รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เผยรอตำรวจสอบสวน 'หลวงพ่ออลงกต' ก่อนประสานให้ลาสิกขาตามประกาศ มส. ขณะที่สำนักพุทธฯ ลพบุรีเดินหน้าสะสางปัญหาในวัดพระบาทน้ำพุ - ธนาคารเผยอายัดบัญชีแล้ว ตั้งแต่ 24 ส.ค. 68 หลังตรวจพบใช้เลข 13 หลักของผู้เสียชีวิตเปิดบัญชี - ล่าสุด 'หลวงพ่ออลงกต' ยอมสึกแล้ว
หลวงพ่ออลงกต หรือ พระราชวิสุทธิประชานาถ | ที่มาภาพ: วัดพระบาทน้ำพุ
26 สิงหาคม 2568 Thai PBS รายงานว่า นายสุชาติ ตันเจริญ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวถึงกรณีกองบังคับการปราบปราม จับกุมพระราชวิสุทธิประชานาถ หรือ พระอลงกต เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี
นายสุชาติ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ โดยได้ประสานขอหลักฐานหมายจับในการดำเนินคดีหรือแจ้งข้อกล่าวหา เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาในการลาสิกขาของพระอลงกต ซึ่งเป็นเรื่องของมหาเถรสมาคม (มส.) หากมีหลักฐานประกอบการพิจารณาว่ามีความผิด มีความเสื่อมเสีย ก็สามารถดำเนินการได้ทันที
นายสุชาติ ยังคาดว่าเจ้าคณะตำบล หรือเจ้าคณะอำเภอจะเป็นผู้ดำเนินการ โดย พศ.มีหน้าที่ประสานงานกับ มส. เพื่อแจ้งดำเนินการต่อไป ซึ่งหลังการสอบสวนแล้วเสร็จคาดว่าจะมีการให้หลวงพ่ออลงกตลาสิกขา พร้อมย้ำว่าขณะนี้เป็นหน้าที่ของตำรวจ แต่อย่างไรก็ตามสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดลพบุรีจะเข้าไปสะสางปัญหาภายในวัด ทั้งนี้คาดว่าจะมีการแต่งตั้งเจ้าคณะตำบล มารักษาการเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุในวันนี้ (26 ส.ค.)
เมื่อถามถึงเรื่องการสังคายนาพระพุทธศาสนา นายสุชาติ กล่าวว่า พศ.ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ แต่เรื่องการควบคุมความประพฤติปฏิบัติของสงฆ์เป็นหน้าที่ของ มส. ซึ่งตนได้พูดคุยกับสมเด็จที่เป็นกรรมการ มส.แล้วเมื่อวันที่ 25 ส.ค. และคงเริ่มดำเนินการต่อไป
"หากใช้คำว่าสังคายนาอาจจะแรงไป แต่ก็ต้องถึงขั้นสังคายนา ไม่เช่นนั้นวิกฤตทางศาสนาจะแย่ลงเรื่อยๆ ถ้าไม่เริ่มทำอะไร" นายสุชาติ กล่าว
ธนาคารเผยอายัดบัญชีแล้ว ตั้งแต่ 24 ส.ค. 68 หลังตรวจพบใช้เลข 13 หลักของผู้เสียชีวิตเปิดบัญชี
สำนักข่าวไทย รายงานเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2568 ว่า จากการตรวจสอบกับธนาคารกรุงเทพถึงการเปิดบัญชีเงินฝากของพระอลงกต ได้รับการชี้แจงว่า พระอลงกต ได้นำใบสุทธิพระ (เทียบเท่าบัตรประชาชนคนทั่วไป) ที่ระบุเลข 13 หลัก ซึ่งเป็นเลขบัตรประจำตัวประชาชนของนายอลงกต พลมุข อดีตข้าราชการที่เสียชีวิต มาใช้ในการเปิดบัญชีกับธนาคารกรุงเทพ ตั้งแต่ปี 2540
ต่อมาในปี 2561 หลวงพ่ออลงกต ได้ทำการผูกพร้อมเพย์ เชื่อมการผูกหมายเลขประจำตัวประชาชน เข้ากับบัญชีธนาคารดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เมื่อมีกระแสข่าวปรากฏขึ้น ทางธนาคารได้ตรวจสอบย้อนหลัง พบว่าเลขประจำตัว 13 หลักเป็นของนายอลงกต พลมุข (ผู้เสียชีวิต) จึงได้อายัดบัญชีและยุติการใช้พร้อมเพย์ตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม 2568 ทำให้การเชื่อมพร้อมเพย์บัญชีดังกล่าวถูกระงับ โดยยังสามารโอนเงินเข้าบัญชีดังกล่าวได้ แต่ถอนเงินไม่ได้
ทั้งนี้ การใช้เลขประจำตัว 13 หลัก จะสามารถผูกบัญชีพร้อมเพย์ได้เพียงบัญชีเดียวเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า นายอลงกต พลมุข (ผู้เสียชีวิต) ก่อนหน้านี้ใช้บัตรข้าราชการมาตลอด ไม่เคยทำบัตรประชาชน เพิ่งมาทำบัตรช่วงจะเกษียณอายุราชการ เมื่อปี 2564 ก่อนจะเสียชีวิตเมื่อปี 2566
ล่าสุด 'หลวงพ่ออลงกต' ยอมสึกแล้ว
ไทยรัฐออนไลน์ รายงานว่าเมื่อเวลา 13.00 น. พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. และ ป.ป.ช. มายังอาคารประชารักษ์ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เพื่อมาดูการสอบปากคำของพระราชวิสุทธิประชานาถ หรือพระอลงกต และนายเสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล หรือหมอบี โดยบอกว่า หลวงพ่อยังไม่ให้ความร่วมมือในบางเรื่อง ยังไม่ยินยอมสึก ตำรวจจะดำเนินการไปตามกฎหมายในการสอบปากคำ ส่วนจะขยายผลยังไงบ้างต้องว่าไปตามกฎหมาย
เมื่อถามว่าการที่หลวงพ่อไปสวมสิทธิ์ชื่อคนอื่นในการบวช จะถือว่าเป็นการบวชจริงหรือไม่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า เรื่องนั้นเป็นเรื่องย่อยเอาเรื่องหลักก่อน จากนั้นได้ขึ้นลิฟต์ไปยังห้องสอบปากคำ
ล่าสุดเมื่อเวลา 14.10 น. หลัง พล.ต.ต.จรูญเกียรติ เข้าสอบปากคำด้วยตัวเอง จากนั้นพระราชวิสุทธิประชานาถ ได้ยอมลาสิกขาสิ้นสุดความเป็นพระแต่โดยดี
