Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

กกต. แจงปมความเห็นบัตรออกเสียงประชามติไม่ปลอดภัย ยันมีมาตรการป้องกันและเป็นไปตามกฎหมาย - งัดกฎหมายเตือนซูมถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งมีโทษหนัก

21 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เผยแพร่คำชี้แจงว่า ตามที่ปรากฎเป็นข่าว ว่ามีการให้ความเห็นว่า “บัตรประชามติ ไม่ปลอดภัย” ว่าความเห็นดังกล่าวไม่เป็นความจริง

ยืนยันว่าในบัตรออกเสียงประชามติมีการกำหนดรหัส หรือเครื่องหมาย หรือข้อความอื่นใดเป็นกรณีพิเศษเพื่อป้องกันการปลอมแปลงบัตรออกเสียงประชามติและมีมาตรการในการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ซึ่งเป็นไปตามระเบียบ กกต. ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2565 ข้อ 68 วรรคสาม

กำหนดให้“คณะกรรมการการเลือกตั้งอาจกำหนดให้มีรหัส หรือเครื่องหมาย หรือข้อความอื่นใดเพิ่มเติมเป็นกรณีพิเศษในบัตรออกเสียง โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า เพื่อป้องกันการปลอมแปลงบัตรออกเสียง” และที่สำคัญบัตรออกเสียงประชามติเป็นหัวใจสำคัญที่ผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติใช้ในการลงคะแนนโดยตรงและลับ เพื่อเป็นไปตามเจตจำนงของผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ขอยืนยันว่า หน้าที่ของเราคือ ทำให้การออกเสียงประชามติและการเลือกตั้งครั้งนี้ “สุจริต เที่ยงธรรม และเป็นไปตามกฎหมายทุกขั้นตอน”

งัดกฎหมายเตือนซูมถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งมีโทษหนัก

สำนักงานกกต. เผยแพร่ ข้อห้ามเกี่ยวกับบัตรเลือกตั้ง สส. บัตรออกเสียงประชามติ และบทลงโทษกรณีมีการฝ่าฝืน โดยระบุว่าเพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง รักษาความลับ ในการลงคะแนน และให้การออกเสียงลงคะแนนเป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมาย โดยบัตรเลือกตั้ง

1. ห้ามมิให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ใดถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งที่ตนได้ ลงคะแนนเลือกตั้งแล้ว ห้ามมิให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งนำบัตรเลือกตั้งที่ออกเสียงลงคะแนนแล้วแสดงต่อผู้อื่น เพื่อให้ผู้อื่นทราบว่าตนได้ลงคะแนนอย่างไร หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

2. ห้ามมิให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งใช้บัตรอื่นที่มิใช่บัตรเลือกตั้งที่ได้รับจากเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้งซึ่งมีอำนาจเพื่อออกเสียงลงคะแนน แลละห้ามมิให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งนำบัตรเลือกตั้งออกไปจากที่เลือกตั้ง ห้ามมิให้ผู้ใดจงใจทำเครื่องหมายเพื่อเป็นที่สังเกตโดยวิธีใดไว้ที่บัตรเลือกตั้ง หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุก 1 - 5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 - 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี

3. ผู้ใดจงใจกระทำด้วยประการใด ๆ ให้บัตรเลือกตั้งชำรุด หรือเสียหาย หรือให้เป็นบัตรเสีย หรือกระทำด้วยประการใด ๆ แก่บัตรเสียเพื่อให้เป็นบัตรที่ใช้ได้ หากฝ่าฝืนต้องระวังโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีปรับไม่เกิน100,000 บาทและให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี

ส่วนบัตรออกเสียงประชามติ

1. ห้ามใช้บัตรอื่นที่มีใช่บัตรออกเสียงมาออกเสียงประชามติ

2. ห้ามนำบัตรออกเสียงออกไปจากที่ออกเสียง

3. ห้ามนำบัตรออกเสียงหรือข้อมูลการออกเสียงที่ลงคะแนนออกเสียงแล้วแสดง ต่อผู้อื่นเพื่อให้ผู้อื่นทราบว่าได้ออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่งหรือไม่ออกเสียงโดยไม่มีอำนาจโดยชอบ ด้วยกฎหมาย

4. ห้ามทำเครื่องหมายเพื่อเป็นที่สังเกตโดยวิธีใดไว้ที่บัตรออกเสียงเพื่อให้ผู้อื่นรู้ว่า หรือใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ใดบันทึกภาพบัตรออกเสียงหรือข้อมูล เป็นบัตรออกเสียงของตน การออกเสียงที่ตนได้ลงคะแนนออกเสียงแล้ว หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกินหนึ่ง 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

