Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

ขยะพลาสติกจำนวนกว่า 8 พันล้านตัน ที่สะสมบนโลก ก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพมนุษย์ และมันยังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตามรายงานใหม่ที่ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ชั้นนำ The Lancet นอกจากนี้ยังเตือนว่าโลกไม่สามารถแก้ปัญหาวิกฤตพลาสติกด้วยการรีไซเคิลเพียงอย่างเดียว


ที่มาภาพ: Tom Fisk/Pexels

17 สิงหาคม 2025 เว็บไซต์ Yale Environment 360 รายงานว่า ขยะพลาสติกจำนวนกว่า 8 พันล้านตัน ที่สะสมบนโลก ก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพมนุษย์ และมันยังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตามรายงานใหม่ที่ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ชั้นนำ The Lancet  ผู้เขียนรายงานเตือนว่าประเทศต่าง ๆ จำเป็นต้องเร่งลดการผลิตพลาสติกอย่างเร่งด่วน

ปัจจุบันโลกผลิตพลาสติกมากกว่าปี 1950 ถึงกว่า 200 เท่า และปริมาณการผลิตยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เศษพลาสติกจิ๋วหรือไมโครพลาสติกถูกตรวจพบแทบทุกที่ ตั้งแต่ก้นทะเลไปจนถึงเมฆเหนือภูเขาฟูจิ รวมถึงในอาหารที่เรากิน น้ำที่เราดื่ม และอากาศที่เราหายใจ นักวิทยาศาสตร์พบไมโครพลาสติกใน ปอด สมอง และไขกระดูกของมนุษย์ รวมถึงในเลือด น้ำอสุจิ และน้ำนมแม่

รายงานของ The Lancet เตือนว่า พลาสติกเป็นภัยคุกคามในทุกขั้นตอนของวงจรชีวิต ตั้งแต่การสกัดเชื้อเพลิงฟอสซิลเพื่อนำมาผลิตพลาสติก ไปจนถึงการผลิต การใช้ และการกำจัดผลิตภัณฑ์พลาสติก พลาสติกกว่า 16,000 ชนิดมีสารเคมี เช่น สารหน่วงไฟ สารเติมแต่ง และสีย้อม ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ โดยเฉพาะทารกในครรภ์ เด็กทารก และเด็กเล็กที่มีความเปราะบางสูง

สารเคมีในพลาสติกมีความเชื่อมโยงกับ น้ำหนักแรกเกิดต่ำในทารก ภาวะอ้วน และการลดลงของระดับ IQ ในเด็ก รวมถึงเบาหวาน โรคหลอดเลือดสมอง และมะเร็งในผู้ใหญ่ โดยมีการประเมินว่าความเสียหายต่อสุขภาพจากสารเคมีพลาสติกเพียง 3 ชนิด ได้แก่ PBDE, BPA และ DEHP มีมูลค่ากว่า 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี

รายงานฉบับนี้เผยแพร่ก่อนการเจรจารอบล่าสุดของ สนธิสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยมลพิษจากพลาสติก ที่เจนีวาเมื่อช่วงเดือนสิงหาคม 2025 โดยการเจรจาครั้งก่อนเมื่อเดือนธันวาคม 2025 ล้มเหลว เพราะมีประเทศผู้ผลิตน้ำมันส่วนหนึ่งคัดค้านความพยายามลดการผลิตพลาสติก

ซาอุดีอาระเบีย รัสเซีย และประเทศที่พึ่งพาน้ำมันอื่น ๆ มองว่าความต้องการใช้พลาสติกที่เพิ่มขึ้นคือวิธีรักษาตลาดน้ำมัน แม้ว่ายานยนต์ไฟฟ้าจะทำให้การใช้น้ำมันเบนซินลดลง ประเทศเหล่านี้ยืนยันว่าการแก้วิกฤตพลาสติกทำได้ด้วยการขยายการรีไซเคิล ไม่ใช่การลดการผลิต

แต่ตามที่รายงานของ The Lancet ระบุ มีพลาสติกน้อยกว่า 10% ที่ถูกรีไซเคิล ส่วนที่เหลือถูกเผา ฝังกลบ หรือทิ้งให้สะสมในสิ่งแวดล้อม และหากไม่มีมาตรการลดการใช้พลาสติก ปริมาณการผลิตจะเกือบ เพิ่มขึ้นสามเท่าในปี 2060

“ไม่เหมือนกับกระดาษ แก้ว เหล็ก และอะลูมิเนียม พลาสติกซึ่งมีโครงสร้างทางเคมีซับซ้อนไม่สามารถรีไซเคิลได้ง่าย” รายงานเตือน “ขณะนี้ชัดเจนแล้วว่าโลกไม่สามารถพึ่งการรีไซเคิลเพื่อแก้ปัญหาวิกฤตมลพิษจากพลาสติกได้”

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง