ศาลอุทธรณ์นัดฟังคำพิพากษาคดีที่ สนธิ ลิ้มทองกุลฟ้องประชาไท ข้อหาหมิ่นประมาทจากการนำเสนอข่าวข้อวิเคราะห์การเมืองช่วงตั้งรัฐบาล 66 แก้เกม “พรรคก้าวไกล” อ้างว่าถูกบิดเบือนว่าหนุนรัฐประหาร ก่อนหน้านี้ศาลต้นยกฟ้องเพราะรายงานมีข้อความครบถ้วน ไม่ใช่การใส่ความโจทก์ต่อบุคคลที่สาม ศาลนัดฟัง 9 โมงเช้าวันที่ 28 พ.ย.นี้
เมื่อ 25 ต.ค.2568 ประชาไทได้รับหมายศาลอุทธรณ์นัดไปฟังคำพิพากษาวันที่ 28 พ.ย.2568 เลา 9.00 น. ในคดีที่ สนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ผู้ก่อตั้งและที่ปรึกษาสื่อในเครือเอเอสทีวีผู้จัดการ เป็นโจทก์ฟ้อง มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน (องค์กรที่ดำเนินการ กองบรรณาธิการข่าว สำนักข่าวประชาไท) จำเลยที่ 1 และ เทวฤทธิ์ มณีฉาย บรรณาธิการประชาไท จำเลยที่ 2 ข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา จากการนำเสนอข่าว "'สนธิ' ไล่เลียง 13 กลเกมแก้ยากของ 'ก้าวไกล' ก่อนตบท้ายด้วยทางรอดคือ 'รัฐประหาร' ล้มกระดาน"
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
คดีนี้ในศาลชั้นต้นมีคำพิพากษายกฟ้องมาก่อนแล้วเนื่องจากศาลเห็นว่าประชาไทและเว็บหนังสือพิมพ์ประชาไท ซึ่งเปิดเป็นสาธารณะ เผยแพร่ภาพและข้อความของโจทก์ว่า “รัฐประหารล้มกระดาน” ตามเอกสารที่โจทก์ยื่นเป็นหลักฐานซึ่งมีการตัดทอนข้อความของโจทก์ แต่จากหัวข้อข่าว มีเนื้อข่าวปรากฏในหน้าเดียวกันว่า “รัฐประหารล้มกระดานที่ไร้ความชอบธรรม” มีข้อความครบถ้วน ไม่ใช่การใส่ความโจทก์ต่อบุคคลที่สาม ไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท คดีนี้จึงไม่มีมูลตามที่โจทก์ฟ้องว่าประชาไทมีการตัดทอนข้อความเพื่อทำให้ความหมายเปลี่ยนไปจากเจตนาของโจทก์
ทั้งนี้เนื้อหาในโพสต์บทความ '13 กลเกมแก้ยากของพรรคก้าวไกล' ผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ 'คุยทุกเรื่องกับสนธิ' เมื่อ 31 ก.ค.2566 เป็นข้อคิดเห็นของ สนธิ ต่อสถานการณ์ทางการเมืองขณะนั้น โดยระบุว่า ตอนนี้พรรคก้าวไกลเกาะติดพรรคเพื่อไทย ไม่ยอมทิ้ง ถึงแม้ว่าจะเป็นการขอเข้าร่วมโดยที่ไม่จำเป็นต้องเป็นแกนนำ แม้กระทั่งมีข่าวว่ามีการถอยเรื่องมาตรา 112 เพื่อจะได้เข้าร่วมรัฐบาล โดยระบุไว้ 13 ข้อคือ
1. แนวร่วมมุมกลับกรณีเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ร้องเรียนพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ถือหุ้นที่โค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง 2 สัปดาห์ทำให้คะแนนก้าวไกลพุ่ง
2. เกมมีลุง ไม่มีเรา บีบให้เพื่อไทยตกหลุม หากพลิกลิ้นไปร่วมกับลุงก็มีชะตากรรมไม่ต่างจากพรรคประชาธิปัตย์ที่ตกต่ำ
3. พรรคก้าวไกลชิงนำเป็นพรรคอันดับหนึ่งจัดตั้งรัฐบาล
4. ก้าวไกลเดินเกมตามที่ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ตั้งเป้าปี 2570 จะได้เกินครึ่งสภา
5. จุดเปลี่ยนกฏหมายต่างๆ ที่เตรียมไว้ 40 กว่าฉบับ ส.ส.ก้าวไกลจะไปกวาดคะแนนเพิ่มรอบหน้า
6. ปั่นกระแสนิติสงครามเด็ดหัวพิธา ก้าวไกลเดินเกมต่อไปจะลดทอนอำนาจศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ
7. หากเกิดเหตุยุบพรรคก้าวไกล จะยิ่งปูทางการเมืองพวกนี้ไปสู่ 300 เสียงในรอบหน้า
8. ส่วนพรรคเพื่อไทยจะโดนผูกมือผูกเท้า หากแย่งตั้งรัฐบาลเอง ชะตากรรมก็จะกลายเป็นแบบพรรคประชาธิปัตย์
9. ถ้าพรรคประชาธิปัตย์จับมือเพื่อไทย จะทำให้ฐานเสียงภาคใต้ของประชาธิปัตย์ตกเป็นของพรรคก้าวไกล
10. ถ้าเกมการเมืองเช่นนี้ การเลือกตั้งครั้งหน้าอาจจะเร็วกว่าปี 2570
11. เกมสุดท้ายที่จะเห็นคือการยื้อจาก ส.ว.ไปให้นานที่สุดถึงกลางเดือนพฤษภาคม 2567
12. รัฐบาลรักษาการไม่สามารถผ่านงบประมาณได้ และจะไม่มีเงินจ่ายข้าราชการช่วงเดือนมีนาคม 2567 ทำให้ฐานเสียงของพรรคอนุรักษ์นิยมหดลงไปอีก
13. ทางรอดของเกมคือรัฐประหารล้มกระดานที่ไร้ความชอบธรรม
