Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

- กัมพูชาเปิดฉากยิงใส่ไทยแต่เช้าพื้นที่ จ.สุรินทร์
เกิดเหตุกระสุนปืนใหญ่จากฝั่งกัมพูชา ตกใส่บ้านประชาชนใน อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ได้รับความเสียหาย เพราะไฟไหม้ ยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต

- กองบิน 1 โคราชเปิดใช้งานระบบต่อต้านโดรน
กองบิน 1 จ.นครราชสีมา เปิดใช้งานระบบต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ Anti drone แบบเต็มระบบ ในรัศมี 9 กิโลเมตรจากสนามบิน กองบิน 1เพื่อป้องกันภัยทางอากาศของฐานบิน

- กัมพูชายังคงโจมตีทหารไทยอย่างต่อเนื่อง
กองทัพบก ระบุว่าฝ่ายกัมพูชา ยังโจมตีทหารไทยอย่างต่อเนื่อง แม้ผู้นำสหรัฐฯ จะเจรจาขอให้ทั้งสองฝ่ายหยุดยิง ขณะที่ไทยต้องตอบโต้การรุกราน โดยล็อกเป้าเฉพาะกำลังทางทหารเท่านั้น

- ตร. ขอความร่วมมือประชาชนร่วมตรวจสอบพฤติกรรมเข้าข่ายสายลับ
ตร. ขอความร่วมมือประชาชน หากพบผู้มีพฤติกรรมสายลับ ลอบส่งข้อมูลเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยไปยังกัมพูชา ให้รีบแจ้งแจ้าหน้าที่ทันที

- แรงงานกัมพูชากว่า 3 หมื่นคนแห่กับประเทศ
ที่ด่านถาวรบ้านแหลม อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี บรรยากาศการข้ามแดนเป็นไปอย่างเนืองแน่น เมื่อมีแรงงานชาวกัมพูชากว่า 30,000 คน รอเดินทางกลับประเทศ

- ศบ.ทก. ย้ำไทยพร้อมเจรจาหยุดยิง แต่กัมพูชาต้องจริงใจ
ศบ.ทก. ย้ำจุดยืนไทยพร้อมเจรจาหยุดยิง แต่กัมพูชา ต้องแสดงความจริงใจด้วย เหตุยังทีการโจมตีเป้าหมายพลเรือนต่อเนื่อง เผย กต.ทำหนังสือประชาคมโลก ให้รับรู้ พฤติกรรมไร้มนุษยธรรมของกัมพูชา และร่วมกันประณามอย่างรุนแรง

- ไทยส่งมอบศพทหารกัมพูชาจำนวน 12 นาย กลับแผ่นดินเกิดตามหลักมนุษยธรรม แสดงความเคารพต่อผู้เสียชีวิตในสมรภูมิไม่ว่าฝ่ายใด
เวลา 16.30 น. เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยได้ดำเนินการส่งมอบศพทหารกัมพูชาจำนวน 12 นาย ซึ่งเสียชีวิตจากการสู้รบในพื้นที่ภูมะเขือ ให้แก่เจ้าหน้าที่ฝ่ายกัมพูชา ณ จุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ ตำบลไพรพัฒนา อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อนำศพกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาในภูมิลำเนาต่อไป

- กระสุนจรวด BM-21 ตกใส่ในพื้นที่ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ พบบาดเจ็บ 1 ราย และเสียชีวิต 1 ราย
เวลาประมาณ 17.00 น. ได้เกิดเหตุจรวด BM-21 ตกในพื้นที่ ตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เป็นเหตุให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บอีก 1 ราย

- ทอ.ส่ง F16 - Gripen ถล่มปืนใหญ่กัมพูชา
กองทัพอากาศ ส่ง F16 - Gripen บินถล่มปืนใหญ่ - BM21 ฐานทหารกัมพูชาที่ปราสาทตาควาย-ตาเมือนธม ก่อนบินกลับฐานอย่างปลอดภัย

- 'แพทองธาร' และคณะลงพื้นที่ จ.สุรินทร์
นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมคณะ ลงพื้นที่ จ.สุรินทร์ เยี่ยมผู้บาดเจ็บและให้กำลังใจประชาชนจากเหตุปะทะบริเวณชายแดนไทยกัมพูชา

- 'ภูมิธรรม' จ่อถก 'ฮุนมาเนต' ที่มาเลเซีย พรุ่งนี้
“ภูมิธรรม” จะนำทีม ร่วมเจรจาแนวทางสันติภาพในภูมิภาค กับ “ฮุน มาเนต” นายกฯ กัมพูชา ตามคำเชิญของนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียน วันพรุ่งนี้ พร้อมยืนยัน ไทยจะปกป้องอธิปไตยทุกตารางนิ้ว


ที่มา: NBT Connext 

ศปก.ทภ.2 สรุปสถานการณ์การสู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ประจำวันที่ 27 กรกฎาคม 2568 (ณ เวลา 12.00 น.)

ตามที่เกิดสถานการณ์สู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 สรุปผลการปฏิบัติที่สำคัญ ดังนี้

สถานการณ์การสู้รบ :

สภาพอากาศตามแนวชายแดนยังปรากฏฝนตกหนักในหลายพื้นที่, ภาพรวมสถานการณ์ในช่วงบ่าย จนถึงช่วงกลางคืน ของวันที่ 26 ก.ค.68 มีการปฏิบัติที่สำคัญจำนวน 7 พื้นที่ (ลดลงจากวันแรก 3 พื้นที่) ดังนี้

1. พื้นที่ ช่องบก ทั้ง 2 ฝ่าย ตรึงกำลัง และปรากฏข่าวสารว่ามีการเคลื่อนย้ายกำลังบางส่วนมาช่วยในพื้นที่ ภูมะเขือ, พื้นที่ช่องอานม้า ฝ่ายเราดำเนินการเข้าควบคุมพื้นที่ตามเส้นปฏิบัติการ 1 : 50,000 ขณะที่กำลังประเทศกัมพูชาได้เคลื่อนย้ายลงไปทางทิศใต้

2. พื้นที่ภูผี - ปราสาทโดนตวล และช่องตาเฒ่า ยังตรึงกำลังกันอยู่ ฝ่ายประเทศกัมพูชาน่าจะมีการสูญเสียอย่างหนัก สำหรับผู้บัญชาการกองพลของประเทศกัมพูชา ที่ปรากฏข่าวสารว่าเสียชีวิตเป็นผู้รับผิดชอบพื้นที่นี้ อย่างไรก็ตามในการปฏิบัติการทางทหารแล้ว ยังไม่สามารถยืนยันข่าวสารนี้ได้

3. พื้นที่ด้านหน้าเขาพระวิหาร ยังคงมีการสู้รบกันอยู่ โดยอาวุธหลักของประเทศกัมพูชา คือการใช้พลซุ่มยิงจากพื้นที่ปราสาทพระวิหาร มุ่งทำร้ายกำลังพลของเรา ขณะที่พื้นที่ภูมะเขือ ฝ่ายเรายังคงควบคุมพื้นที่ตามเส้นปฏิบัติการ 1: 50,000 เอาไว้ได้

4. พื้นที่ช่องจอม มีการใช้อาวุธยิงสนับสนุน โจมตี บ้านเรือนประชาชนไทย และพื้นที่ปราสาทตาควาย และฝ่ายประเทศกัมพูชา มีความพยายามในการส่งรถถัง ขึ้นมายังพื้นที่ช่องกร่าง ทางทิศตะวันตกปราสาทตาควาย 2 กิโลเมตร

5. พื้นที่ปราสาทตาเมือนธม มีการปรับรูปขบวนเข้าตีทางทิศตะวันออกปราสาทตาเมือน ตลอดทั้งวัน จนฝ่ายเราต้องถอนตัวออกจากพื้นที่และใช้ปืนใหญ่โจมตีทำให้ฝ่ายประเทศกัมพูชาต้องถอนตัวออกไป

สำหรับการปฏิบัติในวันที่ 27 ก.ค.68 ในช่วงเช้า เวลาประมาณ 06.30 น.

ฝ่ายกัมพูชาได้ใช้จรวดไม่ทราบชนิดจากที่ตั้งสนามบินกรุงสำโรง จำนวน 4 นัด ทำให้เกิดความเสียหายแก่บ้านเรือนประชาชนไทย 2 หลัง สัตว์เลี้ยง  5 ตัว 

การปฏิบัติของฝ่ายเราที่สำคัญ ได้แก่ การเข้าควบคุมพื้นที่ตามแนวเส้นปฏิบัติการ 1: 50,000 บริเวณช่องอานม้า อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี

พื้นที่ซึ่งประเทศกัมพูชายังคงมีความพยายามในการเข้าพื้นที่ ได้แก่ พื้นที่ช่องตาเฒ่า ด้านหน้าเขาพระวิหาร และภูมะเขือ พื้นที่ช่องจอม ปราสาทตาควาย และ ปราสาทตาเมือน ซึ่งการรุกรานดังกล่าว อาจสร้างผลกระทบต่อประชาชนตามแนวชายแดน จากการยิงอาวุธที่ไม่มีรูปแบบ ไม่เป็นไปตามกฎการปะทะของฝ่ายกัมพูชาก็เป็นได้  

ภาพรวมของสถานการณ์ ยังมีความตึงเครียดสูง และฝ่ายกัมพูชาอาจกำลังเตรียมพร้อมสำหรับปฏิบัติการทางทหาร เพื่อสร้างความเสียหายให้กับฝ่ายเราให้มากที่สุดในช่วงสุดท้ายก่อนการเจรจา โดยปัจจุบันได้มีประเทศเป็นกลางเสนอแนวทางในการยุติความขัดแย้งออกมาแล้วหลายประเภทโดยเฉพาะความเห็นของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา

การอพยพประชาชน : สนับสนุนส่วนราชการจังหวัดในการอพยพประชาชนจากพื้นที่เสี่ยงภัย ไปยังพื้นที่รวบรวมพลเรือน พื้นที่ตอนในทั้ง 4 จังหวัด ดังนี้ จ.บุรีรัมย์ 1 จุด 10,173 คน, จ.สุรินทร์ 71 จุด 40,736 คน, จ.ศรีสะเกษ 135 จุด 39,580 คน  และ จ.อุบลราชธานี อพยพเข้าพื้นที่รวบรวมพลเรือน 76 จุด 16,588 คน ปัจจุบันดำเนินการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยเข้าพื้นที่รวบรวมพลเรือนแล้ว 107,077 คน (เพิ่มขึ้น 9,646 คน)

ผลกระทบต่อประชาชน : พื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย ต.ตาเมียง อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ มีกระสุนปืนใหญ่ตกในพื้นที่ 3 ลูก, ต.บักได อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ มีกระสุนปืนใหญ่ตกในพื้นที่ 16 ลูก, บ.โสร์ ต.บ้านพลวง อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ มีกระสุนปืนใหญ่ตกในพื้นที่ 9 ลูก บ้านเรือนเสียหาย 3 หลัง (ประชาชน ไม่มีรายงานการสูญเสียต่อชีวิต)

เรื่องอื่นๆ 

1. ขอให้พี่น้องประชาชนติดตามข่าวสาร และการแจ้งเตือนจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เช่น เฟชบุ๊กแฟนเพจกองทัพบก Royal Thai Army, เพจกองทัพภาคที่ 2 เป็นต้น และขอความร่วมมือไม่แชร์ข้อมูลจากแหล่งที่มาข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อถือ

2. ขอให้งดการโพส หรือแชร์ภาพการเสียชีวิตของทหารกัมพูชา ซึ่งเป็นภาพที่น่าหดหู่ เพื่อให้เกียรติแก่ผู้เสียชีวิต

จิตอาสาพระราชทาน การช่วยเหลือประชาชน ดูแลและช่วยเหลือประชาชน โดยจัดกำลังจิตอาสา 904, จิตอาสาพระราชทาน และจิตอาสา  เข้าอำนวยความสะดวกประชาชนในศูนย์พักพิงชั่วคราว และช่วยขนย้ายสิ่งของ รวมทั้งช่วยในการประชาสัมพันธ์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ให้ประชาชนได้รับทราบ ในพื้นที่ 4 จังหวัด ประกอบด้วย จ.บุรีรัมย์, จ.สุรินทร์, จ.ศรีสะเกษ และ จ.อุบลราชธานี และจิตอาสา 904  จาก ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน จังหวัดใกล้เคียง รวมทั้งสิ้น จิตอาสา904  147 นาย, จิตอาสาประชาชน 2,480 และ รด.จิตอาสา 220 นาย

การจัดตั้งโรงครัวพระราชทาน ในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ จ.บุรีรัมย์ มีโรงครัวพระราชทาน 1 แห่ง รถประกอบอาหาร 2 คัน และมีร้านอาหารเอกชน ณ สนามช้างอารีน่า, จ.สุรินทร์ โรงครัวพระราชทาน 3 แห่ง รถประกอบอาหาร 2 คัน จัดตั้งโรงครัวพระราชทาน ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ อ.เมือง, ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ อ.เมือง และ   ที่โรงเรียนโสตศึกษา อ.ปราสาท, จ.ศรีสะเกษ โรงครัวพระราชทาน 2 แห่ง รถประกอบอาหาร 2 คัน จัดตั้งที่ วิทยาลัยเทคนิคกันทรลักษ์ อ.กันทรลักษ์, ที่โรงเรียนเบญจลักษณ์วิทยา อ.กันทรลักษ์ และจ.อุบลราชธานี โรงครัวพระราชทาน 1 แห่ง รถประกอบอาหาร 2 คัน จัดตั้งที่ ที่ว่าการ อ.เดชอุดม รวมข้าวที่แจกจ่าย ตั้งแต่วันที่ 24 – 27 ก.ค. 68 จำนวน 125,100 กล่อง

การปฏิบัติที่สำคัญ :   ศอ.จอส.พระราชทาน จ.นครราชสีมา โดย สำนักงาน ปภ.จังหวัดนครราชสีมา จัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวให้กับผู้อพยพจากพื้นที่ประสบภัย เหตุการณ์ปะทะระหว่างไทย-กัมพูชา โดยจัดตั้งในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.เสิงสาง รวม 399 คน, วัดสว่างวนาราม ต.เสิงสาง 22 คน, วัดหนองสนวน ต.กุดโบสถ์ 127 คน, พักอาศัยอยู่บ้านญาติ 250 คน, อ.หนองบุญมาก รวม 254 คน (พักบ้านญาติทั้งหมด), อ.ชุมพวง รวม 52 คน, พักบ้านญาติ 47 คน, วัดเกาะท่าลาด ต.ท่าลาด 5 คน รวมทั้งสิ้น 705 คน

ที่มา: กองทัพภาคที่ 2 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง