พึ่งบุญ ใจเย็น ช่างสักเจ้าของกราฟฟิตี้ “ประเทศทวย” ที่เคยติด ตม. ห้ามออกนอกประเทศเดินทางไปเป็นศิลปินพำนักที่ไต้หวัน เมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา ถูกอัยการเชียงใหม่อัยการสั่งฟ้องเมื่อวานนี้ จากเหตุเขียน “ประเทศทวย” ลงบนป้ายจราจร นับเป็นคดีประเทศทวยคดีที่ 2 ของพึ่งบุญ ก่อนศาลจะอนุญาตให้ประกันตัวโดยวางเงิน 50,000 บาท หลังจากได้ประกันตัวพึ่งบุญสามารถเดินทางผ่าน ตม. ไปเข้าร่วมโครงการศิลปินพำนัก (Artist Residency Program) ที่ไต้หวันได้ โดยพึ่งบุญต้องเดินทางไปร่วมโครงการช้ากว่าจากกำหนดไปถึง 1 เดือนเต็ม
30 ต.ค. 2568 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงาน วานนี้ (29 ต.ค. 2568) พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่มีคำสั่งฟ้องคดีของ พึ่งบุญ ใจเย็น ศิลปินช่างสัก อายุ 39 ปี ในข้อกล่าวหา “ทำให้เสียทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณะประโยชน์” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 360 จากการเขียนข้อความ “ประเทศทวย” ลงบนป้ายจราจรและตู้ไฟฟ้า บริเวณถนนห้วยแก้วช่วงปี 2563
คดีนี้นับเป็นคดีเขียนป้ายจราจร “ประเทศทวย” คดีที่สองของพึ่งบุญ ที่มีลักษณะคล้ายกับคดีก่อนหน้าที่เคยต่อสู้ถึงชั้นศาลฎีกาและคดีได้สิ้นสุดไปแล้ว เพียงแต่เกิดขึ้นในคนละพื้นที่เขตอำนาจ
ก่อนหน้านี้ พึ่งบุญถูกจับกุมเมื่อวันที่ 29 ก.ย. 2568 ที่ท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ ขณะกำลังเตรียมเดินทางไปเข้าร่วมโครงการศิลปินในพำนักที่ประเทศไต้หวัน โดยหมายจับที่ตำรวจ สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ ไปร้องขอศาลออกไว้ตั้งแต่เดือน มี.ค. 2564 แต่ไม่เคยจับกุมมาก่อนหน้านี้ แม้เขาจะเดินทางไปพบตำรวจในคดีอื่น ๆ เรื่อยมา
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
อัยการสั่งฟ้องในนัดรายงานตัวครั้งแรก ผู้ต้องหายื่นขอเลื่อนฟ้อง–ขอความเป็นธรรม แต่อัยการไม่อนุญาต
หลังจากถูกจับกุม และได้ประกันตัวในชั้นตำรวจ พนักงานสอบสวนนัดหมายให้พึ่งบุญมารายงานตัวทุก 15 วัน ทำให้เขายังไม่สามารถเดินทางไปร่วมโครงการที่ประเทศไต้หวันได้ตามกำหนดการ
จนเมื่อวันที่ 15 ต.ค. 2568 พนักงานสอบสวนได้นัดหมายส่งสำนวนคดีให้กับอัยการจังหวัดเชียงใหม่ และต้องประกันตัวในชั้นอัยการอีกครั้ง พร้อมกับอัยการนัดให้มารายงานในวันที่ 28 ต.ค. โดยในตอนแรก คาดว่าอัยการจะใช้เวลาพิจารณาสำนวนอีกระยะหนึ่ง พึ่งบุญจึงเตรียมจะเดินทางไปร่วมโครงการที่เหลือทุนอยู่เป็นระยะเวลาประมาณ 2 เดือน หลังจากรายงานตัวแล้ว
ในวันดังกล่าว ยังได้ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่ออัยการ ขอให้พิจารณาสอบพยานบุคคลเพิ่มเติมในคดี ได้แก่ นักวิชาการด้านสื่อศิลปะ และนักวิชาการด้านนิติศาสตร์ เพื่อประกอบข้อต่อสู้ของผู้ต้องหา แต่อัยการยังไม่ได้มีคำสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติมตามคำร้องดังกล่าว
เวลา 10.00 น. พึ่งบุญเดินทางมารายงานตัวที่สำนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ ก่อนเจ้าหน้าที่สำนักงานอัยการแจ้งว่า พนักงานอัยการมีความเห็นสั่งฟ้องคดีแล้ว ให้เขาเดินทางไปรับทราบฟ้องและประกันตัวที่ศาล
พึ่งบุญจึงได้ยื่นหนังสือคำร้องขอความเป็นธรรม และขอเลื่อนนัด ชะลอการฟ้องคดี เพื่อให้สามารถเดินทางเข้าร่วมโครงการศิลปินในพำนักได้ อีกทั้งคดีนี้ยังอยู่ในข่ายที่อาจได้รับการนิรโทษกรรมตามร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสันติสุข พ.ศ. …. ซึ่งขณะนี้ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรสามวาระแล้ว และกำลังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของวุฒิสภา
อย่างไรก็ตาม พนักงานอัยการไม่อนุญาตให้เลื่อนหรือชะลอการฟ้อง และได้นัดให้นายพึ่งบุญเดินทางไปยังศาลจังหวัดเชียงใหม่เพื่อฟ้องคดีในเวลา 13.30 น.
ต่อมา พึ่งบุญถูกควบคุมตัวไว้ในห้องขังของศาลตั้งแต่เวลา 13.40 น. จนกระทั่งเวลา 17.30 น. ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัว โดยให้วางหลักประกัน 50,000 บาท ซึ่งได้รับการช่วยเหลือจากกองทุนราษฎรประสงค์ วงเงินเดียวกับที่ใช้ในการประกันตัวในชั้นสอบสวนและชั้นอัยการก่อนหน้านี้
ฟ้องเขียนป้ายจราจร “ประเทศทวย” คดีใหม่
พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ พ.ต.ต.ไกรทอง โพธิ์ตาด ได้ยื่นฟ้องพึ่งบุญในข้อหา “ทำให้ทรัพย์ที่มีไว้เพื่อสาธารณะประโยชน์เสียหาย” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 360
คำฟ้องสรุปได้ว่า เมื่อวันที่ 3 พ.ค. 2563 จำเลยใช้ปากกาเคมีเขียนข้อความคำว่า “ประเทศทวย” ลงบนป้ายจราจรของเทศบาลนครเชียงใหม่ จำนวน 2 ป้าย ทำให้เสียหายเป็นเงิน 4,000 บาท
ต่อมาวันที่ 16 พ.ค. 2563 จำเลยใช้ปากกาเคมีเขียนข้อความคำว่า “ประเทศทวย” และข้อความอื่น ๆ ป้ายจราจร 3 ป้ายและตู้ควบคุมไฟฟ้า 1 ตู้ บริเวณตำบลสุเทพ ทำให้เสียหายเป็นเงิน 6,100 บาท
หลังจากได้ประกันตัว พึ่งบุญสามารถเดินทางไปเข้าร่วม โครงการศิลปินพำนัก (Artist Residency Program) ที่ประเทศไต้หวันได้แล้ว ช้ากว่ากำหนด 1 เดือนเต็มพอดี โดยออกเดินทางเมื่อวันที่ 29 ต.ค. 2568 มีกำหนดจนถึงสิ้นเดือนธันวาคมนี้
ในส่วนคดี ศาลจังหวัดเชียงใหม่กำหนดวันนัดคุ้มครองสิทธิในวันที่ 14 พ.ย. 2568 และนัดพร้อมคดีวันที่ 1 ธ.ค. 2568 เวลา 9.00 น. ซึ่งทนายความจะดำเนินการยื่นขอเลื่อนนัดต่อไป
