Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

ประชาไทรวมประเด็นข่าวครึ่งเช้า สถานการณ์ความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา วันส่งท้ายเดือน ก.ค. 2568

  • ‘ภูมิธรรม’ ให้สัมภาษณ์สื่อกรณีสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาล่าสุด ยังไม่แน่ไม่นอน ขอประเมินเพิ่มเติมก่อนให้ประชาชนกลับบ้าน ส่วนตัวพอใจการทูตไทย เน้นการเก็บหลักฐาน ยืนยันข้อเท็จจริงในการพูด
  • ฝั่งกองทัพบก เผยไม่ได้ยึดที่ตัวปราสาทตาควาย เพราะเสี่ยงเสียหายหนัก มีสิทธิเจอการจู่โจมจากอาวุธยิงสนับสนุนของฝ่ายตรงข้าม ทำให้กองทัพใช้วิธีคุมกำลังรอบพื้นที่ด้วยอาวุธ ส่วนการพาผู้ช่วยทูตทหาร และสื่อลงพื้นที่จำนวนยังไม่แน่นอน อาจจะช้า แต่ได้คุณภาพการสื่อสาร โดยจะพาไปดูจุดที่สร้างความเสียหายต่อพลเรือน ซึ่งขัดกฎหมายระหว่างประเทศ 
  • ด้าน ‘พิชัย’ ขุนคลัง เผยเจรจาลดภาษีสหรัฐฯ คาดรู้ผลใน 24 ชม. วิเคราะห์รอบด้านเพื่อผลประโยชน์ชาติ

 

31 ก.ค. 2568 เว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาล หรือไทยคู่ฟ้า รายงานสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาวันนี้ (31 ก.ค.) ยังไม่มีเหตุรุนแรงตลอดคืนตั้งแต่ 30 ก.ค. 2568 เวลา 21.00 น. จนถึงเช้าวันที่ 31 ก.ค. 2568 เวลา 7.00 น.

ในเวลา 07.00 น. นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คณะกรรมการศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่ช่วงดึกของเมื่อคืนที่ผ่านมาวันพุธ 30 กรกฎาคม 68 ตั้งแต่ 21.00 น . จนถึงช่วงเช้า เวลา 07.00 น.วันนี้ ยังไม่มีรายงานเหตุการณ์รุนแรงใดๆ ที่เกิดขึ้นตามแนวชายแดนไทย ในทุกพื้นที่ 7 จังหวัดชายแดน

ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายทหาร พลเรือน ฝ่ายปกครอง และหน่วยปฏิบัติการในพื้นที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันเหตุอย่างต่อเนื่อง

ต่อมา เพจเฟซบุ๊ก Thai PBS News ถ่ายทอดสดออนไลน์วันนี้ (31 ก.ค.) เมื่อเวลา 10.00 น. บริเวณห้องโกง ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย ภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ถึงสถานการณ์ความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา ช่วงที่ผ่านมา 

เบื้องต้น กรณีที่ชายวัย 65 ปี ผู้ป่วยจิตเวชที่มีประวัติรักษานานกว่า 30 ปี ผูกคอเสียชีวิตในพื้นที่ใกล้ศูนย์พักพิง อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานีนั้น ภูมิธรรม เผยว่าเขาต้องขอแสดงความเสียใจต่อผู้เสียชีวิตด้วย และคิดว่าเป็นความห่วงใยของรัฐบาลเหมือนกัน เราอยากให้กลับที่พักเลย แต่สถานการณ์ยังไม่มั่นใจ 100% เพราะว่าเราไม่รู้ว่าสิ่งที่รัฐบาลกัมพูชาพูดจะเชื่อถือได้มากแค่ไหน เพราะว่าที่ผ่านมามันเกินเลย หรือบิดเบือนจากข้อเท็จจริงค่อนข้างมาก จะขอประเมินอีกสักรอบหนึ่ง ถ้าไม่มีเหตุการณ์เกิดขึ้น ก็สามารถกลับบ้านได้

ส่วนกรณีที่กัมพูชาพาสื่อ ทูตต่างประเทศ และทูตทหารลงพื้นที่สังเกตการณ์ตามแนวชายแดนนั้น ภูมิธรรม เผยว่า เขาทำแบบนั้นได้เพราะเขาเป็นผู้ก่อเหตุ และมั่นใจว่าไทยไม่เริ่มยิงก่อนแน่นอน เพราะไทยเป็นผู้ถูกกระทำ เขาพยายามจัดฉากให้เหมือนรู้สึกว่าเขาเข้าไปมันสงบ เพราะเขาเป็นผู้ละเมิด

ต่อกรณีที่สื่อถามว่าไทยจะมีมาตรการทางการทูตเชิงรุกหรือไม่ ภูมิธรรม เผยว่าขณะนี้ไม่ได้ด้อยไปกว่าเขาในการดำเนินการต่างๆ เราได้คุยกับนานาชาติอยู่เสมอ และขณะนี้ข้อสำคัญอยู่ที่หลักฐาน เรามีหลักฐานรองรับในการพูด

ส่วนที่มีกระแสข่าวเรื่องปราสาทตาควายถูกกัมพูชายึดนั้น รักษาการนายกฯ มองว่า ถ้าพูดถึงในแง่การยึด คือเรายึดคืนพื้นที่ต่างๆ เราประสบความสำเร็จ แต่ขอยังไม่พูดถึงรายละเอียด เอาเป็นว่าเราสบายใจ และพอใจในสิ่งที่เราได้ทำไป

รักษาการนายกฯ ระบุว่า นานาชาติมีความห่วงใยโดยเฉพาะจีน เขาไม่อยากเห็นการสู้รบในภูมิภาคนี้ เพราะเขาถือว่า 2 ประเทศเป็นมิตรต่อเขาทั้งหมด เขาอยากเห็นความสงบสุข ไม่อยากเห็นผลกระทบจากการต่อสู้กัน จากความรุนแรงที่ไปกระทบต่อชีวิตประชาชน คุยกับอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ได้คุยกับสหรัฐฯ ได้คุยทั้งหมด ทุกส่วนเข้าใจและเห็นใจเรา แต่ในทางการทูต เขาจะพูดเกินเลยไปมากไม่ได้ เขาก็พยายามที่จะพูดให้ความเป็นกลาง เพื่อให้ 2 ประเทศสงบให้ได้

ภูมิธรรม ยังเน้นย้ำว่า ขณะนี้เวลาพูด ต้องฟังจากเจ้าของประเทศพูด ไม่ใช่จากกัมพูชา ซึ่งไม่ได้สนใจข้อเท็จจริง แต่สนใจ IO (Information Operation)

กรณีที่ฮุนมาเนต นายกฯ กัมพูชา เรียกร้องให้มีการปล่อยตัวทหารกัมพูชา 18 นายที่ถูกทหารไทยจับกุมนั้น ภูมิธรรม อธิบายว่า การจับกุมที่เกิดขึ้น เนื่องจากทหารทั้ง 18 นายรุกล้ำเขตแดนเข้ามาในไทย หลังจากที่ข้อตกลงหยุดยิงมีผลบังคับใช้เมื่อ 24.00 น. ของวันที่ 28 ก.ค.ที่ผ่านมา

รักษาการนายกฯ เผยว่า เดิมทีจะมีการปล่อยตัวแล้ว แต่ทางกัมพูชาโพสต์เหมือนกับว่าเราไปลักลอบจับกุมเขาในเขตแดนกัมพูชา เลยจะขอควบคุมตัวสอบสวนเพิ่มเติม เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงทั้งหมด เมื่อเรียบร้อยแล้วก็จะปล่อยตัว แต่เราต้องพิสูจน์ว่าคนเหล่านี้ลักลอบเข้ามาเขตแดนไทยหลังจากข้อตกลงหยุดยิงประกาศใช้แล้ว

ภูมิธรรม มองว่า หลังจากมีการเจรจาหยุดยิง มีแนวโน้มที่ดีในการเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ โดยหลังจากวันที่มีการเซ็นข้อตกลงหยุดยิงที่มาเลเซีย (28 ก.ค.) เมื่อเวลาประมาณสามทุ่มกว่า ถึงสี่ทุ่ม โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้โทรมาแสดงความยินดี และชื่นชมเรา ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้สหรัฐฯ ทราบดีว่าไทยถูกโจมตีและตอบโต้ไปตามสมควร อีกทั้ง ในช่วงท้ายของการพูดคุยมีเรื่องภาษี ว่าสหรัฐฯ มีเจตจำนงอย่างไร ซึ่งโดนัลด์ ทรัมป์ บอกว่าพึงพอใจ และเชื่อมั่นประเทศไทยจะจัดการเรื่องภาษีให้ดีที่สุดเท่าที่จะดีได้อย่างเต็มที่ แต่ไม่ได้พูดถึงรายละเอียด

"เพราะฉะนั้นผมเชื่อว่า จากการพูดคุยกัน เจรจากัน และที่พิชัย (ชุณหวชิร) ไปพูดคุย เชื่อว่าผลงานจะออกมาดี" ภูมิธรรม เผย

'พิชัย' เผยดีลภาษีสหรัฐ รู้ผลใน 24 ชม.

เมื่อเวลา 10.58 น. เว็บไซต์ประชาชาติธุรกิจ รายงานวันนี้ (31 ก.ค.) หลังจากสำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า โฮเวิร์ด ลุตนิก (Howard Lutnick) รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์สหรัฐกล่าวว่า สหรัฐฯ ได้บรรลุข้อตกลงทางการค้ากับกัมพูชาและไทย ไม่กี่วันหลังจากที่สองประเทศตกลงที่จะหยุดยิงที่ประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้องหลังจากการปะทะกันอย่างรุนแรงตามแนวชายแดนที่มีข้อพิพาท

ล่าสุด พิชัย ชุณหวชิร รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลัง โพสต์ผ่านโซเชียลมีเดีย  ระบุว่า ช่วงนี้มีคำถามจากประชาชนและภาคธุรกิจว่า “ไทยจะถูกเก็บภาษีการค้าใหม่จากสหรัฐฯ ภายใต้นโยบาย Reciprocal Tariff ของประธานาธิบดีทรัมป์ในอัตราเท่าไหร่?”

โพสต์ของพิชัย ระบุชี้แจงว่า ขณะนี้ยังไม่แจ้งผลอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่าจะได้รับการแจ้งภายใน 24 ชั่วโมง ทีมเจรจาของไทยทำงานอย่างเต็มที่ รอบคอบในทุกมิติ ทั้งข้อมูลการค้า กฎหมายระหว่างประเทศ ผลกระทบต่อการผลิต ส่งออก และความมั่นคงทางเศรษฐกิจ

“เราเสนอเงื่อนไขที่ไทยยอมรับได้ โดยมีเป้าหมายรักษาผลประโยชน์สูงสุดของประเทศ เราวิเคราะห์ข้อเรียกร้องจากสหรัฐฯ อย่างรอบด้าน แม้ผลลัพธ์ยังไม่แน่ชัด แต่ขอยืนยันว่า ทีมไทยไม่เคยนิ่งเฉยหรือประนีประนอมง่ายๆ ทุกการตัดสินใจผ่านการวิเคราะห์อย่างลึกซึ้งเพื่อผลประโยชน์ชาติ” โพสต์ทิ้งท้าย

เตรียมหิ้วผู้ช่วยคณะทูตทหารลงพื้นที่ 1 ส.ค. 2568 ดูสถานการณ์ชายแดน

ในวันเดียวกัน เวลา 11.06 น. เว็บไซต์ข่าว ไทยพีบีเอส รายงานว่า พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม (รมช.กลาโหม) และรักษาการ รมว.กลาโหม กล่าวก่อนเป็นประธานการประชุมสภากลาโหมถึงสถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยมีประเด็นทีน่าสนใจ ทั้งเรื่องที่มีกระแสข่าว ปราสาทตาควาย จ.สุรินทร์ ถูกทหารกัมพูชายึดไป และเรื่องที่จะพาทูตทหาร 15 ประเทศสังเกตการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา วันพรุ่งนี้ (1 ส.ค.)

ณัฐพล กล่าวว่า เกี่ยวกับกรณีที่กัมพูชานำคณะทูตและสื่อต่างชาติไปดูพื้นที่ช่องอานม้า จ.อุบลราชธานี เมื่อวานนี้ (30 ก.ค.) พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ไทยเตรียมนำคณะผู้ช่วยทูตทหารจากกว่า 15 ประเทศลงพื้นที่ชายแดนในวันที่ 1 ส.ค. 2568 เพื่อแสดงหลักฐานความเสียหายจากฝ่ายกัมพูชา เช่น การโจมตีพลเรือนและสถานพยาบาล อย่างไรก็ตาม ไทยต้องมั่นใจว่ากัมพูชาหยุดยิงจริงก่อน เพราะหากเกิดการปะทะระหว่างการเยือน ไทยจะต้องรับผิดชอบต่อความปลอดภัยของคณะทูต กัมพูชาสามารถพาทูตลงพื้นที่ได้ เพราะมั่นใจว่าไทยยึดมั่นในข้อตกลงหยุดยิง แต่ไทยยังไม่ไว้วางใจกัมพูชาและสั่งกองกำลังชายแดนไม่ให้ประมาท

สำหรับกระแสข่าวที่ระบุว่ากัมพูชายึดปราสาทตาควาย ณัฐพล ยืนยันว่า กองทัพบกรายงานว่าไทยยังควบคุมพื้นที่ได้ และขอให้ประชาชนเชื่อข้อมูลจากกองทัพก่อน เนื่องจากกัมพูชามีประวัติการบิดเบือนข้อมูล ณัฐพล ยังยกตัวอย่างกรณี น้องจีโน่ นักกอล์ฟชื่อดัง ที่โพสต์สนับสนุนไทยในโซเชียลมีเดีย ซึ่งช่วยสร้างขวัญกำลังใจ

'วินธัย' ไม่ยึดตัวปราสาทตาควาย เพราะเสี่ยงเสียหายหนัก

ต่อมา เพจเฟซบุ๊ก "โฆษกกองทัพบก" ถ่ายทอดสดออนไลน์ เวลาประมาณ 11.35 น. ณ กองทัพบก พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ได้แถลงข่าวถึงสถานการณ์ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา เช่นเดียวกัน โดยมีประเด็นที่น่าสนใจคือประเด็นปราสาทตาควาย และการพาทูต ผู้ช่วยคณะทูตทหาร และสื่อต่างชาติ ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายต่อเป้าหมายพลเรือนที่เกิดขึ้นจากการโจมตีของกัมพูชา 

วินธัย กล่าวว่า กองทัพไทยยังควบคุมไม่ได้ 100% แต่ในแง่ทางการทหาร ทหารไทยสามารถควบคุมพื้นที่ได้มากกว่าเดิมก่อนที่จะมีการปะทะ และสามารถควบคุมพื้นที่ได้เป็นส่วนใหญ่เฉพาะบริเวณปราสาทตาควาย 

สาเหตุที่กองทัพไม่วางกำลังประจำที่ "ตัวปราสาทตาควาย" มันเป็นความไม่ปลอดภัยในเรื่องการถูกยิงสนับสนุนจากฝ่ายตรงข้าม ทางกองทัพจึงไปให้ความสำคัญกับการคุมพื้นที่บริเวณรอบๆ ปราสาทตาควาย 

"เราพยายามเข้าไปที่จุดสูงข่มในทางทหาร ก็คือเนิน 350 อาจจะมองว่าอยู่ในฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน แต่เป็นจุดที่สำคัญสำหรับปฏิบัติการทางทหาร ซึ่งตรงนี้จะเป็นความสำคัญสูงสุดที่เราจะต้องยึดที่หมายนี้ให้ได้ แต่เนื่องจากเวลาไม่เพียงพอ อย่างน้อยเราก็คุมพื้นที่ในส่วนรวม คือการควบคุมด้วยอาวุธ" โฆษกกองทัพบก กล่าว 

ข้อดีของเนิน 350 คือเป็นเนินที่สูงกว่าปราสาทตาควาย ถ้าสามารถยึดได้ ก็สามารถควบคุมบริเวณปราสาทตาควายซึ่งเป็นจุดที่เปราะบางกว่า 

วิธัย กล่าวด้วยว่า เนิน 350 เป็นจุดวางกำลังของกัมพูชา ทำให้ไทยไม่สามารถวางกำลังประจำที่ปราสาทตาควายได้ เพราะว่าถ้าผลีผลามเดินในปราสาทตาควาย มีความเสี่ยงจะถูกกัมพูชายิงด้วยอาวุธสนับสนุน BM-21 จู่โจมจากเนินนั้นลงมา 

วินธัย กล่าวต่อว่า ในช่วงสุดท้ายก่อนมีการหยุดยิง ทหารไทยได้พยายามเข้ายึดทั้งเนิน 350 และตัวปราสาทตาควายแล้ว แต่ว่าตอนทหารไปที่รอบปราสาทตาควาย ได้เจอกับทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ช่วงเวลานั้นทำให้กำลังพล 1 ท่านได้รับบาดเจ็บสาหัส และมีผลต่อการเหนี่ยวรั้งการรุกคืบในขั้นสุดท้าย และเมื่อเวลาหมด เราสามารถคุมพื้นที่ได้มากกว่าเดิม และไม่ได้มีกำลังประจำที่ปราสาทตาควาย 

วินธัย กล่าวว่าตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการหยุดยิง เลยต้องหยุดปฏิบัติการทางการทหาร และไม่ได้หมายความว่า การที่มีคนเดินในปราสาทตาควายปัจจุบันจะเป็นผู้แพ้ชนะในพื้นที่ปราสาทตาควาย

โฆษกกองทัพบก ระบุว่าเขาไม่ได้ฟันธงว่าปราสาทตาควายเป็นของใคร และเป็นพื้นที่เดียวที่ยังมีทหารทั้งฝั่งไทย และกัมพูชา ทหารไม่ได้มองเฉพาะตัวปราสาท เราอาจจะมองว่าการควบคุมทางทหารแบบอื่นอาจจะมีความสำคัญมากกว่า 

วินธัย กล่าวว่า เรื่องทุ่นระเบิดมีความแน่ชัดแล้วตั้งแต่ที่ช่องบก 2 ครั้งแล้ว และเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ เพราะว่ามีผู้ประสบเหตุจริงๆ และวันนี้ถ้าใครติดตามข่าวสารจะมีสื่อสังคมออนไลน์ก็ได้พาคนไปเดินบริเวณปราสาทตาควาย และจะพบพวงทุ่นระเบิด PMN2 และไม่ได้วางที่ชิ้นเดียว แต่เป็นลักษณะพวง ซึ่งบ่งบอกว่ามันเยอะมากจริงๆ 

ส่วนหลังจากนี้ เราต้องเข้าใจว่าการต่อสู้ทางทหารคลี่คลายลงไปบ้าง แต่การต่อสู้ในเวทีต่างประเทศ เรายังคงต้องดำเนินการต่อ ซึ่งรัฐบาลและกระทรวงการต่างประเทศ ดำเนินการอยู่ และก็หลักฐานและข้อพิสูจน์ต่างๆ ขณะนี้ได้ถูกเก็บรวบรวมไว้หมด ทั้งในสายทางราชการ หรือสายสื่อมวลชนทั่วไป ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่ใช้ได้

ขณะที่จิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกรัฐบาล ยืนยันว่าตอนนี้ยังไม่มีใครยึดปราสาทตาควาย และเนิน 350 ได้ เนื่องจากมีการหยุดยิงก่อน จึงยังไม่สามารถยึดพื้นที่เนิน 350 ของปราสาทตาควายได้ บริเวณตัวปราสาทยังคงมีกำลังของทั้งสองฝ่ายอยู่ในพื้นที่ ควบคุมพื้นที่คนละด้านของโบราณสถานห่างกัน 50 เมตร 

โฆษก ทบ. เผยยอดลงพื้นที่ยังไม่นิ่ง 'ไม่เร็ว แต่เน้นคุณภาพ'

วินธัย กล่าวถึงเรื่องพาผู้ช่วยทูตทหารลงพื้นที่นั้น ยอดยังไม่นิ่ง แต่คร่าวๆ แต่จะมีมากกว่า 12 ประเทศ นอกจากผู้ช่วยทูตทหาร ยังมีเอกอัครราชทูตด้วย และก็ผู้สื่อข่าวต่างประเทศ และจะมีกองทัพบก และ กต.ลงพร้อมกัน

วินธัย ระบุว่า จริงๆ เรื่องนี้อยู่ในแผนอยู่แล้ว มีแผนมาก่อนเกิดสถานการณ์ แต่เราพยายามทำด้วยความรอบคอบ และเราต้องการทำด้วยคุณภาพของการสื่อสาร เราเชื่อว่าเรามีสื่อมวลชนต่างประเทศที่สนใจ และตัวแทนจากต่างประเทศที่อยู่ในระบบงานราชการเราอย่างผู้ช่วยทูต เรามีจำนวนคนที่เยอะกว่า ทำให้ใช้เวลานานกว่าจะนัดหมายได้พร้อมเพรียง เลยไม่อยากให้สื่อมวลชนพุ่งเป้าไปที่ความเร็วอย่างเดียว เราอยากให้เห็นถึงคุณภาพ และก็องค์ประกอบรวมๆ ว่ามันได้คนเยอะ และเราก็ได้คนที่มีความสนใจจริง และคนที่มีบทบาทให้ข้อมูลเพื่อช่วยเหลือเรื่องภาพลักษณ์ของไทย ให้ฝ่ายทหาร หรือฝ่ายบริหารของรัฐบาล ได้เป็นไปตามข้อเท็จจริง ไม่เหมือนกับที่กัมพูชาพยายามบิดเบือน 

"เท่าที่เราติดตามดู ของเรามีความชัดเจนกว่า เราจะไปที่เป้าหมายนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป้าหมายพลเรือนที่ผิดเงื่อนไขกติกาของสากล เรื่องของ รพ. จำนวน 20 แห่ง อาจจะไปได้ไม่หมด เราแบ่งกลุ่มเป็นโรงเรียน และก็โรงพยาบาล ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับชีวิตและทรัพย์สิน หรืออาจจะเป็นที่เซเว่นอย่างที่เราทราบ แต่ด้วยเวลาที่จำกัดภายในวันเดียว ให้เห็นภาพคร่าวๆ แต่ให้เห็นเยอะที่สุดอย่างตรงไปตรงมา มันก็เห็นกันเชิงประจักษ์ไม่ใช่พูดลอยๆ" วินธัย กล่าว 

กัมพูชาส่งหนังสือเชิญประชุม GBC แล้ว ด้าน ‘พล.อ.ณัฐพล’ เสนอย้ายไปมาเลเซีย

เว็บไซต์มติชนออนไลน์ รายงานวันนี้ (31 ก.ค.) เมื่อเวลาประมาณ 15.37 น.  พล.อ.เตีย เซ็ยฮา รองนายกฯ และ รมว.กลาโหมกัมพูชา ได้ส่งเอกสารถึง พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมของไทย เชิญร่วมประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) สืบเนื่องจากการเจรจาที่ประเทศมาเลเซีย

ในหนังสือที่ส่งมามีข้อความระบุสรุปว่า ในฐานะประธานคณะกรรมการชายแดนทั่วไป กัมพูชา-ไทย ข้าพเจ้าขอเชิญรัฐมนตรีไทย และผู้แทนไทย 25 คน ร่วมประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ในวันที่ 4 ส.ค. 2568 ที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา

สำนักงานเลขาธิการคณะกรรมการชายแดนทั่วไปกัมพูชา-ไทย จะประสานงานกับสำนักงานเลขาธิการคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา เพื่อขอเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการประชุมนี้

ด้าน พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และประธานคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ฝ่ายไทย ได้มีหนังสือตอบหนังสือเชิญของ พล.อ.เตีย เซ็ยฮา ลงวันที่ 31 ก.ค. ระบุว่ายินดีที่นำคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมประชุม GBC ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ได้ร่วมกันพิจารณาแนวทางลดความตึงเครียด และแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงตามแนวชายแดน ซึ่งสะท้อนถึงพันธกิจร่วมของเราที่จะธำรงไว้ซึ่งสันติภาพ เสถียรภาพ การเคารพซึ่งกันและกัน และความเป็นเพื่อนบ้านที่ดีต่อกัน ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์ไม่เพียงแต่ต่อความปลอดภัยและสวัสดิภาพของประชาชนของทั้ง 2 ประเทศเท่านั้น แต่ยังจะช่วยส่งเสริมจิตวิญญาณแห่งอาเซียนโดยรวมอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสถานการณ์ที่ละเอียดอ่อนในทั้ง 2 ประเทศ จึงใคร่ขอเสนอให้มีการจัดประชุมดังกล่าวในประเทศมาเลเซีย แม้ว่าตามปกติแล้วการเป็นเจ้าภาพการประชุมทวิภาคีจะมีการหมุนเวียนกัน และประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในการประชุมครั้งล่าสุด อย่างไรก็ดี การประชุมที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ถือเป็นกรณีพิเศษ จึงเชื่อว่าการจัดการประชุมในสถานที่ที่เป็นกลางน่าจะเป็นการเหมาะสมมากกว่า

ประเทศไทยได้หารือประเด็นนี้กับฝ่ายมาเลเซียแล้ว และทราบว่ามาเลเซียพร้อมที่จะอำนวยความสะดวกในการเป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมครั้งสำคัญนี้

นอกจากนี้ ด้วยจำนวนของประเด็นและความสำคัญของปัญหาที่จะต้องหารือกัน จึงเห็นว่าการจัดประชุมเพียงวันเดียวตามที่เสนอในเบื้องต้นนั้น อาจไม่เพียงพอต่อการหารือที่ครอบคลุม จึงเสนอให้ขยายเวลาการประชุมเป็นวันที่ 4-7 ส.ค. โดยในวันที่ 4-6 ส.ค. เป็นการประชุมของฝ่ายเลขานุการ และวันที่ 7 ส.ค. เป็นการประชุมพิเศษของ GBC

ข้าพเจ้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านจะพิจารณาข้อเสนอเหล่านี้ด้วยไมตรีจิต และขอยืนยันอีกครั้งว่าข้าพเจ้าและฝ่ายไทยมีความมุ่งมั่นที่จะร่วมมือกันอย่างสร้างสรรค์และมองไปข้างหน้า เพื่อให้การประชุมครั้งนี้ประสบผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ของการประชุม

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง