ภาพปก: อังคณา นีละไพจิตร (ที่มา: PI)
ผู้รายงานพิเศษ UN ออกแถลงการณ์ด่วน กังวลด้านความปลอดภัย 'อังคณา นีละไพจิตร' หลังถูกขู่ฆ่าและโจมตีออนไลน์ ปมเตือนรัฐบาลให้ระวังการละเมิดสิทธิมนุษยชนในกรณี 'อินฟลูเอนเซอร์เปิดรถเครื่องเสียงใส่ชาวบ้านกัมพูชา' ย้ำการปกป้องความเป็นมนุษย์ไม่ใช่อาชญากรรม
เมื่อ 16 ต.ค. 2568 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า องค์กร Protection International (PI) เปิดเผยว่า แมรี่ ลอว์เลอร์ (Mary Lawlor) ผู้รายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติว่าด้วยสถานการณ์นักปกป้องสิทธิมนุษยชน ออกแถลงด่วนแสดงความกังวลต่อกรณีที่ อังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภา และอดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชนของไทย ถูกโจมตีและคุกคามทางออนไลน์อย่างหนัก ภายหลังออกมาเตือนรัฐบาลไทยให้ระวังการละเมิดสิทธิมนุษยชนในกรณี "อินฟลูเอนเซอร์เปิดรถเครื่องเสียงใส่ชาวบ้านกัมพูชา"
จุดเริ่มต้นของเหตุการณ์
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจากกรณี กัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวช หรือ 'กัน จอมพลัง' อินฟลูเอนเซอร์ชาวไทย นำรถเครื่องเสียงเข้าไปเปิดเสียงเฮลิคอปเตอร์ เสียงเครื่องบิน F-16 และเสียงโหยหวนของ 'ผี' บริเวณบ้านหนองจาน และบ้านหนองหญ้าแก้ว จังหวัดสระแก้ว เพื่อกดดันชาวกัมพูชาให้ยอมออกจากพื้นที่ ซึ่งเหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวบ้านและแรงงานข้ามชาติในพื้นที่ชายแดน
ต่อมา เมื่อวันที่ 12 ต.ค. 2568 อังคณา นีละไพจิตร ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เตือนว่า "การปล่อยให้บุคคลทั่วไปเข้าไปกดดันฝ่ายกัมพูชาในพื้นที่เช่นนี้ อาจทำให้งานเข้ารัฐบาลเอง โดยเฉพาะในช่วงที่มีความตึงเครียดระหว่างประเทศ การกระทำเช่นนี้อาจขัดต่อพันธกรณีที่ไทยมีต่ออนุสัญญาต่อต้านการทรมาน (CAT) ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคี"
เธอระบุเพิ่มเติมว่า“รัฐบาลควรตระหนักว่า การกระทำใดๆ ที่ทำให้เกิดความหวาดกลัวหรือส่งผลกระทบต่อจิตใจของพลเรือน แม้จะเป็นคู่ขัดแย้งในสงคราม โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง อาจเข้าข่ายการทรมานทางจิตวิทยา (Psychological Torture) ตามอนุสัญญา CAT อยากฟังว่ารัฐบาลจะชี้แจงเรื่องนี้อย่างไรในเวทีโลก”
นอกจากนี้ อังคณาได้แปลรายงานของ คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนกัมพูชา (Cambodia Human Rights Committee) ซึ่งได้ทำหนังสือถึงข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ เมื่อวันที่ 11 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยระบุว่า มีการเปิดเสียงรบกวนดังกล่าวตั้งแต่ช่วงดึกถึงรุ่งเช้าในพื้นที่จังหวัดบันเตียเมียนเจย ทำให้ชาวบ้านจำนวนมาก โดยเฉพาะสตรี เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และคนพิการ เกิดความหวาดกลัวและไม่สามารถพักผ่อนได้
จดหมายของคณะกรรมาธิการกัมพูชาชี้ว่า การกระทำดังกล่าว “เป็นการยั่วยุและละเมิดข้อตกลงหยุดยิงระหว่างไทย-กัมพูชา” รวมทั้งขัดต่อกฎบัตรสหประชาชาติที่เน้นสันติภาพ สิทธิมนุษยชน และการเคารพอธิปไตยซึ่งกันและกันระหว่างประเทศ
ถูกโจมตี ข่มขู่คุกคามหลังเตือน
หลังจากโพสต์เตือนของอังคณา นีละไพจิตร ถูกเผยแพร่ออกไป เธอกลับตกเป็นเป้าของการโจมตี คุกคาม และข่มขู่เอาชีวิตบนโลกออนไลน์ มีกลุ่มบางกลุ่มพยายามตีความข้อความของเธอ และกล่าวหาว่า "เข้าข้างกัมพูชา" หรือ "ไม่รักชาติ" พร้อมทั้งวิจารณ์นักปกป้องสิทธิมนุษยชนและองค์กรที่ยึดมั่นในหลักการเดียวกันกับเธอ โดยใช้ถ้อยคำใส่ร้ายและโจมตีการทำงานด้านสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นระบบ
UN แสดงความห่วงใยเร่งด่วน
แมรี่ ลอว์เลอร์ (Mary Lawlor) ผู้รายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติว่าด้วยสถานการณ์นักปกป้องสิทธิมนุษยชน ได้ออกแถลงผ่านแพลตฟอร์ม X (Twitter), Facebook และ Bluesky ระบุว่า ฉันมีความกังวลอย่างยิ่งต่อรายงานการข่มขู่เอาชีวิตและการโจมตีทางออนไลน์ต่ออังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภา และอดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพราะการปกป้องความจริง ความยุติธรรม และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ไม่ใช่อาชญากรรม กลับกัน เธอควรได้รับการคุ้มครอง ไม่ใช่ถูกประณาม
ทั้งนี้ แมรี่ยังได้แท็ก (Tag) ถึงอังคณา และคณะผู้แทนถาวรไทยประจำสำนักงานสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อให้รัฐบาลไทยรับทราบและดำเนินการตามพันธกรณีคุ้มครองอังคณาในด้านสิทธิมนุษยชนที่ไทยเป็นภาคีด้วย
เมื่อวานที่ผ่านมา (14 ต.ค. 68) ขบวนเคลื่อนไหวผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชนฯ ได้ออกแถลงการณ์สนับสนุนอังคณา สามารถอ่านแถลงการณ์ฉบับเต็มได้ที่นี่
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=pfbid036bTLZVww4yNysCDn8soTRRQUvDFuaaWNhnQbyqaRXoakHu5Bwu3X3Jr7spRB2sG8l&id=100063579946981