ในการเลือกตั้งสว.ญีปุ่นในเดือนที่แล้วพรรคดั้งเดิมเริ่มเสื่อมคะแนนนิยม พรรคใหม่เริ่มตีตื้น แต่ก็ไม่ถึงขั้นมีใครชนะขาดลอย ทำให้เกิดสภาพชะงักงันทางการเมือง อีกทั้งการที่พรรคขวาจัดซังเซโตได้รับความนิยมก็เป็นเรื่องน่ากังวลและน่าจับตามองว่า จะเป็นแค่กระแสชั่วคราวที่สะท้อนความไม่พอใจต่อพรรคดั้งเดิม หรือจะเป็นจุดหัวเลี้ยวหัวต่อที่มีนัยสำคัญต่อการเมืองญี่ปุ่น
บทวิเคราะห์จากอิสต์เอเชียฟอรัม พูดถึงการเลือกตั้งวุฒิสภาญี่ปุ่นเมื่อเดือน กรกฎาคม ที่ผ่านมา รวมถึงสิ่งที่สะท้อนทิศทางการเมืองของญี่ปุ่นที่มีความน่าเป็นห่วง ผลการเลือกตั้งรัฐสภาครั้งดังกล่าวมีผลออกมาแบบที่ไม่มีฝ่ายใดชนะแบบสุดทาง ฝ่ายพรรคขั้วอำนาจดั้งเดิมคือพรรคแนวร่วม LDP-โคเมโตะ ก็ไม่ได้ชนะขาดแบบย้ำความมั่นคงในคะแนนเสียงของตัวเอง ขณะเดียวกันก็ไม่ได้นับเป็นการเสริมกำลังให้ฝ่ายค้าน
ผลการเลือกตั้งครั้งนี้อาจจะทำให้การเมืองญี่ปุ่นตกอยู่ในสภาพติดขัด และทำให้ไม่สามารถแสดงบทบาทผู้นำในเวทีโลกได้อย่างเต็มที่เพื่อโต้ตอบกับการกดดันจากสหรัฐฯ แม้ว่าพรรค LDP จะสูญเสียฐานคะแนนเสียงไปบ้าง แต่ก็ยังคงยึดกุมที่นั่งได้มากพอที่จะสกัดกั้นไม่ให้ฝ่ายค้านเข้ามาควบคุมวุฒิสภาได้
อีกแง่หนึ่งก็มีพรรค ซังเซโต ที่เป็นพรรคชาตินิยมขวาจัดที่ปลุกระดมเรียกความนิยมด้วยทฤษฎีสมคบคิดโดยได้รับแรงบันดาลใจจาก โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ความนิยมของพรรคนี้อาจจะเป็นสัญญาณว่ามีความไม่พอใจเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในสังคมญี่ปุ่น และอาจจะรวมถึงพลังทางโซเชียลมีเดียที่สร้างความปั่นป่วนให้กับสังคม แต่ยังไม่มีใครรู้ว่าเรื่องนี้อาจจะเป็นการเปลี่ยนโฉมหน้าการเมืองญี่ปุ่นไปอย่างถาวร หรือจะเป็นแค่กระแสในเชิงแสดงออกประท้วงชั่วคราวเท่านั้น
แต่ที่แน่ๆ คือ ถ้าหากกลุ่มขวาจัดอาศัยการแพร่กระจายข้อมูลบิดเบือนจนได้รับความนิยมมากพอและสามารถฝังรากในการเมืองญี่ปุ่นที่กำลังอยู่ในสภาพเปราะบางเช่นนี้ได้ เสถียรภาพของประชาธิปไตยในญี่ปุ่นก็อาจจะถูกบ่อนทำลาย
ในการเลือกตั้งวุฒิสภาญี่ปุ่นครั้งล่าสุดนั้น คะแนนเสียงของพรรค LDP ลดลงและมีที่นั่งสว.ลดลง 18 ที่นั่ง ในขณะที่พรรคฝ่ายค้านใหญ่ของญี่ปุ่นคือ DPP ได้ที่นั่งเพิ่ม 12 ที่นั่ง พรรคซ้ายกลางอย่าง CDP ที่เป็นพรรคฝ่ายค้านใหญ่อีกพรรคหนึ่งทำได้แทบจะเท่าเดิมแต่ก็สูญเสียที่นั่งไป 1 ที่นั่ง ส่วนที่น่าสังเกตคือพรรคขวาจัดซังเซโต ที่คราวที่แล้วได้ที่นั่งมาเพียง 1 ที่นั่ง แต่ในคราวนี้ได้มาถึง 15 ที่นั่งในสภา
ฟิลิป วาย ลิปสกี ศาสตราจารย์รัฐศาสตร์และผู้อำนวยการศูนย์วิจัยด้านญี่ปุ่นในมหาวิทยาลัยโตรอนโต วิเคราะห์ถึงผลการเลือกตั้งวุฒิสภาญี่ปุ่นไว้ว่าได้สะท้อนถึงอะไรบ้าง
ลิบสกีระบุว่าการเลือกตั้งในครั้งนี้เป็นเสมือนศึกชี้เป็นชี้ตายระหว่างขั้วอำนาจในญี่ปุ่น ถ้าหากผลที่ออกมาปรากฏว่าพรรคร่วมรัฐบาล LDP-โคเมโต สูญเสียคะแนนเสียงมากจนกลายเป็นพรรครัฐบาลเสียงข้างน้อย ก็จะเปิดทางให้พรรคฝ่ายค้านเปลี่ยนผ่านทางอำนาจได้ แต่ถ้าพรรค LDP ได้รับชัยชนะท่วมท้นก็จะทำให้พรรคฝ่ายค้านหันไปเข้าร่วมกับพวกเขาทำให้รัฐบาลมีเสถียรภาพมากขึ้น
แต่ผลออกมากลับไม่ได้เป็นไปในทางใดทางหนึ่งชัดเจน คือพรรค LDP ยังคงได้คะแนนเสียงมากพอที่จะทำให้ฝ่ายค้านไม่สามารถตั้งแนวร่วมเสียงข้างมากในวุฒิสภาได้ แต่ในขณะเดียวกัน LDP ก็ได้รับคะแนนนิยมลดลงอย่างมาก ส่งผลสะเทือนต่อการนำของพรรค ทำให้เกิดความไม่เชื่อมั่นต่อประธานาธิบดี ชิเงรุ อิชิบะ
แต่ในขณะเดียวกันพรรคฝ่ายค้านก็มีอุดมการณ์แตกต่างกันมากเกินไป เช่น พรรคขวาจัดอย่างซังเซโต กับพรรคคอมมิวนิสต์ญี่ปุ่นที่เป็นซ้ายจัด นั่นทำให้ LDP-โคเมโต ยังคงเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยต่อไปได้อีกสักระยะหนึ่ง
อย่างไรก็ตามลิปสกีมองว่าการเมืองที่ไม่มีใครชนะขาดแบบนี้ก็อาจจะไม่ใช่เรื่องแย่สำหรับญี่ปุ่นเสมอไป เพราะญี่ปุ่นในตอนนี้กำลังเผชิญกับปัญหาประเทศที่มีหนี้สาธารณะมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก แล้วช่วงหาเสียงเลือกตั้งแต่ละพรรคก็พยายามเสนอการลดแลกแจกแถม ปรับลดภาษี กันในแบบที่ไม่ยั่งยืนต่อเศรษฐกิจ การเมืองที่ชะงักงันทำให้ไม่มีพรรคใดเลยที่จะสามารถเปลี่ยนแปลงเรื่องการเงินของประเทศแบบเต็มที่ได้ ทำให้ญี่ปุ่นไม่เสี่ยงที่จะเกิดความแตกตื่นทางการเงินแบบอังกฤษในสมัยรัฐบาล ลิซ ทรัสส์
แต่ในด้านลบคือ ผลการเลือกตั้งแบบนี้ได้ทำให้การเมืองญี่ปุ่นขาดเสถียรภาพและมีการนำที่อ่อนแอลง ในขณะที่ประเทศกำลังเผชิญกับแรงกดดันจากรัฐบาลทรัมป์ของสหรัฐฯ ทั้งในเรื่องการเจรจาภาษี และแรงกดดันเรื่องการเพิ่มงบประมาณด้านการทหาร
ขณะเดียวกันก็มีเรื่องน่าเป็นห่วงคือการที่พรรคซังเซโตได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็วจากผลการเลือกต้ังครั้งนี้ พรรคซังเซโตเป็นพรรคที่สร้างความนิยมจากแนวคิดแบบเกลียดกลัวคนนอก ยังใช้ตำราเดียวกับทรัมป์คือหาเสียงโดยอาศัยทฤษฎีสมคบคิดแบบเหยียดชาวยิวและชาวต่างชาติที่เป็นชนกลุ่มน้อย รวมถึงต่อต้านวัคซีนโดยโยงกับกรณีโรคระบาด COVID-19 เพื่อเรียกความสนใจ นอกจากนี้ยังใช้สโลแกนคล้ายๆ กันคือ "ญี่ปุ่นต้องมาก่อน" ด้วย
แต่มีเรื่องน่าสังเกตว่าก่อนหน้าการเลือกตั้งวุฒิสภาในครั้งนี้ญี่ปุ่นไม่ได้แสดงออกให้เห็นถึงแนวคิดประชานิยมแบบเกลียดกลัวคนนอกมากนัก ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ผลโพลมักจะออกมาว่าผู้คนในญี่ปุ่นมีความพึงพอใจหรือรู้สึกไม่แน่ใจเรื่องนโยบายคนเข้าเมืองของญี่ปุ่น ทำให้ญี่ปุ่นไม่ตกเป็นเหยื่อของขบวนการขวาจัดหัวรุนแรงมาโดยตลอดก่อนหน้านี้
การเมืองญี่ปุ่นต่อจากนี้ที่น่าติดตามดูกันต่อคือ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจะกลายเป็นการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของญี่ปุ่นในระดับรากฐานเลยหรือไม่
บ้างก็มองว่าความนิยมของซังเซโตเป็นแค่กระแสที่มาแล้วก็ไป แบบเดียวกับพรรคการเมืองพรรคเล็กอื่นๆ ในญี่ปุ่นที่เคยเป็นแบบนี้ โดยอาศัยการกระตุ้นเร้าความสนใจจากมวลชนแค่ชั่วคราวแต่ก็ไม่สามารถประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องได้ในการเลือกตั้งระดับประเทศ ผลเอ็กซิทโพลระบุว่า กลุ่มที่สนับสนุนซังเซโต มาจากกลุ่มผู้ไม่สนับสนุนพรรคใดเป็นพิเศษที่ในคราวนี้มาเลือกตั้งกันมากกว่าปกติ ซึ่งเป็นไปได้ว่าในครั้งถัดไปพวกเขาอาจจะหันกลับไปเลือก LDP หรือเลือกพรรคใหญ่ฝ่ายตรงข้ามของ LDP ก็ได้
ทว่า ลิปสกี ก็ชวนให้สังเกตเรื่องอิทธิพลของโซเชียลมีเดียที่มีผลกับการเมืองญี่ปุ่น คนรุ่นใหม่ในญี่ปุ่นนิยมใช้โซเชียลมีเดียเป็นแหล่งข้อมูลข่าวสารมากกว่าสื่อหนังสือพิมพ์แบบดั้งเดิม และเป็นไปได้ว่าที่พรรคซังเซโตได้รับการสนับสนุนนั้น เป็นเพราะผู้คนเห็นว่าพวกเขาคือทางเลือกที่ชัดเจนสำหรับการเปลี่ยนแปลง แบบเดียวกับอีกพรรคหนึ่งคือ DPP ที่ได้รับคะแนนเสียงเพิ่มขึ้นมากเช่นเดียวกัน เพราะชาวญี่ปุ่นน่าจะรู้สึกไม่พอใจต่อ LDP ที่ครองอำนาจมามากกว่าสิบปีแล้วและมีเรื่องอื้อฉาวทางการเงินใหญ่ๆ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงไปมาทางอำนาจเช่นนี้เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นว่าประชาธิปไตยยังคงทำงานได้
ขณะเดียวกัน ลิปสกี ก็ชี้ให้เห็นถึงความน่าเป็นห่วง ที่พรรคขวาจัดอย่างซังเซโตนี้อาจได้รับความนิยมมาจากการแพร่กระจายข้อมูลบิดเบือน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าประชากรจำนวนมากของญี่ปุ่นไม่ได้ยึดหลักข้อเท็จจริง เสี่ยงที่จะมีการแทรกแซงจากต่างชาติซึ่งจะเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ และถ้าหากซังเซโตยังคงเล่นการเมืองแบบเดียวกับทรัมป์ ญี่ปุ่นก็อาจจะเผชิญปัญหาจากแนวคิดวาทกรรมของพวกขวาจัดที่บ่อนทำลายรากฐานประชาธิปไตยของประเทศได้
เรียบเรียงจาก
Japan’s upper house election delivers political uncertainty with big implications,
ข้อมูลเพิ่มเติมจาก
https://en.wikipedia.org/wiki/2025_Japanese_House_of_Councillors_election
