์เซนต์“ จะเห็นได้ชัดว่าเขาต้องการเน้นประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นแก่คนอเมริกัน

นายธีระชัยเสนอแนะการเยียวยาผู้ที่ถูกผลกระทบนั้น เสนอแนะว่าอาจจะพิจารณาเก็บภาษีการส่งออกไปสหรัฐจากผู้ส่งออกรายใหญ่ในอัตราต่ำ เช่น ร้อยละ 2-3 ซึ่งจะเก็บรายได้ปีละ 2-3 หมื่นล้านบาท สามารถนำไปใช้เยียวยาช่วยเหลือเกษตรกรและพ่อค้ารายย่อยที่ถูกกระทบจากโมเดลเวียดนามได้ พร้อมเตือนอีก 3 ประการ คือ ทีมเจรจาจะต้องยืนกรานไม่ยินยอมแลกผลประโยชน์ทางการค้ากับข้อเรียกร้องด้านความมั่นคงอันจะกระทบต่อภาพพจน์ความเป็นกลางระหว่างสหรัฐกับจีนอย่างเด็ดขาด และมั่นใจว่าความใกล้ชิดที่มีมาช้านานระหว่างไทยกับสหรัฐทั้งในด้านกลาโหมและด้านการต่างประเทศจะอธิบายจุดยืนนี้ให้แก่สหรัฐได้ จึงควรเพิ่มข้าราชการทั้งสองด้านเข้าไปในทีม ต้องหาทางจบให้เร็วที่สุดเพื่อมิให้การวางแผนลงทุนของเอกชนในการสร้างหรือขยายโรงงานสะดุดลง และ รัฐบาลมีหน้าที่ทำการเจรจาให้โปร่งใสเพื่อให้ประชาชนมั่นใจได้ว่าเน้นผลประโยชน์ของประชาชนทั้งประเทศอย่างแท้จริง ไม่มีการกักเรื่องเพื่อปกป้องคุ้มครองธุรกิจผูกขาดใดๆ และประกาศแผนและเป้าหมายการช่วยเหลือเยียวยาให้ชัดเจน

เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร 32 คน

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค เป็นประธานในการแถลงข่าวเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 32 คน ซึ่งล้วนแต่เป็นบุคคลที่มีประสบการณ์ทางการเมือง เคยดำรงตำแหน่งเป็นอดีต ส.ส. และ ส.ว. จากหลากหลายพรรคการเมือง โดยได้ตัดสินใจเข้ามาร่วมสร้างพลังใหม่กับพลังประชารัฐ เพื่อขับเคลื่อนประเทศให้ก้าวหน้าอย่างมั่นคง พร้อมผลักดันนโยบายที่จับต้องได้ มุ่งเน้นการแก้ปัญหาปากท้อง ส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก และเชื่อมโยงการพัฒนาท้องถิ่นให้เข้าถึงได้จริง พื้นที่ที่มีการเปิดตัวผู้สมัครกระจายทั่วทุกภูมิภาค อาทิ

1.นายถาวร เกียรติไชยากร เชียงใหม่
2.นายสุรพล เกียรติไชยากร เชียงใหม่
3.นายไกร ดาบธรรม เชียงใหม่
4.นายพรชัย อรรถปรียางกูร เชียงใหม่
5.นายวิเชียร ภักดี พิษณุโลก
6.นายธวัชชัย กันนะพันธุ์ พิษณุโลก
7.นายวุฒิพงษ์ ศิริสถิตย์ หนองบัวลำภู
8.นายวิชัย สามิตร หนองบัวลำภู
9.นายสุชาติ ลายน้ำเงิน ลพบุรี
10.นายพิชัย เกียรติวินัยสกุล ลพบุรี
11.นายวิชัย ล้ำสุทธิ ระยอง
12.นายมานะ โลหะวณิชย์ ชัยภูมิ
13.นายอนันต์ ลิมปคุปตถาวร ชัยภูมิ
14.นายปิยวัฒน พันธ์สายเชื้อ ยโสธร
15.นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ ศรีสะเกษ
16.นายปัญณวิชญ์ โหตระไวศยะ ศรีสะเกษ
17.นายพงศ์ภัค มงคลชัยพาณิชย์ ศรีสะเกษ
18.นายมามิตย์ ภาวสุทธิ์ ชลบุรี
19.นายจำลอง ขำสา นนทบุรี
20.นายทินวัฒน์ เจียมอุย ตราด
21.นายยุทธนา ศรีตะบุตร หนองคาย
22.นายวีรัตน์ จันทวงศ์ หนองคาย
23.นายชานุวัฒน์ วรามิตร กาฬสินธิ์
24.นายจีระศักดิ์ น้อยก่ำ เลย
25.นางจิตราภรณ์ กล้าแท้ ชัยภูมิ
26.นายสมศักดิ์ คุณเงิน ขอนแก่น
27.นายสำราญ ศรีภา ขอนแก่น
28.นางสาวกัญจน์พร วงศ์เวไนย ร้อยเอ็ด
29.นายวัชรพล ปลั่งศรีสกุล ประจวบคีรีขันธ์
30.นางปัญชลีย์ วัฒนชัยศาสตร์ ชัยภูมิ
31.นายสามารถ แก้วมีชัย เชียงราย
32.นายทรงศักด์ ศิริสถิตย์ หนองบัวลำภู

พลเอกประวิตร กล่าวทิ้งท้ายว่า “เราจะเดินหน้าไปพร้อมกับประชาชน ทำงานเพื่อความอยู่ดีกินดีของพี่น้องคนไทยทุกคน ด้วยความจริงใจ ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”


ที่มาเรียบเรียงจาก สำนักข่าวไทย [1] [2] [3]


 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง