Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนขณะที่คนทั้งประเทศกำลังติดตามดูการเมืองภาพใหญ่ว่าใครจะได้เป็นนายกฯ คนใหม่ ข่าวเล็กๆ ที่เรื่องไม่เล็กแทรกมาในเช้าวันนั้นอีกเรื่องคือคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ในคดีที่จำเลย 5 คนถูกกล่าวหาว่าขวางขบวนเสด็จของพระราชินีก็มีคำตัดสินที่ค้านสายตาคนติดตามอย่างมากเพราะไปกลับคำพิพากษาของศาลชั้นต้นที่เหมือนหักหัวรถ 180 องศา

จากเดิมศาลชั้นศาลพิพากษายกฟ้องทุกข้อหาเนื่องจากศาลเห็นว่าหลักฐานฝ่ายโจทก์ไม่พอจำเลยแต่ละรายไม่ปรากฏว่ามีความพยายามขัดขวางขบวนเสด็จและไม่รู้มาก่อนว่ามีขบวนเสด็จมา อีกทั้งตำรวจในที่เกิดเหตุเองก็ยังบอกว่าทราบก่อนแค่ไม่กี่นาทีและได้สื่อสารกลับไปที่ขบวนแล้วว่าไม่สามารถผ่านเส้นทางได้แต่ก็ยังถูกยืนยันมาจะใช้เส้นทางเดิม แต่เหตุใดพยานหลักฐานชั้นต้นเหล่านี้กลับไม่เพียงพอให้ศาลอุทธรณ์เห็นตามศาลชั้นต้นแล้วเปลี่ยนมาพิพากษาลงโทษจำคุกทุกรายแทน

ประชาไทชวนทนายความในคดี พูนสุข พูนสุขเจริญ จากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน มาเล่าข้อสังเกตที่เธอเจอจากคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์จากศาลชั้นต้นที่ยกฟ้องเปลี่ยนมาลงโทษจำเลยครบทุกรายนั้นแย้งกับพยานหลักฐานที่ปรากฏในการสืบพยานในศาลขนาดไหน ตำรวจให้การอย่างไรบ้างในศาลถึงเป็นเหตุให้ศาลชั้นต้นยกฟ้อง แต่ศาลอุทธรณ์กลับเลือกฟังพยานเช่นไรในการกลับคำพิพากษามาลงโทษแทน

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง