พลโทบุญสิน แม่ทัพภาคที่ 2 ขอให้คิดให้ดีเรื่องเปิดด่าน หลังหนึ่งในผลการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ไทย-กัมพูชา สมัยพิเศษ ครั้งที่ 1/2568 วานนี้ เห็นร่วมกันเสนอให้เปิดด่าน ผ่อนปรนให้มีการผ่านแดนบางประเภทและบางจุด พลโทบุญสินระบุ การเปิดด่านจะทำให้ฝ่ายกัมพูชาเข้มแข็ง มีทั้งน้ำมัน ปูนซีเมนต์ จากฝั่งไทยเข้าไป และน้ำมัน ปูนซีเมนต์ เหล่านี้จะกลับมาทำร้ายทหารไทย รวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภคจากไทยก็จะเข้าไป เป็นการทำให้ฝ่ายกัมพูชาดูไม่เดือดร้อนที่รบกับประเทศไทย นี่คือเหตุผลว่าทำไมต้องปิดด่าน การปิดด่านยังช่วยสกัดไม่ให้คนไทยบางส่วนข้ามไปเล่นการพนันหรือไปเป็นสแกมเมอร์หลอกลวงคนไทยด้วยกันได้
11 ก.ย. 2568 กรุงเทพธุรกิจ พล.อ. ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และรักษาราชการรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม สรุปผลการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ไทย-กัมพูชา สมัยพิเศษ ครั้งที่ 1/2568ที่จังหวัดเกาะกง กัมพูชา เมื่อวันที่ 10 ก.ย. ที่ผ่านมา ระบุว่า เพื่อติดตามความคืบหน้าในการดำเนินการตามผลการประชุม GBC ที่มาเลเซียที่ผ่านมา ย้ำว่าสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ในภาพรวมหลังการหยุดยิงดำเนินมามากกว่า 1 เดือน มีความสงบในพื้นที่มากขึ้น แม้ยังมีข้อกังวลบางประการที่ต้องแก้ไข

จากการหารือร่วมกันที่ประชุมมีความเห็นร่วมกันใน 5 ข้อสำคัญ ดังนี้
1. ถอนอาวุธหนักและยุทโธปกรณ์ทำลายล้างสูง
การถอนอาวุธหนักและยุทโธปกรณ์ทำลายล้างสูงออกจากพื้นที่ชายแดนกลับสู่ที่ตั้งปกติโดยฝ่ายเลขานุการ GBC และ RBC จะหารือกันภายใน 3 สัปดาห์ เพื่อจัดทำแผนดำเนินการ และเริ่มเคลื่อนย้ายกำลังตามกรอบเวลาที่กำหนด โดยให้คณะผู้สังเกตการณ์ IOT มาเข้าร่วมสังเกตการณ์ด้วย
2. เก็บกู้ทุ่นระเบิด
โดยจะมีการตั้งคณะประสานงานร่วมประกอบด้วย ฝ่ายเลขานุการ GBC และศูนย์ทุ่นระเบิดของไทยและกัมพูชา ภายใน 1 สัปดาห์ เพื่อจัดทำแผนการเก็บกู้ทุ่นระเบิดและกำหนดพื้นที่นำร่องตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อเริ่มดำเนินการทันทีภายใน 1 เดือน
3. ปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ (สแกมเมอร์)
การปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติของทั้งสองฝ่ายตั้งคณะทำงานภายใน 1 สัปดาห์ เพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการร่วมกัน ทั้งนี้ ฝ่ายไทยได้ส่งมอบข้อมูลและพิกัดที่ตั้งของสแกมเซนเตอร์กว่า 60 แห่ง ในกัมพูชา ให้ฝ่ายกัมพูชาไปดำเนินการปราบปรามขั้นเด็ดขาด ซึ่งเป็นสิ่งที่คณะทำงานทั้งสองฝ่ายจะหารือกัน และผู้แทนของตำรวจไทย และรองผู้บัญชาการตำรวจของกัมพูชาได้หารือกันนอกรอบเพื่อนัดหมายวัน
สำหรับการประชุมประสานงานตามข้อตกลงนี้เรียบร้อยแล้ว โดยมีกำหนดในวันที่ 16 ก.ย. 2568 นี้ ที่จังหวัดสระแก้ว
4. บริหารจัดการพื้นที่ชายแดน กรณีบ้านหนองจาน จ.สระแก้ว
การบริหารจัดการพื้นที่ชายแดน โดยเฉพาะกรณีบ้านหนองจาน ที่ประชุมได้มอบหมายให้คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม หรือ JBC ไทย – กัมพูชา หารือเพื่อให้เกิดความชัดเจนเกี่ยวกับพื้นที่ดังกล่าว และให้คณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค หรือ RBC หารือแนวทางการบริหารจัดการบนพื้นฐานของผลการหารือในกรอบ JBC
ในระหว่างนี้ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วและจังหวัดบันเตียเมียนเจย ประสานงานกันเพื่อบริหารจัดการสถานการณ์ให้มีความสงบเรียบร้อย ทั้งนี้ หากโมเดลนี้ประสบความสำเร็จก็จะนำไปใช้กับการบริหารจัดการพื้นที่อื่นที่มีปัญหาลักษณะเดียวกันต่อไป
5. ผ่อนปรนการขนส่งสินค้าผ่านแดน
ทั้งสองฝ่ายได้หารือเรื่องการผ่อนปรนให้มีการผ่านแดนบางประเภทและบางจุด ระหว่างที่สถานการณ์ยังไม่เป็นปกติ เพื่อลดผลกระทบต่อภาคธุรกิจและการขนส่งข้ามแดน โดยได้มอบหมายให้กลไก RBC ไปหารือความเป็นไปได้ในการอนุญาตให้มีการขนส่งสินค้าผ่านจุดผ่านแดนบางจุดที่ไม่มีปัญหาด้านความมั่นคงโดยอาจเริ่มดำเนินการที่จุดผ่านแดนตามแนวชายแดนจังหวัดจันทบุรีและจังหวัดตราดก่อน
เพื่อความเหมาะสมกระทรวงกลาโหมได้กำหนด 3 โซนตามระดับความตึงเครียด ได้แก่
• โซนที่ 1 ความตึงเครียดสูงสุด (ชายแดนกองทัพภาคที่ 2 – อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์)
• โซนที่ 2 ความตึงเครียดปานกลาง (ชายแดนกองทัพภาคที่ 1 – สระแก้ว)
• โซนที่ 3 ความตึงเครียดน้อย (กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด)
โดยจะเริ่ม นำร่องมาตรการผ่อนปรนในโซนที่ 3 ก่อน พร้อมมอบหมายให้คณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) ร่วมกำหนดรายละเอียด เช่น ประเภทสินค้า เวลาผ่านแดน และจำนวนเที่ยวรถ โดยบูรณาการกับหน่วยงานในพื้นที่ ทั้งหอการค้า กรมศุลกากร กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงอุตสาหกรรม
พล.อ. ณัฐพลกล่าวว่า การประชุม GBC ครั้งนี้มีพัฒนาการที่ดี ฝ่ายกัมพูชาตอบรับในเรื่องที่ไม่เคยตอบรับ อาทิ การเก็บกู้ทุ่นระเบิด และการปราบปรามสแกมเมอร์ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยจะติดตามกับฝ่ายกัมพูชาให้ดำเนินการตามที่ได้ตกลงกันโดยเร็ว
การประชุม GBC สมัยพิเศษครั้งต่อไป จะจัดขึ้นภายใน 30 วันหลังจากนี้ โดยไทยเป็นเจ้าภาพ

พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2
ภาพจาก กองทัพบก Royal Thai Army
Ch3Plus ขณะที่วันนี้ (11 ก.ย. 2568) พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ได้ตอบคำถามสื่อมวลชนถึงการเปิดด่านตามผลการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป GBC แม่ทัพภาคที่ 2 มองว่า คนไทยทำไมต้องมาเถียงกันเรื่องเปิด-ปิดด่าน เพราะเรื่องนี้สำคัญ เพราะการเปิด-ปิดด่านส่งผลต่อเศรษฐกิจของกัมพูชา เพราะทรัพยากรสินค้าส่วนใหญ่มาจากประเทศไทย การปิดด่านทำให้คนไทยไม่สามารถไปเล่นการพนันได้ และทำให้คนข้ามไปเป็นสแกมเมอร์ไม่ได้ ต้องยอมรับว่าคนไทยบางส่วนข้ามไปกัมพูชาเพื่อไปทำหน้าที่หลอกลวงทางโซเชียลมีเดียกับคนไทยด้วยกันเอง
แม่ทัพภาคที่2 ระบุว่า ฝั่งกัมพูชามีทั้งบ่อนคาสิโนและที่หลอกลวงทางโซเชียลมีเดียตลอดแนวชายแดน สินค้าบางส่วน เช่น ปูนซีเมนต์ น้ำมัน จะกลับมาทำร้ายทหารไทย การทำให้เขาไม่เดือดร้อนรบกับประเทศไทยก็อยู่ได้ เพราะเขามีกินตลอด คือเหตุผลว่าทำไมต้องปิดด่าน
มีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งพูดว่าผลประโยชน์ของชาติต้องมาก่อนประโยชน์ส่วนตน ประชาชนที่ค้าขายกระทบ ก็ต้องยอมรับว่ากระทบ แต่ประชาชนที่ค้าขายบางคนให้สัมภาษณ์ว่าบางท่านยอมให้ปิดด่านขอให้ประเทศไทยรบชนะเท่านั้น การเปิดด่านทำให้ฝ่ายกัมพูชาเข้มแข็ง น้ำมันและปูนซีเมนต์ รวมถึงเครื่องอุปโภค บริโภคก็จะเข้าไป ซึ่งมาจากประเทศไทยทั้งนั้น แม้กระทั่งเรื่องการเปิดด่านมีประชาชนถูกมอมเมาจากบ่อนการพนัน หมดเนื้อหมดตัว เป็นหนี้สิน อันนี้ก็มาจากเรื่องการเปิดด่านจึงไม่รู้ว่าเป็นประโยชน์ของใคร