5. ผู้ใดนำบัตรออกเสียงใส่ในหีบบัตรออกเสียงโดยไม่มีอำนาจโดยชอบด้วย กฎหมายหรือกระทำการใดในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียง เพื่อแสดงว่ามีผู้มาแสดงตนออกเสียง โดยผิดไปจากความจริง หรือกระทำการใดอันเป็นเหตุให้มีบัตรออกเสียงเพิ่มขึ้นจากความจริง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท

6. ผู้ใดทำลายบัตรออกเสียงโดยไม่มีอำนาจกระทำได้หรือจงใจกระทำด้วยประการใด ๆ ให้บัตรออกเสียงชำรุด หรือเสียหาย หรือให้เป็นบัตรเสีย หรือกระทำด้วยประการใดแก่บัตรเสีย ให้เป็นบัตรที่ใช้ได้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ถ้าผู้กระทำเป็นเจ้าพนักงานหรือเป็นผู้มีหน้าที่เกี่ยวกับการดำเนินการออกเสียงต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปีถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 200,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนด 10 ปี

ทั้งนี้ สำนักข่าวไทยรายงานว่า https://tna.mcot.net/tna/th/news/list/145815 การเน้นย้ำข้อห้ามดังกล่าวน่าจะมาจากการที่ในวันพรุ่งนี้ (22ก.พ.) กกต.กำหนดให้มีการออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งใหม่ใน 3 หน่วยเลือกตั้งและนับคะแนนใหม่ใน 1หน่วยเลือกตั้ง จึงเกรงว่าอาจจะมีผู้ซูมถ่ายภาพบัตรออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งใหม่ เพราะสังคมก็กำลังจับตาว่า บัตรที่จะใช้ในการออกเสียงลงคะแนนใหม่ใน 3 หน่วยเลือกตั้งนั้นกกต.จะยังคงใช้บัตรแบบเดิมที่มีบาร์โค้ด และ QR code ที่อาจทำให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับไปยังผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจนทราบว่าลงคะแนนลงคะแนนให้กับผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใด ซึ่งเข้าข่ายทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยตรงและลับตามรัฐธรรมนูญมาตรา95 หรือไม่ หรือมีการจัดพิมพ์บัตรใหม่ หรือจะใช้วิธีการขีดปกปิดหมายเลขเล่มที่ เลขที่ในส่วนของต้นขั้วบัตรแทน ขณะที่การนับคะแนนใหม่คณะกรรมการนับคะแนนจะใช้มือในการปิดบังQR code และบาร์โค้ด หรือไม่

สำหรับหน่วยเลือกตั้งที่จะมีการออกเสียงลงคะแนนใหม่และนับคะแนนใหม่นั้นประกอบไปด้วย

1. การนับคะแนนบัตรเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และแบบบัญชีรายชื่อ และนับคะแนนการออกเสียงประชามติ ใหม่ ของหน่วยเลือกตั้งและหน่วยออกเสียงประชามติที่ 10 แขวงคันนายาว เขตคันนายาว เขตเลือกตั้งที่ 15 กรุงเทพมหานคร ณ บริเวณอาคารอมรพันธ์แซทเทอไลท์คอนโดทาวน์ (R4) แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร ในวันอาทิตย์ที่ 22 ก.พ. 2569 เวลา 10.00 น.

2. การออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และแบบบัญชีรายชื่อ และการออกเสียงประชามติ ใหม่ ของหน่วยเลือกตั้งและหน่วยออกเสียงประชามติที่ 9 เขตเลือกตั้งและเขตออกเสียงประชามติที่ 15 กรุงเทพมหานคร ณ บริเวณอาคารอมรพันธ์แซทเทอไลท์คอนโดทาวน์ (R4) แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร ในวันอาทิตย์ที่ 22 ก.พ. 2569 เวลา 08.00-17.00น

3.ออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้ง สส. แบบบัญชีรายชื่อ ของเขตเลือกตั้งที่ 6 อำเภอไชยวาน หน่วยเลือกตั้งที่ 4 ตำบลโพนสูง จังหวัดอุดรธานี ใหม่ ณ ศาลาอเนกประสงค์ หมู่ที่ 4 ตำบลโพนสูง อำเภอไชยวาน จังหวัดอุดรธานี ในวันอาทิตย์ที่ 22 ก.พ. 2569 เวลา 08.00 - 17.00 น.

4. การออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ของเขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอเมืองน่าน หน่วยเลือกตั้งที่ 3 ตำบลไชยสถาน จังหวัดน่าน ใหม่ ณ หอประชุมบ้านศรีเกิด ตำบลไชยสถาน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน ในวันอาทิตย์ที่ 22 ก.พ. 2569 เวลา 08.00 – 17.00 น.

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง